อธิบดีกรมป่าไม้สั่งตรวจสอบที่ดินนายทุนเกาะพะงันรุกป่าสงวน
สุราษฎร์ธานี - อธิบดีกรมป่าไม้สั่งเจ้าหน้าที่ลุยตรวจสอบที่ดินของนายทุนบนเกาะพะงัน หลังพบพื้นที่บางส่วนอาจรุกป่าสงวน
สุราษฎร์ธานี - อธิบดีกรมป่าไม้สั่งเจ้าหน้าที่ลุยตรวจสอบที่ดินของนายทุนบนเกาะพะงัน หลังพบพื้นที่บางส่วนอาจรุกป่าสงวน
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าเกาะพะงัน โดยมีชุดเฉพาะกิจ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจ ทหาร เข้าร่วมกว่า 100 นาย หลังจากมีการบินสำรวจ และตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบนเกาะพะงัน ถูกบุกรุกเพิ่มจากที่เคยสำรวจไว้หลายจุด
นายศุภชัย สุกใส ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม ภาคใต้ กล่าวรายงานว่า เกาะพะงันมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามประกาศปี พ.ศ.2526 จำนวน 24,450 ไร่ และพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน พ.ศ.2553 จำนวน 26,000 ไร่ รวมเป็นเนื้อที่ 50,450 ไร่ แต่จากการแปลภาพถ่ายทางดาวเทียมเมื่อปี พ.ศ.2558 พบว่าเกาะพะงันมีสภาพป่าสมบูรณ์ จำนวนเนื้อที่ 33,817 ไร่ คิดเป็น 44 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกาะ โดยพื้นที่ถูกบุกรุกบางส่วนถูกแปรสภาพกลายเป็นรีสอร์ต บางส่วนผู้บุกรุกเข้าไปทำการเกษตร และมีการขายต่อเปลี่ยนมือให้กับนายทุน และเจ้าของรีสอร์ต ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ บางพื้นที่มีการตัดถนนเข้าไปยังที่ดินบุกรุก
นายศุภชัย กล่าวว่า การปฏิบัติการเบื้องต้นสามารถยึดคืนพื้นที่กลับมาได้บางส่วน โดยในส่วนป่าสงวนแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่รวม 7 จุด ในพื้นที่ 5 แปลง มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 2 ราย และบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ในที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณ หมู่ 3 ต.เกาะพะงัน ตรวจสอบเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.จำนวน 7 ไร่ แต่พบว่ามีการใช้พื้นที่เกินจากจำนวนเอกสารสิทธิ์ โดยเป็นการรุกล้ำไปในเขตป่าสงวนฯ
"นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณหาดยาว หมู่ 7 ต.เกาะพะงัน เป็นพื้นที่บนภูเขา มีการเข้าไปขุดหน้าดินขาย และบุกรุกพื้นที่ป่าบางส่วนรวม 58 ไร่ ต่อมาตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีนายทุนใหญ่ในพื้นที่เป็นเจ้าของ โดยเจ้าตัวยืนยันว่ามีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.ถูกต้อง แต่ตรวจสอบแล้วเบื้องต้นพบเนื้อที่มีเอกสารสิทธิ์ 27 ไร่ ทางเจ้าหน้าที่เตรียมตรวจสอบอีกครั้ง โดยจะเชิญเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว ร่วมตรวจสอบด้วย แต่ยังไม่มีการดำเนินคดี เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ"นายศุภชัย กล่าว
ต่อมาอธิบดีกรมป่าไม้ เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ถูกบุกรุกจำนวน 4 จุด ประกอบด้วย พื้นที่บ้านเล็บรอก หมู่ 2 หมู่ 3 ต.เกาะพะงัน รวมทั้งรีสอร์ตเขาหราทรีเฮ้าส์ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปแล้ว เนื่องจากสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ รวมทั้งเข้าตรวจสอบบริเวณที่ดินที่มีนายทุนในพื้นที่เป็นผู้ครอบครอง
ทั้งนี้ นายชลธิศ กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างรัดกุม หากเจ้าของที่ดินพิสูจน์ได้ถึงสิทธิ์การครอบครอง ก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่หากมีการรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนฯ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ให้รวบรวมหลักฐานต่างๆให้มีความชัดเจน นอกจากนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ดินบริเวณบ้านท้องนาง ในพื้นที่ ต.บ้านใต้ ที่ใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างสนามบินเกาะพะงัน ว่ามีพื้นที่ส่วนใดรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของเอกสารสิทธิ์เพื่อความชัดเจน
นายชลธิศ กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เนื่องจากทางกรมป่าไม้ ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มอนุรักษ์ ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าหลายจุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบางแปลงมีการบุกรุกเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่ก็มีบางแปลงที่อ้างเอกสารสิทธิ์ครอบครอง ซึ่งตนจะขอให้ทาง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ในส่วนของการปฏิบัติการในพื้นที่เกาะพะงัน เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตอุทยานแห่งชาติฯ และพื้นที่ดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ จึงต้องร่วมกันทั้ง 3 หน่วยในการลงพื้นที่ปฏิบัติการ สำหรับพื้นที่บางแปลงที่มีกลุ่มทุน หรือ ผู้ครอบครองที่อ้างสิทธิ์ในที่ดิน ก็ต้องดูว่าการดำเนินการเป็นไปในขอบเขตของเอกสารสิทธิ์หรือไม่ หากเกิดขอบเขตของ น.ส.3 ก. หรือ ส.ค.1 ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย โดยให้ดำเนินการอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล หรือราษฏรทั่วไป หากผิดก็ได้ดำเนินการเหมือนกัน ส่วนถ้าเป็นราษฏรที่มีฐานะยากจน ทางรัฐบาลก็มีหลักเกณฑ์ในการดูแลเป็นกรณีพิเศษ แต่ก็ต้องดูเป็นกรณีไป


