posttoday

เริ่มวันนี้! ถอนเงินเกิน 5 ล้าน ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ปิดช่องทำผิดกฎหมาย

01 เมษายน 2569

เริ่มวันนี้วันแรก ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทต่อวัน ต้องแสดงตัวตน แจ้งวัตถุประสงค์ หากชี้แจงไม่ได้ถูกระงับชั่วคราว แนะเปลี่ยนเป็นโอนเงินออนไลน์ หรือใช้เช็คขีดคร่อมเข้าบัญชี ธุรกรรมไม่สะดุด

KEY

POINTS

  • เริ่มวันนี้ บังคับใช้มาตรการให้ผู้ที่ถอนเงินสดที่สาขาหรือขึ้นเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อม ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการใช้เงิน
  • มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้เงินสดเป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่ยากต่อการตรวจสอบเส้นทาง
  • หากผู้ถอนไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ ธนาคารสามารถระงับธุรกรรมเงินสดนั้นได้ แต่ยังสามารถทำธุรกรรมอื่นผ่านช่องทางดิจิทัลหรือเช็คขีดคร่อมได้ตามปกติ

วงการการเงินไทยก้าวเข้าสู่ยุคของการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มบังคับใช้ประกาศที่ 16/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน เริ่มวันนี้ (1 เม.ย.2569) เป็นวันแรก 

หลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้การทำธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น

ทำไมต้องคุมเข้มธุรกรรมเงินสด 5 ล้านบาท

เหตุผลหลักที่ ธปท. ออกหลักเกณฑ์นี้ เนื่องจาก "เงินสด" เป็นช่องทางที่ทำได้สะดวกและไม่มีข้อมูลเส้นทางธุรกรรม ทำให้ยากต่อการติดตามตรวจสอบ จุดอ่อนนี้อาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน การยกระดับการตรวจสอบจึงเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการ และป้องกันไม่ให้ธนาคารกลายเป็นเครื่องมือของการฟอกเงินหรืออาชญากรรมทางการเงิน

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ?

หลักเกณฑ์นี้มุ่งเน้นไปที่ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงและขาดร่องรอยทางดิจิทัล โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • ธุรกรรมที่เข้าข่าย: เฉพาะการถอนเงินสดที่สาขา และการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจาก เช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ที่มียอดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวันเท่านั้น
  • ธุรกรรมที่ไม่ได้รับผลกระทบ: ลูกค้าที่ใช้ช่องทางดิจิทัล เช่น การโอนเงินออนไลน์ การโอนเงินผ่านสาขา การใช้เช็คขีดคร่อมเข้าบัญชี หรือการซื้อเช็คเงินสด (แคชเชียร์เช็ค/ดราฟต์) ที่ระบุชื่อและขีดคร่อม ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยไม่ถูกบังคับใช้ตามหลักเกณฑ์นี้

ขั้นตอนที่ลูกค้าต้องเตรียมตัว

หากมีความจำเป็นต้องถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ลูกค้าจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนี้

1. การแสดงตัวตน: ต้องให้ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับกิจการหรืออาชีพ
2. แจ้งวัตถุประสงค์: ต้องระบุความจำเป็นในการใช้เงินสด พร้อมแสดงเอกสารประกอบการพิจารณา (ถ้ามี)
3. ระยะเวลา: การตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอาจทำให้ต้อง ใช้เวลาในการทำธุรกรรมมากขึ้น ในบางกรณี

“ชี้แจงไม่ได้” ต้องทำอย่างไร? หากต้องใช้เงินเกิน 5 ล้านบาท

หากสถาบันการเงินพบความผิดปกติ หรือลูกค้าไม่สามารถแจ้งวัตถุประสงค์และเหตุผลความจำเป็นได้ สถาบันการเงินมีอำนาจในการระงับธุรกรรมเงินสดนั้นชั่วคราว และต้องรายงานให้ ธปท. ทราบ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้บริการต้องเข้าใจคือ การระงับธุรกรรมนี้ “ไม่ใช่การอายัดบัญชี” แม้จะไม่สามารถถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทได้ในขณะนั้น แต่ลูกค้ายังสามารถใช้บัญชีทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติ 

ดังนั้น หากลูกค้าไม่สามารถชี้แจ้งได้ หรือชี้แจงไม่ผ่านต่ยังต้องการเบิกเงินเกิน 5 ล้านบาท เพียงแค่เปลี่ยนการโอนเงินออนไลน์ หรือการใช้เช็คขีดคร่อมเข้าบัญชี ก็จะสามารถถอนเงินได้

บทบาทของธนาคารและความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้กำหนดให้สถาบันการเงินบริหารจัดการความเสี่ยงโดยไม่สร้างภาระแก่ลูกค้าจนเกินควร และต้องมีแนวทางดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม อีกทั้งยังให้สถาบันการเงินทบทวนกระบวนการดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมการทำธุรกรรมเงินสดของลูกค้า 

หลักเกณฑ์ใหม่นี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอุดช่องโหว่ของอาชญากรรมทางการเงิน แม้อาจเพิ่มขั้นตอนสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท แต่สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ใช้ระบบโอนเงินดิจิทัลหรือเช็คขีดคร่อม หลักเกณฑ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อความสะดวกในการใช้บริการเลย

ข่าวล่าสุด

บง.แอ็ดวานซ์ รีแบรนด์สู่ Asian Finance ย้ายสู่รัชดาฯ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง