posttoday

ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล สาวจิตรกรรมฯ ดีกรีนางงาม

10 กุมภาพันธ์ 2553

อีกไม่นานเกินรอเราคงได้เห็นผลงานศิลปะของนักศึกษาสาวคณะจิตรกรรมฯ ดีกรีความสวยระดับประเทศคนนี้อย่างแน่นอน

อีกไม่นานเกินรอเราคงได้เห็นผลงานศิลปะของนักศึกษาสาวคณะจิตรกรรมฯ ดีกรีความสวยระดับประเทศคนนี้อย่างแน่นอน

โดย...อัคร เกียรติอาจิณ

ทุกปีเวทีมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส มักจะแจ้งเกิดดาวเด่นให้เห็นอยู่เสมอๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีสาวสวยหน้าตาแฉล้มตบเท้าเข้ารอบสุดท้าย และคว้าตำแหน่งสำคัญเพียบเลย

ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล หรือน้องกระติ๊บ คือหนึ่งในนั้น คืนวันประกวดชิงมงกุฎเธอเจิดจรัสไม่แพ้ใคร แถมยังฉายความน่ารักและความสามารถได้อย่างชะงักงัน จนกรรมการเองก็ยากที่จะอดใจเทคะแนนให้เธอครองรองมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส พ่วงด้วยสาวสวยงามอย่างไทยอีกรางวัล

สาวหมวยลูกผสม (สงขลากับเชียงใหม่) รายนี้เล่าถึงการประกวดว่า แม้จะไม่ใช่ความปรารถนาของเธอตั้งแต่ต้น แต่บทสรุปดูเหมือนจะสร้างความประทับใจยิ่งนักสำหรับเธอ โดยเฉพาะการได้สัมผัสกับความสุขความอบอุ่นที่สมาชิกในครอบครัวมอบให้กันและกัน

 

ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล สาวจิตรกรรมฯ ดีกรีนางงาม ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล

"พอดีเป็นช่วงปิดเทอม เคลียร์งานทุกอย่างหมด คุณแม่ก็บอกอายุ 20 ปีแล้ว ขึ้นประกวดเถอะ ส่วนคุณพ่อก็ไม่คัดค้าน ได้ ไม่ได้ ไม่เป็นไร ถือเสียว่าไปกินข้าวโรงแรมฟรี (หัวเราะ) แล้วมันได้ตำแหน่งจริงๆ ก็ดีใจนะ แต่สิ่งที่ทำให้ดีใจมากกว่านั้นคือการประกวดนางงามนี่ล่ะ ที่สามารถดึงสมาชิกทุกคนในบ้านมารวมตัวกันครบ คุณพ่ออยู่สงขลา คุณแม่อยู่เชียงใหม่ คุณยายบินมาจากมาเลเซีย เพื่อมาเชียร์เราคนเดียว โอ้โห้! เป็นอะไรที่ปลื้มสุดๆ แล้วละค่ะ เพราะปกติครอบครัวไม่ค่อยอยู่ครบกันหรอก แต่ครั้งนี้ครบทีม ความรู้สึกของหนูวันนั้นมันเหมือนการฉลองรับปริญญายังไงยังงั้นเลย"

หลังได้ตำแหน่งน้องกระติ๊บมีภารกิจนางงามเพิ่มเข้ามาในชีวิตมากมาย จากที่ไม่เคยทำก็มีโอกาสลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นเดินสายออกงานสังคม โชว์ตัวและให้สัมภาษณ์สื่อ เรียนแต่งหน้า เป็นกิจกรรมที่เหนื่อย แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน เพราะเมื่อเทียบกับการเรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าตัวยืนกรานว่าหนักกว่า

ที่คณะจิตรกรรมฯ น้องกระติ๊บไม่ได้ชื่อกระติ๊บ ใครจะไปหาเธอแล้วละก็ อาจไม่เจอ หรือคนแถวนั้นคงทำหน้าเอ๋อเหรอใส่ หากถามว่ากระติ๊บอยู่ไหม แต่ถ้าบอกมาหา "เอื้องรวง" ทุกคนก็จะร้องอ๋อทันที ซึ่งชื่อนี้เป็นฉายาที่น้องกระติ๊บได้รับตั้งแต่ปี 1 ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวคณะที่จะต้องมีชื่อสำรอง บ่งบอกความเป็นอัตลักษณ์แห่งตัวตนของแต่ละคน อย่างฉายานี้ก็มาจากความสวยที่น้องกระติ๊บมี ดั่งดอกไม้ทางเหนือ (เอื้อง = ดอกไม้) ที่มีรวงงดงาม เช่น รวงข้าว (รวงข้าว = กระติ๊บ คิดได้ไง!!!)

