
สอบตกไม่ยักตาย คุยสบายกับดาราสอบตก
เปิดใจคนบันเทิง-กีฬาผันตัวเป็นผู้สมัครเลือกตั้ง แต่ยังก้าวไปไม่ถึงดวงดาวหลังไม่ได้รับเลือกเข้าสภา
เปิดใจคนบันเทิง-กีฬาผันตัวเป็นผู้สมัครเลือกตั้ง แต่ยังก้าวไปไม่ถึงดวงดาวหลังไม่ได้รับเลือกเข้าสภา
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
การเลือกตั้งใหญ่ผ่านพ้นไป แต่ก็เริ่มมีการเลือกตั้งใหม่อีกแล้ว เนื่องจากผู้สมัครบางคนถูก กกต. สอยร่วง ใครได้ใบเหลืองก็ลงเลือกตั้งใหม่ได้ ใครได้ใบแดงก็หมดลุ้น แต่คนที่หมดลุ้นอดเป็น สส.ถาวรในการเลือกตั้งครั้งนี้คือ คนในวงการบันเทิงที่มาลงเลือกตั้งนั่นเอง แล้วพวกเขาจะไปทำอะไรกัน
เริ่มที่นักร้องลูกคอ 9 ชั้น สวรรค์ประทาน มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ที่ลงสมัคร สส.เขต 2 มุกดาหาร แต่สอบตกครั้งแรกบนถนนการเมือง ได้ 900 กว่าคะแนนเท่านั้น แม้คะแนนจะน้อย แต่ทุกคะแนนบักเถิงได้มาอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีการซื้อขาย
เขายอมรับความพ่ายแพ้ แต่ก็แอบกระซิบกระซาบว่า จ.มุกดาหาร กระแสพรรคเพื่อไทยแรงจริง ถึงขนาดมีคนพูดทีเล่นทีจริงว่า ถ้าลงเพื่อไทยมีคะแนนตุนในมือตั้งแต่ยังไม่เดินหาเสียง
แม้ผู้ชนะอันดับ 1 ได้ 5 หมื่นกว่าคะแนน กับอันดับ 4 อย่างเขาจะต่างกันลิบ แต่เขาก็ไม่ได้ถอดใจ ประกาศชัด นี่คือก้าวแรก และจะมีก้าวต่อไปในเส้นทางการเมืองแน่นอน
“ไม่มีอะไรต้องท้อ ไม่มีอะไรให้ต้องถอย นี่แค่ก้าวแรกของผม ครั้งหน้าจะลงอีกและจะลงอีกจนได้รับเลือก เข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องคนยากคนจน” เจ้าของบทเพลงขายควายช่วยแม่ประกาศสู้ต่อไปในเส้นทางการเมือง
แม้เขาจะพลาดหวังจากการเป็นผู้ทรงเกียรติ แต่ก็มีงานที่เขารักรองรับคือการเป็นนักร้องอาชีพ (มีงานเพลงเกือบ 20 ชุด) และอาชีพนี้จะอยู่คู่กับเขาไปตลอดจนกว่าจะหมดอายุขัยคือจุดอิ่มตัวนั่นเอง
ถึงวันนี้ มนต์สิทธิ์ ก็เป็นนักร้องในสังกัดชัวร์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (เดิมคือชัวร์ออดิโอ) จากนี้ไปเขาก็จะกลับมาร้องเพลงแบบเต็มตัวอีกครั้ง
และทุกครั้งที่เขาไปโชว์ลูกคอที่ไหน ไกลหรือใกล้ก็จะพาเพื่อนรัก “เจ้าซันเดย์” หมาแสนรู้ไปด้วยเสมอ
“เจ้าซันเดย์ผมไปซื้อมาจากแถวจตุจักร วันที่ไปซื้อคือวันอาทิตย์ จึงตั้งชื่อให้มันว่า ซันเดย์ เพื่อให้รู้ว่าชื่อนี้มีที่มา เป็นหมานิสัยดี ปวดขี้ปวดเยี่ยวเดินเข้าห้องน้ำเอง เวลาหิวก็จะเห่าสองสามที บางทีนอนบนที่นอนกับเราปวดฉี่ลงไม่ได้ก็ร้องขอความช่วยเหลือ แสนรู้มาก” นักร้องเสียงหวานสะท้านอารมณ์เล่าถึงเพื่อนรักต่างสายพันธุ์
อีกคน สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ทักทายด้วยเสียงอุทานว่า ในชีวิต สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ไม่เคยต่ำต้อยขนาดนี้ ไม่อยากเชื่อคะแนนไม่ถึง 2,000 ทั้งที่เสียงตอบรับดีมาก จากการเดินเคาะทุกประตูบ้าน
