กางรายละเอียด ‘ธรรมนูญฯ คนข้ามเพศ’ ฉบับแรกของไทย สู่แนวปฏิบัติระดับชาติ
“สช. - คขพ.” จับมือภาคี 47 องค์กร ประกาศใช้ “ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ” ฉบับแรกของไทย พร้อมขับเคลื่อนสู่ Standard Practice ระดับชาติครอบคลุมแนวปฏิบัติ 5 ด้าน
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ซึ่งตรงกับวันสากลแห่งการตระหนักถึงตัวตนของคนข้ามเพศ (International Transgender Day of Visibility: TDOV) คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะคนข้ามเพศ (คขพ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายที่ทำงานกับคนข้ามเพศ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวม 47 องค์กร ได้ร่วมกันประกาศใช้ “ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ พ.ศ. 2569” เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ณ โรงแรมควีนส์แลนด์ กทม. โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 ราย เป็นสักขีพยานและประกาศเจตนารมณ์พร้อมขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศให้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐาน (Standard Practice) ระดับชาติที่หน่วยงานรัฐสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น World Pride Destination อย่างมีศักดิ์ศรี
สำหรับธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ พ.ศ. 2569 ฉบับนี้ ถือเป็นฉบับแรกของประเทศไทยซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการการมีส่วนร่วมจาก 47 องค์กรภาคีเครือข่าย
โดยหลักการสำคัญคือ แม้ว่าประเทศไทยจะมีภาพลักษณ์เป็นมิตรต่อความหลากหลายทางเพศ แต่ในเชิงโครงสร้างคนข้ามเพศกลับยังเผชิญการเลือกปฏิบัติและการเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่ ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นฉันทามติทางสังคมจึงถูกร่างขึ้นเป็นเข็มทิศนโยบายที่เปลี่ยนผ่านการทำงานจากโครงการเฉพาะกิจไปสู่ระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาการตีตราและวางรากฐานให้คนข้ามเพศมีสุขภาวะครบ 4 มิติ ได้แก่ กาย จิต ปัญญา สังคม ภายใต้หลักการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ในส่วนของธรรมนูญฯ จะแบ่งออกเป็น 5 หมวดสำคัญ ประกอบด้วย
หมวดที่ 1 พื้นฐานและสถานการณ์ ซึ่งรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ อุปสรรค และความก้าวหน้าของคนข้ามเพศ
หมวดที่ 2 อภิธานศัพท์ เป็นการนิยามอัตลักษณ์และความหลากหลายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในระดับสากล
หมวดที่ 3 เป้าหมายและแนวปฏิบัติ 5 ด้านหลัก (การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ระบบสวัสดิการในสังคมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย สถานศึกษาและการศึกษาที่ครอบคลุมอัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศและคุณลักษณะทางเพศ การเข้าถึงบริการสาธารณสุข การสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในอาชีพและสวัสดิการ)
หมวดที่ 4 กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อการยอมรับความหลากหลายในสังคม กลยุทธ์การสื่อสารและการมีส่วน ร่วมของคนในสังคม
หมวดที่ 5 กลไกการติดตาม ระบบการประเมินผลสำเร็จเชิงนโยบายในทุก 5 ปี
ทั้งนี้ นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สช. จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมประสานระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนธรรมนูญไปสู่การปฏิบัติจริง โดยจะสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการประเด็นสุขภาวะของคนข้ามเพศเข้าสู่แผนพัฒนานโยบายสาธารณะ ทั้งในด้านสุขภาพ การศึกษา สวัสดิการ และเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้เกิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของชุมชนคนข้ามเพศในทุกระดับ ตั้งแต่การออกแบบนโยบาย การติดตามผล ไปจนถึงการประเมินผล
นอกจากนี้ สช. จะทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และระบบข้อมูล ที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายมีความแม่นยำและตอบสนองต่อความเป็นจริงของสังคม ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าการสร้างสังคมที่เป็นธรรมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน พร้อมทั้งขอให้คำมั่นว่าจะเดินเคียงข้างชุมชนคนข้ามเพศ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถมีชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรี และมีความผาสุกอย่างแท้จริง


