ทีโอเอปรับทัพบุกหนัก ผุด3โรงงานเพิ่มพอร์ตชิงเค้กเออีซี ดันรายได้ปีนี้แตะ1.8หมื่นล.

  • วันที่ 13 มี.ค. 2562 เวลา 06:37 น.

ทีโอเอปรับทัพบุกหนัก ผุด3โรงงานเพิ่มพอร์ตชิงเค้กเออีซี ดันรายได้ปีนี้แตะ1.8หมื่นล.

ทีโอเอ ปรับใหญ่บุกตลาดเออีซีหวังชิงผู้นำในตลาดสีใน 5 ปี เผยตลาดยังแข่งขันสูง

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่พร้อม แต่งตั้ง นายประกรณ์ เมฆจำเริญ มาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อสานต่อในการบุกตลาดเพื่อก้าวสู่ผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

ทั้งนี้ ตั้งเป้าปี 2566 จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 20-25% ของรายได้รวมบริษัท จากปัจจุบันอยู่ที่ 13% รวมทั้งการรักษาความเป็นผู้นำตลาดสีในประเทศ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดถึง 48.7% ของมูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์สีที่อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท

สำหรับภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์สีในประเทศไทยโดยรวมยังมีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นหลายราย ทั้งนี้ บริษัทจะเน้นตลาดผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียมเพิ่มขึ้น โดยจะออกโปรดักต์ใหม่อีก 2-3 ตัวเพื่อทำตลาดในปีนี้ ควบคู่กับการส่งเสริมการขายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันสินค้ากลุ่มกลางและล่างยังคงให้ความสำคัญเช่นกัน โดยจะเป็นการปรับสินค้าที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานที่หลากหลายเพิ่มขึ้น

ด้านแผนการลงทุนในปีนี้ นอกจากเรื่องของการซ่อมบำรุงที่ต้องใช้งบในแต่ละปีอยู่ที่ราว 200-300 ล้านบาทแล้ว ยังมีการลงทุนราว 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนต่อเนื่องเพื่อสร้างโรงงานใน 3 แห่ง ได้แก่ อินโดนีเซีย ซึ่งแล้วเสร็จเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 2 ปีนี้

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการจัดตั้งโรงงานใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ประเทศเมียนมา และสร้างโรงงานผลิตสีแห่งที่ 2 ในเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญ ประเทศกัมพูชา คาดว่าทั้งสองโรงงานจะเปิดดำเนินการได้ในครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ในปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตรวม 102 ล้านแกลลอน หรือเพิ่มขึ้น 16% จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 88 ล้านแกลลอน

ด้าน นายประกรณ์ เมฆจำเริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้วางกลยุทธ์ธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนานวัตกรรมสีและสินค้าใหม่ๆ ในกลุ่มสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภค รวมทั้งเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น พร้อมกับกระตุ้นการใช้สีให้มากขึ้น ขณะที่ตลาดในเออีซีจะเร่งสร้างผู้กระจายสินค้า รวมทั้งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคที่แต่ละประเทศเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยเพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยตลาดหลักคือ บ้านเก่ามีสัดส่วน 70% บ้านใหม่ 30% สำหรับผลประกอบการปี 2561 บริษัทมีรายได้ราว 1.6 หมื่นล้านบาท หรือโตขึ้น 4% จากปี 2560 ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท

ข่าวอื่นๆ