
ซามูไรสาวVSแข้งนิ่มมะกัน
ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา โคจรมาพบกันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก
ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา โคจรมาพบกันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก
โดย...โอชิยา ตันติวิวัฒนพันธ์
ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา โคจรมาพบกันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก หลังจากทั้งคู่นัดกันถล่มทีมจากยุโรปในรอบตัดเชือก คือ สวีเดน และ ฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ 31 เท่ากัน
หากเทียบชื่อชั้นกันแล้ว แข้งสาวจากเมืองลุงแซมดูเหนือกว่า เริ่มตั้งแต่อันดับโลกล่าสุดจากการประกาศของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งแข้งสาวสหรัฐครองเบอร์ 1 โลก ตามมาด้วย เยอรมนี บราซิล ส่วน ญี่ปุ่น รั้งอันดับ 4 ของโลก
นอกจากนี้ สหรัฐ ยังมีดีกรีครองแชมป์โลกมาแล้วถึง 2 สมัย ตรงข้ามกับ ญี่ปุ่น ที่เพิ่งได้สัมผัสเกมนัดชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก
เท่านั้นยังไม่พอ ตั้งแต่ดวลแข้งกันมา 25 นัด ตั้งแต่ปี 1986 ญี่ปุ่นยังไม่เคยคว้าชัยเหนือสหรัฐได้เลย โดยสาวเมืองลุงแซมมีสถิติชนะ 22 เสมอ 3 นัด
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นเกมนัดเดียวจบ ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ และถ้าไม่แน่จริง ทั้งสองทีมคงไม่ผ่านเข้ามาได้ไกลถึงขนาดนี้ ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีทีเด็ดและจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง
ดวลกึ๋นกุนซือ
สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของเกมการฟาดแข้งย่อมหนีไม่พ้น “แม่ทัพใหญ่” นั่นคือ กุนซือผู้วางแผนการเล่นและยืนบัญชาเกมอยู่ที่ข้างสนาม
โนริโอะ ซาซากิ กุนซือหนุ่มใหญ่วัย 53 ปีของญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องการจับลูกทีมฝึกซ้อมอย่างหนัก พร้อมกับเน้นเรื่องระเบียบวินัยให้กับพลพรรคแข้งสาวซามูไร ซึ่งมีฉายาว่า “นาเดชิโกะ”
ก่อนหน้านี้ ซาซากิ รับบทบาทเป็นโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกเยาวชนหญิงชิงแชมป์โลก ชุดยู20 เมื่อปี 2008 และพร้อมกับพาทีมลุยศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2 สมัย รวมทั้งนำทีมหญิงญี่ปุ่นฟาดแข้งในฟุตบอลโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งสามารถพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ
“เราตั้งเป้าที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก” ซาซากิ กล่าวไว้ตั้งแต่ช่วงพาลูกทีมลุยศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียเมื่อปีที่แล้ว
ณ ขณะนั้นหลายคนอาจดูว่าเป็นเรื่องโม้เกินจริงไปหน่อย แต่ถึงวินาทีนี้ ซาซากิพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้ และชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศก็ส่งกำลังใจข้ามทวีปไปให้พวกเขา
“ที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาเช้ามากในตอนที่เราลงสนาม แต่ก็มีคนคอยติดตามดูทางหน้าจอโทรทัศน์ นั่นทำให้พวกเรามีกำลังใจ และนี่ก็เป็นเวทีใหญ่สำหรับเรา ผมมีความสุขที่ทีมเรามาได้ไกลขนาดนี้ และตื่นเต้นกับนัดชิงชนะเลิศ” ซาซากิ กล่าว
นอกจากนี้ ซาซากิ หวังพาทีมคว้าแชมป์เพื่อส่งความสุขให้ประชาชนชาวญี่ปุ่น หลังประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
ขณะที่แม่ทัพของฝั่งสหรัฐ คือ เพีย ซุนด์ฮาเก โค้ชหญิงชาวสวีดิช วัย 51 ปี ซึ่งในสมัยสาวๆ เธอค้าแข้งในตำแหน่งกองหน้าและคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 4 ครั้ง พร้อมมีสถิติรับใช้ทีมชาติ 146 นัด ยิง 71 ประตู
สำหรับเส้นทางการเป็นโค้ช ซุนด์ฮาเก สร้างชื่อเมื่อครั้งคุมทีม บอสตัน เบรกเกอร์ส คว้าแชมป์ลีกหญิงของสหรัฐ ปี 2003 จากนั้นได้เป็นผู้ช่วยกุนซือ มาริกา โดมานสกี ไลฟอร์ส คุมทีมชาติจีนในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก เมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งแข้งสาวแดนมังกรไปได้ไกลสุดในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
จากนั้น ซุนด์ฮาเก เข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมหญิงสหรัฐในปี 2007 โดยมีผลงานชิ้นโบแดงคือเหรียญทอง โอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง
สำหรับการพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ซุนด์ฮาเก ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับทีมสต๊าฟโค้ชที่ช่วยกันวางแผนและแก้ไขสถานการณ์ อย่างเช่นในเกมรอบตัดเชือกที่สหรัฐ ชนะ ฝรั่งเศส 31 ซึ่งเธอยอมรับว่าวางแท็กติกได้ไม่ดีนักในช่วงต้นเกม แต่สต๊าฟโค้ชช่วยกันปรับแผนจนคว้าชัยได้ในที่สุด
“ฉันวางแผนพลาดไป แต่ผู้ช่วยของฉันทำหน้าที่ได้วิเศษมาก พวกเขาบอกให้ฉันปรับเปลี่ยนแผงมิดฟิลด์ ซึ่งพวกเขาควรได้รับคำชมเชยด้วยเช่นกัน”
บาร์ซาซามูไรมะกันฟรีสไตล์
สไตล์การเล่นของ ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา คล้ายคลึงกันในแง่ของการมีทีมเวิร์กที่ดี และมีหลายด้านที่ค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร
ญี่ปุ่นดูจะเสียเปรียบในด้านรูปร่าง เพราะในบรรดาผู้เล่นทั้งทีม มีเพียง ซากิ คุมากาอิ กองหลังวัย 20 ปีคนเดียวเท่านั้น ที่มีส่วนสูงเกิน 170 เซนติเมตร
แถมเกินมาเยอะเสียด้วย เพราะเธอสูง 171 เซนติเมตร (อิอิ)
อย่างไรก็ตาม แข้งสาวร่างจิ๋วจากแดนปลาดิบ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าส่วนสูงนั้นไม่ใช่อุปสรรค เพราะพวกเธอสามารถหาจุดแข็งอื่นมาแทนที่ นั่นคือความคล่องแคล่ว และที่สำคัญ คือ แท็กติกเน้นการต่อบอลเรียดบนพื้น ส่งบอลเท้าต่อเท้าอย่างแม่นยำ จนถึงขนาดมีการยกให้เป็น “บาร์เซโลนาหญิง” เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ซาซากิ ไม่อยากให้แฟนบอลนำลูกทีมของเขาไปเปรียบเทียบกับทีมอื่นๆ โดยกล่าวว่าสาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นเล่นกันอย่างเข้าขา เนื่องจากนักเตะส่วนใหญ่เล่นด้วยกันมานานตั้งแต่ชุดลุยโอลิมปิก เกมส์ 2008
นอกจากนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกหลาน “ซามูไร” แล้ว เรื่องหัวจิตหัวใจนักสู้ไม่ต้องเป็นห่วง
“เราไม่เคยยอมแพ้ เราทำงานกันเป็นทีมและพยายามแสดงจุดแข็งของแต่ละบุคคลออกมา ความเร็วและการผ่านบอลเป็นปัจจัยสำคัญในการดวลกับผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่” ชิโนบุ โอโนะ กองหน้าญี่ปุ่น กล่าวหลังเกมรอบตัดเชือกที่พวกเธอมีฮึดพลิกกลับมาชนะสวีเดน 31 หลังจากโดนแข้งสาวสวีดิชยิงขึ้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 10