นักร้องเจ้าของบทเพลง “รักน้องพร” ที่ดังระเบิดระเบ้อเมื่อไม่กี่ปี บอกสั้นๆ แพ้เพราะกระแส...กระแสให้ต้องเลือกระหว่าง “ยิ่งลักษณ์” กับ “อภิสิทธิ์”
“คิดดูเลือกตั้ง สว. 2549 ผมได้คะแนนสูงสุดเป็นที่ 1 ของปทุมธานีเลยนะ 5 หมื่นกว่า แต่ครั้งนี้ไม่ถึง 2,000 ต่างกันลิบ ต่ำต้อยไหมล่ะ แต่ผมต้องขอบคุณในทุกคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์” นักร้องรุ่นครูบอกเล่าในผลคะแนน
กระนั้นก็ตาม สดใส ยังบอกว่า ไม่เข็ด ไม่เลิก ไม่มีความคิดที่จะหันหลังให้การเมือง เพราะการเมืองได้เข้ามาอยู่ในสายเลือดนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆ เท่านั้น
เขามองว่าการหาเสียงต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่เหมือนของชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ แปลกแตกต่าง น่าสนใจ มีจุดขายคือบุคลิกจริงจัง เวลาหาเสียงเลือกเจาะปัญหาที่โดนใจชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม ชีวิตหลังการเลือกตั้งของสดใส ไม่ได้แตกต่างจากมนต์สิทธิ์ ที่ต้องเข้าสู่โหมดการร้องเพลงแบบเต็มตัวอีกครั้งในฐานะนักร้องอาชีพ
“เลิกอะไรก็เลิกได้ แต่ให้เลิกร้องเพลง พี่ทำไม่ได้ เพราะเป็นชีวิตจิตใจของพี่ และเป็นยิ่งกว่าอาชีพเราไปแล้ว อีกอย่างเราก็โด่งดังมาจากตรงนี้ จะร้องไปเรื่อยๆ จนกว่าร้องไม่ไหว ส่วนการเมืองพร้อมทุกเมื่ออยู่แล้ว” นักร้องชั้นครูขวัญใจประชาชนที่แต่งเพลงมากถึง 200 กว่าเพลง บอก
ขณะที่ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตนักมวยหมัดหนัก ฉายา “ซ้ายทะลวงไส้” ที่ช่วงหลังหันมาเล่นหนังเล่นละคร การเลือกตั้งคราวนี้ลงใน จ.เพชรบูรณ์ ได้คะแนนกว่า 8,000 คะแนน มากที่สุดในบรรดาเพื่อนศิลปินด้วยกัน
“พอใจมาก ถือว่าไม่ขี้เหร่ เป็นคะแนนบริสุทธิ์จริงๆ เพราะผมไม่ได้ซื้อเสียงแม้แต่บาทเดียว เชื่อว่าส่วนหนึ่งประชาชนชื่นชอบในตัวผม และส่วนหนึ่งอยากเห็นบ้านเมืองเกิดความปรองดอง” เขาทรายเป็นปลื้มใจกับผลคะแนนของตัวเอง
ต้องยอมรับว่าแม้เขาจะเข้าสู่การเมืองครั้งแรก แต่ก็ถือว่าไปได้สวยหรูทีเดียว และบ่งบอกเป็นสัญญาณเตือนภัย นักการเมืองตัวเก็ง หรือนักการเมืองหน้าเดิมใน จ.เพชรบูรณ์ ได้หนาวๆ ร้อนๆ แน่
เพราะเขาทรายประกาศจะเดินหน้าในเส้นทางการเมืองแบบเต็มสูบต่อไป เขามองว่า นักกีฬา นักแสดง ดารา นักร้อง อะไรๆ ก็เป็นมาหมดแล้ว เหลืออย่างเดียวคือ “นักการเมือง” ต้องเดินไปถึงฝั่งฝันให้ได้ นั่นเป็นเป้าหมายสูงสุด
เขาทราย บอกว่า เขาเคยได้รับการสนับสนุนล้นหลามจากประชาชนในอาชีพนักมวยมายาวนาน และเขาก็อยากตอบแทนคุณแผ่นดินและประชาชน ด้วยการเป็นผู้แทนสักครั้ง
