ก.ล.ต.ลงโทษแพ่ง ชูเกียรติ อดีตซีอีโอ SABUY-ภรรยา ปั่นหุ้น MSC ปรับ 249 ล้าน
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง “ชูเกียรติ รุจนพรพจี” อดีตซีอีโอ SABUY และภรรยา กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น MSC สั่งปรับรวมกว่า 249 ล้านบาท ห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุด 28 เดือน
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. มีคำสั่งลงโทษทางแพ่งต่อนายชูเกียรติ รุจนพรพจี อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABUY และนางสาวภรัณยา รุจนพรพจี ซึ่งเป็นภรรยา
- ทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นของบริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ในช่วงปี 2565
- กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งให้ชำระค่าปรับและเงินชดใช้รวมเป็นเงินกว่า 249 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2565 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในวันที่ 30 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 (รวม 64 วันทำการ) ผู้กระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ (1) นางสาวภรัณยา รุจนพรพจี (ภรรยาของ นายชูเกียรติ รุจนพรพจี) และ (2) นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างกันในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและความสัมพันธ์ทางการเงิน ได้ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณหลักทรัพย์ โดยส่งคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ราย ได้ร่วมกันกระทำการโดยแบ่งหน้าที่กันซื้อขายหุ้น MSC ในลักษณะสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขาย โดยมีพฤติกรรมผลักดันราคาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ราคาหุ้น บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ปรับตัวสูงขึ้นหรือสูงขึ้นไปจนถึงราคาสูงสุดของหลักทรัพย์ในแต่ละวัน (Ceiling) จับคู่ซื้อขายระหว่างกัน
รวมทั้งส่งคำสั่งซื้อขาย โดยรู้อยู่แล้วว่ากลุ่มของตนได้สั่งซื้อขายหลักทรัพย์เดียวกันในราคา ปริมาณ และเวลาใกล้เคียงกัน เพื่ออำพรางปริมาณการซื้อขายหุ้น ทำให้ผู้ลงทุนอื่นเข้าใจผิดว่าหุ้น MSC มีปริมาณการซื้อขายมากและเข้ามาซื้อขายตาม ส่งผลให้ราคาหุ้น MSC ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อขายหุ้น MSC และเพื่อให้หุ้น MSC มีราคาสูงขึ้น และให้มีมูลค่าใกล้เคียงกับมูลค่าของธุรกรรม ที่นางสาวภรัณยาได้ทำธุรกรรมแลกหุ้น บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL) กับ บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น MSC รวมทั้งเป็นการซื้อขายหุ้น MSC ในลักษณะต่อเนื่องกัน ทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น MSC ปรับตัวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดจำนวน 2 รายข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณหุ้น MSC ตามมาตรา 244/3 ประกอบมาตรา 244/5(2)(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 2 รายดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่
(1) ให้นางสาวภรัณยา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 249,254,347 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 14 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 28 เดือน
(2) ให้นายชูเกียรติ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 594,117 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 22 เดือน
การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้น จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง


