"Elmira" แบรนด์เครื่องประดับ ผสมศิลปะเปอรานากัน

  • วันที่ 05 ก.ย. 2561 เวลา 23:50 น.

"Elmira" แบรนด์เครื่องประดับ ผสมศิลปะเปอรานากัน

"Elmira" แบรนด์จิวเวลรี่ที่เน้นสไตล์ "ศิลปะเปอรานากัน" ครองใจทั้งลูกค้าในไทยและลูกค้าต่างชาติ

*****************************

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ประเทศไทยที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว และชอปปิ้ง จึงช่วยกระตุ้นตลาดสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของไทยที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทให้มีการเติบโต ซึ่งแบรนด์ จิวเวลรี่ “เอลมีร่า” ได้นำเสนอเครื่องประดับ จึงครองใจลูกค้าคนไทยและลูกค้าต่างชาติ ทั้งในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย

“มัสริน มาลินี” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์จิลเวลรี่ เอลมีร่า บริษัท เอลมีร่า จิวเวลรี่ แอน เจมส์ (Elmira Jewelry & Gems) เปิดเผยว่า แบรนด์ เอลมีร่า (Elmira) ก่อตั้งมาจากความรักในเครื่องประดับ และต่อเนื่องมาจากครอบครัว ที่มีธุรกิจซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับเพชรอยู่แล้ว จึงสนใจสร้างแบรนด์เครื่องประดับใหม่ในสไตล์ ศิลปะเปอรานากัน ที่เป็นภาษามลายู ซึ่งมีเอกลักษณ์และความสวยงามแบบเฉพาะ

“เดิมคุณพ่อ จะทำธุรกิจซื้อขายอัญมณี และมีงานเพชรซีกโบราณ รวมถึงได้รู้จักช่างทำเครื่องประดับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีฝีมืออยู่แล้ว ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าประจำ ประกอบกับตนเองที่มีความสนใจความผูกผันและเครื่องประดับ จึงสนใจอยากสร้างแบรนด์ใหม่ ที่มีดีไซน์และมีเอกลักษณ์” มัสริน กล่าว

จิวเวลรี่ของแบรนด์ จะรวมทั้งศิลปะเปอรานากัน ในแบบเดิม มาผสมกับรูปแบบการดีไซน์ใหม่ ทำให้มีความโมเดิร์นและมีรูปแบบใหม่ๆ โดยมีการนำเพชรซีก มาออกแบบเครื่องประดับ ให้มีแบบและลวดลายใหม่ที่ได้คิดและออกแบบเอง ทำให้เครื่องประดับสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในงานสำคัญต่างๆ หรือ เป็นเครื่องประดับสำหรับคู่รักในงานวันแต่งงานด้วย

“เพชรซีก และเพชรซีกโบราณ ถือเป็นเพชรแท้ มีความสวยงามแบบเฉพาะ โดยเพชรซีกจะเป็นที่นิยมอย่างมากในพื้นที่ทั้งประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ต่อเนื่องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในจังหวัดภูเก็ต ทุกคนต่างรู้จักเป็นอย่างดี” มัสริน กล่าว

ทั้งนี้การปรับดีไซน์จิลเวลรี่สู่เครื่องประดับในรูปแบบใหม่ ส่งผลให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าทั้งคนทำงาน และกลุ่มครอบครัว รวมถึงคู่รัก โดยแบรนด์สามารถสร้างดีไซน์แบบเฉพาะให้แก่คู่รักแต่ละคู่ เพื่อให้คู่รักได้แหวนแต่งงานที่ไม่เหมือนใครมีเพียงชิ้นเดียว และจะไม่ผลิตแบบดังกล่าวให้แก่ลูกค้าคนอื่นอีก อีกทั้งยังมีกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ จะนิยมการดีไซน์ของแบรนด์ ส่งผลทำให้นึกถึงช่วงเวลาวันวานในอดีตที่งดงามเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงลูกค้าจากประเทศจีน ที่นิยมและสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ จะมีการบอกปากต่อปากถึงแบรนด์ จึงมีผลทำให้กลุ่มลูกค้ารู้จักเพิ่มขึ้น ส่วนลูกค้าชาวจีน จะสนใจเครื่องประดับ ทับทิมของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบัน สัดส่วนลูกค้าแบ่งเป็น คนไทย 60% และต่างประเทศ 40%

อีกทั้งยังมีช่องทางจำหน่าย ผ่านการเปิดหน้าร้านอยู่ที่โรงแรม อัล มีรอซ รวมถึงการทำตลาดออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/ElmiraBangkok และการเปิดไลน์แอด

“การสร้างแบรนด์ได้มุ่งสร้างสรรค์ออกแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง และไม่หยุดนิ่ง โดยแต่ละแบบที่ได้ออกแบบจะมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและพบเจอในชีวิตประจำวันมานำเสนอผ่านการดีไซน์ รวมถึงการมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบการผลิตงานในแต่ละชิ้น จะมีช่างที่มีฝีมือและมีความชำนาญ มาร่วมผลิต ทำให้ได้แบบแต่ละชิ้นที่มีความพิเศษและแตกต่าง” มัสริน กล่าว

ล่าสุด ได้ร่วมโครงการ Co-Design ของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงช่วยได้พบแบรนด์แฟชั่นอื่นๆ จึงช่วยผลักดันการสร้างสรรค์ไอเดียแปลกใหม่อย่างต่อเนื่อง

มัสริน กล่าวทิ้งท้ายว่า จะผลักดันการนำเสนอ ศิลปะเปอรานากัน ผ่านจิลเวลรี่ ด้วยฝีมือช่างไทย โดยจะรวมทั้ง เอกลักษณ์ และความโมเดิร์นไปด้วยกัน พร้อมผลักดันแบรนด์ เอลมีร่า เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ข่าวอื่นๆ