“ครั้งนี้สอบตกไม่เป็นไรเพราะเวลาหาเสียงน้อยมาก แต่ครั้งหน้าผมจะสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง สามารถเข้าถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนให้ได้ และด้วยจุดแข็งคือการเป็นนักกีฬาผมจะใช้จุดนี้แหละสร้าง จ.เพชรบูรณ์ ให้เป็นเมืองกีฬาแม้กระทั่งบนดอย เมื่อไหร่ได้เป็น สส.คนเพชรบูรณ์จะได้เห็นผมเป็นประธานสโมสรฟุตบอลเพชรบูรณ์แน่นอน” ซ้ายทะลวงไส้วาดอนาคตการเมือง
ส่วนชีวิตหลังเลือกตั้ง อดีตแชมป์โลก บอกว่า ตอนนี้ทำธุรกิจหลังคารถยนต์ยี่ห้อ “แพนเตอร์” ที่ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วนงานละครยังว่างอยู่ หลังจากเรื่อง “สืบสวนป่วนกำลัง 3” ทางช่อง 3 เพิ่งลาจอไปไม่นาน
“ถ้าใครติดต่อเข้ามาก็พร้อมพิจารณา บทบาทไหนก็ได้ครับ รับหมด แต่ถนัดที่สุดคือแนวตลกขบขันเพราะตรงกับบุคลิกของผม” นักมวยดังที่ผันมาเป็นนักแสดงปิดท้ายรายการ
ฝ่ายเจ้าของวลีสุดฮิต “ไม่ได้โม้” สมรักษ์ คำสิงห์ ที่ผันตัวเองมาเป็นนักแสดงเช่นกัน แย็บทักทายด้วยการเลือกตั้งที่ผ่านมาตามสไตล์ว่า 5 หมื่นกว่าคะแนนของผู้ชนะเลือกตั้งมันควรจะเป็นของ สมรักษ์ คำสิงห์ มากกว่า
“คิดดูนะ ตอนผมปราศรัยที่ อ.บ้านไผ่ มีคนมาฟังราว 5 หมื่นคน แต่พอตอนลงคะแนนไหงได้ 1,900 แต่คนไปฟังว่าที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ร้อยกว่าคน ผมไม่เข้าใจพี่น้องประชาชนเหมือนกัน ความจริงคะแนนของผู้ชนะ 5 หมื่นกว่าๆ นั้นมันต้องเป็นของผมนะ และผมจะทวงคืนในสมัยหน้า” หนุ่มบาสเปิดมุขขำตามสไตล์แต่ดุดันเอาการ
อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิกก็ยอมรับว่า การพ่ายแพ้ครั้งนี้เพราะกระแสพรรคเพื่อไทยมาแรง และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องพูดคืออำนาจรัฐและอำนาจเงินที่ดูดคะแนนที่เขาต้องได้ไป
“ไปหาเสียงที่ไหนได้รับการตอบรับดีมากจากเด็ก จากผู้ใหญ่ ที่ไหนๆ ชาวบ้านก็บอกว่าอย่าเอาอย่างนักการเมืองคนนั้นคนนี้นะ ไม่รักษาคำพูด ไม่มีสัจจะ บอกจะทำโน่นทำนี่ให้ พอได้เป็นก็หายหัวหมด ผมถึงมั่นใจไงว่าต้องนอนมา เสียงผมเป็นต่อ 5-3 2-1 แต่สุดท้ายก็งงสอบตก”
แม้เจ้าบาสจะไม่ได้เป็น สส.สมัยนี้ ก็ยังช่วยพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป และอยากเห็นพรรคชาติไทยพัฒนาได้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะพรรคเต็มไปด้วยคนกีฬาที่พร้อมระดมแนวคิดเพื่อการพัฒนากีฬาไทย แล้วหลังจากนี้เขาจะไปทำอะไร
“ผมมีเวลาช่วยงานพรรคเต็มที่ ขอเพียงบอกมา เพราะยังไงๆ ร้านหมูกระทะก็เจ๊งเรียบร้อยไปแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ผมเป็นทหาร มีฝีมือ ไม่กลัวอด” หนุ่มบาสปิดประเด็นสุดมั่นแบบมีฮาตามเคย







