โล่งแต่ยังไม่รอดรอพิสูจน์ผลงาน

  • วันที่ 29 มี.ค. 2556 เวลา 09:36 น.

โล่งแต่ยังไม่รอดรอพิสูจน์ผลงาน

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

แม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรอง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) สมัยที่ 2 ด้วยเสียงข้างมาก 41 แต่ใช่ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และพรรคประชาธิปัตย์จะย่ามใจได้

นั่นเพราะ กกต.รับรองผลภายใต้เงื่อนไขกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะบริสุทธิ์และยืนอยู่เหนือข้อเคลือบแคลงทั้ง 30 ประเด็น ตามที่มีผู้ร้องเรียนไว้ก่อนหน้า

ระยะจากนี้ทอดยาวออกไปอีก 1 ปี กกต.จะพิเคราะห์ข้อร้องเรียนที่อยู่ในการพิจารณา หากหลักฐานมัดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หรือทีมงานผิดจริงก็เสี่ยงจะถูกสอย

นี่คือมรสุมที่ยังต้องเผชิญอยู่

ว่ากันตามข้อเท็จจริง 1,256,359 คะแนนเสียง ที่เทให้หมายเลข 16 ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนไม่น้อยที่ต้อง “กัดฟัน” เลือก ประกอบกับสัญญาณซึ่งถูกส่งผ่านอีกขั้วด้วยคะแนน 1,077,899 ให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์จึงชะล่าใจไม่ได้

ทบทวนทั้งท่าทีของพรรคและบทบาทของตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เอง

เพราะนี่คือ “โอกาส” ที่คนกรุงมอบให้ ...มอบให้ด้วยความคาดหวัง

นำมาสู่แรงกดดันระลอกสองที่จะพัดผ่าน

อีกหนึ่งความท้าทายที่พุ่งตรงไปยัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คือ การ “พิสูจน์ตัวเอง” ภายหลังได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้เป็นตัวแทนลงชิงชัยเก้าอี้พ่อเมือง

นั่นเพราะสถานการณ์ก่อนหน้า แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะถือไพ่เหนือคู่แข่ง มีทั้งอำนาจเก่ามีฐานเสียงสนับสนุน และมี สก.สข.จัดตั้งในพื้นที่ แต่ประเมินกันว่าหากพรรคตัดสินใจส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลงสมัครต่อมีโอกาสพลาดหวัง เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาประชาชนไม่ปลื้ม

เกิดเป็นแรงกระเพื่อมให้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร ปรากฏชื่อของกรณ์ จาติกวณิช และองอาจ คล้ามไพบูลย์ ซึ่งจะประกันความเสี่ยงได้มากกว่า แต่ที่สุดแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็ได้รับไฟเขียวให้ลงสนาม ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ระหองระแหง

แน่นอนว่า เวที กทม. คือ ฐานที่มั่นสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่แปลกที่ได้เห็นการระดมสรรพกำลังเต็มอัตราศึก แม้แต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังต้องลงพื้นที่ช่วยหาเสียงถี่จนผิดสังเกต

ดังนั้น ย่างก้าวของผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หลังจากนี้ มีอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์เป็นเดิมพัน ที่สำคัญต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อลบข้อครหาและแรงต่อต้านภายในพรรคให้ได้

เป็นสิ่งที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ต้องแบกรับในระลอกสาม

ที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อ้างมาโดยตลอดว่า เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ในช่วงรอยต่อ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ทำให้ต้องสานต่อนโยบายเดิม ไม่มีโอกาสจัดทำนโยบายของตัวเอง

ทว่า ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.นี้ ข้ออ้างดังกล่าวจะฟังไม่ขึ้น และไม่ว่าจะได้รับดอกไม้หรือก้อนอิฐ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการเดินหน้าเต็มกำลัง โดยวันแรกของการทำงานในตำแหน่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนงานตามภารกิจเร่งด่วน 10 ภารกิจ และนโยบาย 6 ด้าน

ประกอบด้วย 1.ติดตั้งกล้อง CCTV ในจุดเสี่ยงเพิ่มอีก 2 หมื่นตัว เชื่อมต่อกล้องเข้ากับกล้องเอกชนร่วม 2 แสนตัว และติดตั้งไฟส่องสว่างในพื้นที่เสี่ยงอีก 2 หมื่นดวง 2.ตั้งอาสาสมัครชุมชนเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด

3.ปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุชแบริ่ง และสะพานตากสินบางหว้า เหลือ 10 บาท และรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT เหลือ 5 บาท

4.โรงรับจำนำ กทม.รับจำนำดอกเบี้ย 1 สลึง 5,000 บาทแรก 5.เพิ่มทักษะอาชีพ พร้อมสอนภาษาอังกฤษ จีน มลายู ฟรี เพื่อเพิ่มรายได้ 2 แสนคน 6.ปรับอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน กทม.เป็นลูกจ้างชั่วคราว เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท ปวส. 1 หมื่นบาท ปวช. 8,600 บาท

7.เพิ่มจุดบริการพิเศษ งานทะเบียนราษฎร ณ ห้างสรรพสินค้า และขยายเวลาให้บริการถึง 22.00 น. 8.ติดตั้ง WiFi ความเร็วสูง 4 MB ฟรี 5,000 จุด 9.เพิ่มบริการเก็บขยะไม่ให้ตกค้างในตรอก ซอก ซอย 10.เพิ่มแท็กซี่เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ 100 คัน

รูปธรรมของนโยบายเร่งด่วนทั้ง 10 ข้อนี้ เสมือนหนึ่งตัวชี้วัดที่ประชาชนจะใช้ตัดสินสถานภาพของพรรคประชาธิปัตย์และกู้ศรัทธาของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์

หากทำไม่สำเร็จแรงกดดันจะมาเร็วและแรงกว่าเดิม เพราะไม่ใช่สมัยแรก แต่ขึ้นสู่สมัยสอง ขณะที่คะแนน 1 ล้านของเสียงที่พรรคเพื่อไทยก็เป็นพลังตรวจสอบที่ประมาทไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