ขณะที่สหรัฐอเมริกา ซุนด์ฮาเก เน้นให้ลูกทีมเล่นอย่างอิสระฟรีสไตล์ โดยเธอจะให้คำแนะนำหลักๆ และแผนการเล่นโดยรวมเท่านั้น เนื่องจากเชื่อมั่นและคิดว่าผู้เล่นในสนามสามารถคิดและเล่นได้เอง ซึ่งนั่นทำให้ ซุนด์ฮาเก ต่างไปจากโค้ชชาวอเมริกันคนอื่นๆ ที่มักพยายามควบคุมการส่งบอลทุกช็อต
โฮป โซโล ผู้รักษาประตูสาวสุดฮอตของสหรัฐ ถึงกับออกปากว่า ภายใต้การคุมทีมของซุนด์ฮาเก ผู้เล่นได้สนุกกับเกมเหมือนสมัยเด็กๆ อีกครั้ง เพราะพวกเธอได้เล่นอย่างมีอิสระมากขึ้น และนักฟุตบอลทุกคนก็ชอบที่จะเล่นแบบนั้น
นอกจากนี้ สหรัฐเป็นทีมที่มีการหมุนเวียนผู้เล่นลงสนามได้เป็นอย่างดี โดยในรายชื่อทั้งหมด 21 คน มีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่ยังไม่ได้ลงสัมผัสเกม ซึ่ง 2 ใน 3 คนนั้น คือ ผู้รักษาประตูตัวสำรอง
“ไม่มีใครถูกยกให้เป็นตัวจริงหรือถูกจับให้เป็นตัวสำรองในทีมนี้ พวกเราทุกคนไม่ได้แตกต่างกัน ดูอย่าง อเล็กซ์ มอร์แกน สิ เธอลงมาเป็นตัวสำรองและยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของเธอได้ทันที (นัดชนะฝรั่งเศส 31)” แอบบี แวมบาช ศูนย์หน้าดาวซัลโวประจำทีมสหรัฐ กล่าว
คีย์เกิร์ล
โฮมาเระ ซาวะ มิดฟิลด์กัปตันทีมชาติญี่ปุ่นมีลุ้นคั่วรางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ หลังจากยิงไปแล้ว 4 ประตู เท่ากับ มาร์ตา ของบราซิล แต่ดาวยิงสาวแซมบาตกรอบไปแล้ว
ซาวะ วัย 32 ปี มีจุดเด่นในเรื่องของประสบการณ์ ผ่านเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ซาวะ ผ่านการโม่แข้งมาแล้วถึง 5 สมัย !!!
ซาซากิ กุนซือญี่ปุ่นยกให้ ซาวะ เป็นสัญลักษณ์ของวงการฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นไปแล้ว หลังจากลงรับใช้ทีมชาติ 171 นัด ยิงได้ 79 ประตู และเธอก็พร้อมที่จะพารุ่นน้องสร้างประวัติศาสตร์ผงาดคว้าแชมป์โลกให้ได้
“ในฐานะกัปตันทีม มันเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องกระตุ้นผู้เล่นทุกคนไม่ให้ยอมแพ้ง่ายๆ” ซาวะ กล่าว
ข้ามไปฝั่งสหรัฐ พวกเขาฝากความหวังในการยิงประตูไว้กับ แอบบี แวมบาช ที่ทำไปแล้ว 3 ประตู และพร้อมที่จะสร้างความลำบากใจให้กับบรรดากองหลังตัวกระเปี๊ยกของญี่ปุ่น ด้วยความสูงถึง 181 เซนติเมตรของเธอ
“เธอเป็นผู้เล่นฝีเท้าดีมากและเล่นได้ดีทั้งสองเท้า และถ้ามองไปที่ความขยัน เธอพยายามมองหาช่องที่จะเข้าไปรับบอลทุกครั้ง อีกอย่างที่ประทับใจฉันมาก คือ แอบบีตัวเตี้ยกว่าฉันอีก แต่เธอโหม่งทำประตูได้หลายครั้ง นอกจากนี้เธอยังเป็นคนที่อ่านเกมได้ดีและมีประสบการณ์สูงอีกด้วย” ซุนด์ฮาเก กล่าว
ทั้งนี้ นอกจากเกมรุกอันเฉียบคมแล้ว ด่านสุดท้ายของสหรัฐยังสามารถอุ่นใจได้ในความเหนียวหนึบของ โฮป โซโล ที่เป็นฮีโร่เซฟลูกยิงของ ไดแอน ช่วยให้สหรัฐชนะจุดโทษบราซิลในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
“เธอเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เธอทำผลงานได้ดีมากในรายการนี้ เธอป้องกันประตูได้เหนียวแน่นและเล่นบอลด้วยเท้าได้ดีเช่นกัน เราแทบจะเรียกเธอว่าเป็นกองหลังคนที่ 5 เลยก็ว่าได้” ซุนด์ฮาเก กล่าวถึงกำลังสำคัญของทีมอีกหนึ่งคน







