posttoday
กกต.ตัวแปรสำคัญ คุมเกมปมเดือด ‘สว.’

กกต.ตัวแปรสำคัญ คุมเกมปมเดือด ‘สว.’

21 กุมภาพันธ์ 2561

19 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือเป็นหลักไมล์ทางการเมืองที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นวันแรกของการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณา กม.ลูก 2 ฉบับ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

19 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือเป็นหลักไมล์ทางการเมืองที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นวันแรกของการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่าง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. จะประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก

ตามขั้นตอนจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน และส่งกลับเข้ามายัง สนช.ไม่เกินวันที่ 1 มี.ค. โดยหาก สนช.มีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะเข้าสู่ขั้นตอนของการประกาศใช้บังคับให้เป็นกฎหมายต่อไป

แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น กล่าวคือ สนช.มีมติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวน สนช.ทั้งหมด หรือ 165 เสียง จะทำให้ร่างกฎหมายตกไปทันที และต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ การประชุมนัดแรกของคณะกรรมาธิการวิสามัญ 3 ฝ่าย ผ่านไปแบบมีนัยทางการเมือง ภายหลัง สนช.มีท่าทีอ่อนลงพอสมควรกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

โดยเฉพาะประเด็นการยอมทำตามข้อโต้แย้งของ กรธ.และ กกต.ที่ไม่ต้องการให้มีการจัดมหรสพระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปมสำคัญที่ กรธ.และ กกต.ไม่เห็นด้วยกับ สนช.เป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่ สนช.แก้ไขกฎหมายจัดมหรสพได้ จะมีผลให้เจตนารมณ์ของการหาเสียงเลือกตั้งผิดเพี้ยนไป

ขณะที่อีก 2 ประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องการตัดสิทธิการห้ามดำรงตำแหน่งของผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และอำนาจของศาลฎีกาในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ 3 ฝ่าย ต่างเห็นตรงกันว่าควรต้องปรับปรุงให้เกิดความชัดเจนต่อไป

ท่าทีที่อ่อนลงของ สนช.ต่อกฎหมายเลือกตั้ง สส.นั้น ต้องยอมรับว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมา "พรเพชร วิชิตชลชัย" ประธาน สนช. ยืนยันมาตลอดว่าเป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคที่สามารถคุยกันให้จบลงได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม การยอมงอของ สนช.ดังกล่าว ส่วนหนึ่งนั้นมาจากสมาชิก สนช.ไม่ได้มีส่วนได้เสียต่อกฎหมายเลือกตั้งเท่าไหร่นัก เพราะสมาชิก สนช.ที่มีอยู่ไม่ได้เป็นนักเลือกตั้งอาชีพ จึงไม่ค่อยอินังขังขอบกับกติกาเลือกตั้ง สส.แต่อย่างใด

ทว่า ท่าทีของ สนช.ต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. กลับแตกต่างออกไปจากกฎหมายเลือกตั้ง สส.สิ้นเชิง

การประชุมนัดแรกของคณะกรรมาธิการวิสามัญ 3 ฝ่าย ชุดที่พิจารณากฎหมาย สว. กลับไม่สามารถหาข้อสรุปในประเด็นสำคัญ 3 เรื่องที่อยู่ในร่างกฎหมายได้ ซึ่งเป็น 3 ประเด็นที่ กรธ.เสนอข้อโต้แย้งมายัง สนช.เพื่อให้มีการแก้ไข ได้แก่

1.การเปลี่ยนแปลงจำนวนกลุ่มการสมัครจาก 20 กลุ่ม เหลือเพียง 10 กลุ่ม กรธ.เห็นว่าการลดทอนให้เหลือ 10 กลุ่ม เป็นหลักประกันว่าวุฒิสภาจะเป็นสภาที่ประกอบด้วยประชาชนจากทุกภาคส่วนของสังคมอย่างแท้จริง

2.การแบ่งผู้สมัครในแต่ละกลุ่มออกเป็น 2 ประเภท และการให้ผู้สมัครในแต่ละประเภทเลือกกันเอง กรธ.เห็นว่าจะมีผลให้เกิดการแบ่ง สว.ออกเป็น 2 ประเภท และการให้มีองค์กรเป็นผู้เสนอชื่อหรือรับรองผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ไม่ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคน

3.การยกเลิกการเลือกไขว้ กรธ.เห็นว่าการกำหนดมาตรการเลือกไขว้ในการเลือกกันเอง จะทำให้ความเป็นไปได้ในการสมยอมกันในการเลือกทำได้ยากขึ้น แต่การตัดมาตรการดังกล่าวออกโดยไม่มีมาตรการที่เท่าเทียมกัน จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการสมยอมโดยไม่สุจริต

แต่ประเด็นข้อโต้แย้งของ กรธ.ไม่อาจเปลี่ยนใจ สนช.ได้ ส่งผลให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่มี "สมคิด เลิศไพฑูรย์" เป็นประธาน ต้องแขวนประเด็นดังกล่าวเอาไว้ก่อน และค่อยมาหาข้อสรุปกันภายหลัง

จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีความเป็นไปได้ว่าที่สุดแล้วคงต้องหาทางออกด้วยการลงมติโหวตในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะหาทางออกด้วยสันติวิธี

วัดขุมกำลังในเวลานี้ กรธ.และ สนช.ต่างมี 5 เสียงในมือเท่ากันตามสัดส่วนของคณะกรรมาธิการ สถานการณ์แบบนี้ทำให้ 1 เสียงของ กกต.มีความหมายขึ้นมาทันที

"ศุภชัย สมเจริญ" ประธาน กกต. คือคนสำคัญในเวลานี้ ในฐานะเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมาย สว.ในสัดส่วนของ กกต. เพราะเมื่อยกมือสนับสนุนฝ่ายใด ฝ่ายนั้นจะชนะขึ้นมาทันที

สมมติแม้ สนช.จะแพ้ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ และยังสามารถสู้ได้อีกยกในชั้นการประชุม แต่นั่นหมายถึงการโหวตคว่ำกฎหมายเพื่อให้กลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งส่งผลให้การเลือกตั้งต้องถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย จึงมีคำถามตามมาว่า สนช.จะกล้าหักถึงขั้นนี้หรือไม่ภายใต้ภาวะขาลงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ดังนั้น ต้องยอมรับว่าจังหวะก้าวของ กกต.นับจากนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยที่ผ่านมา กกต.ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ สนช.และ กรธ.มาตลอด จนกระทั่งถูกเซตซีโร่ในเวลาต่อมา มาวันนี้สถานการณ์กลับนำมาให้ กกต.กลายเป็นผู้กำหนดผลแพ้ชนะ

หนึ่งเสียงในมือของ กกต.เวลานี้ จึงมีผลต่อทิศทางการเมืองอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล" เป็นองคมนตรี แทน "ศุภชัย ภู่งาม"

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล" เป็นองคมนตรี แทน "ศุภชัย ภู่งาม"