แต่เห็นทีชื่อเอื้องรวงจะไม่ขลังเท่าฉายาใหม่ ซึ่งมีดีกรีความสวยระดับประเทศการันตีเสียแล้ว เมื่อใครๆ ต่างก็พร้อมใจกันเรียก "คุณนางงาม" (ความจริงในหมู่เพื่อนๆ จะใช้ภาษาพ่อขุนรามฯ นำหน้านาม) ด้วยน้ำเสียงชื่นชมแกมหมั่นไส้ (เล็กน้อย)

"ช่วงนี้ที่คณะจะมีรับน้อง พอเขารู้ว่าหนูได้เป็นนางงาม น้องๆ ผู้หญิงก็จะพากันทำเกล้าผมเหมือนนางงาม หนูเห็นแล้วงง เป็นอะไรกันไปเนี้ย ส่วนเพื่อนๆ จะไม่เรียกเอื้องรวง หรือกระติ๊บ พอเห็นหนูมาก็จะเรียก คุณนางงาม มาแล้วเหรอยะ (หัวเราะ)"

แม้จะมีการหยอกเย้าจิกกัดตามประสาเพื่อนฝูงบ้าง แต่น้องกระติ๊บก็ไม่ถือโกรธ เพราะรู้ว่าสิ่งที่เธอทำคือความจริงใจ กับการได้ตำแหน่งนางงามของเธอ ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่มีสาวสวยพะยี่ห้อ จิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คว้ารางวัล ก็คือความจริงใจที่สาวน้อยวัย 20 มีต่อชาวคณะและต่อตัวเอง

เวทีขาอ่อนคือโอกาสที่ทำให้สาวๆ หลายคนก้าวสู่ถนนสายบันเทิง แต่สำหรับรองมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ชื่อกระติ๊บ เธอบอกยังไม่อยากฝันใกล้ขนาดนั้น ด้วยว่าภารกิจสำคัญตอนนี้ของเธอคือต้องเอาดีเรื่องเรียนก่อน เพราะการเรียนวิชาศิลปะไม่ใช่ง่ายและไม่สบาย ไม่เท่ และไม่เก๋ อย่างที่ใครตีค่าไว้

"คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเรียนศิลปะเท่ว่ะ แต่คนที่เรียนศิลปะจริงๆ จะรู้ ความเท่มันคือความคิดและผลงานที่สะท้อนออกมาต่างหาก ไม่ใช่แค่แต่งตัวติสต์ๆ ยีนส์เก่าๆ เหม็นๆ กินเหล้าเมาแอ๋ หอบเฟรมทำเป็นโก้ ไม่ใช่เลย อย่างนั้นตัวปลอม เพราะอย่างที่คณะเขาสอนว่า ชีวิตคนสั้น ศิลปะยืนยาว คนที่เรียนศิลปะจะต้องให้ชีวิตในแต่ละวันหมดไปกับการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ได้ยึดที่วัตถุ หนูเลยคิดว่าต้องทุ่มเทเต็มที่กับการเรียน"

น้องกระติ๊บเปลี่ยนสีหน้าจริงจังไปพร้อมกับการทำเสียงเข้ม ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงความสดใสขณะเล่าย้อนอดีตก่อนจะเลือกสอบที่คณะจิตรกรรมฯ ว่า เธอไม่ได้เรียนสายศิลปะมาโดยตรง จบชั้นมัธยมปลาย สายศิลป์คำนวณ จาก จ.เชียงใหม่ แต่ด้วยความชอบศิลปะและอยากเข้าคณะจิตรกรรมฯ เธอจึงขอคุณพ่อคุณแม่ไปเรียนพิเศษด้านศิลปะ เป็นเวลาถึง 3 ปีเต็ม เพื่อเตรียมตัวก่อนสอบเอนทรานซ์

"เรียนทุกอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่เพนต์ ออกแบบจิวเวลรี อินทีเรียร์ดีไซน์ เริ่มเรียน 6 โมงเย็นจนถึง 3 ทุ่ม หนูทำอย่าเนี้ยทุกวัน แต่วิชาการก็ไม่ทิ้งนะ เรียนเหมือนกัน นี่เลยทำให้รู้สึกว่าการเรียนศิลปะไม่ง่ายและไม่สบาย"

น้ำเสียงของน้องกระติ๊บยังค่อนไปทางซีเรียส เราจึงเปลี่ยนคำถามเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย ใครคือศิลปินที่ทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจมากสุด สาวสวยยิ้มพรายที่มุมปาก (ค่อยยังชั่วหน่อย) ก่อนจะเอ่ยนามศิลปินชื่อก้อง กุสตาฟ คลิมต์ (จิตรกรและมัณฑนากรหัวก้าวหน้าชาวออสเตรียน ผู้ถนัดงานแนวอาร์ต นูโว) กับ ถวัลย์ ดัชนี

"กุสตาฟ คลิมต์ เป็นคนที่ทำให้หนูอยากเรียนคณะนี้เลยนะ อยากเป็นเหมือนเขา เคยเห็นงานของเขาชื่อ The Kiss แล้วรู้สึกว่าทำไมมันหวานอย่างนั้น ดูรูปแล้วอิ่มและมีความสุข ชอบมาก...ก ถ้าเป็นคนไทยหนูต้องนี่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ชอบเพราะท่านทำให้คุณค่าศิลปะไม่ได้อยู่ที่การใช้อุปกรณ์ หรือวัสดุแพงๆ ใช้สีขวดละไม่กี่บาท แต่ก็สามารถสะท้อนถึงความเป็นตัวตน มุมมอง ความคิด และความมีพลังได้"

ตอนนี้น้องกระติ๊บขึ้นชั้นปีที่ 2 ปีหน้าก็จะมีสิทธิเลือกวิชาเอก ในใจเธอมองไว้คือจิตรกรรมไทยกับองค์ประกอบศิลป์ เพราะน่าจะเหมาะกับบุคลิก ส่วนอนาคตเธอบอกอยากเปิดแกลเลอรีเอง เอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างสรรค์ผลงานและแสดงงานทั้งของเธอกับเพื่อนพ้องร่วมสายอาชีพ รวมถึงการเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ ก็เป็นสิ่งที่เธอให้ความสนใจ

"อยากให้แกลเลอรีของหนูเป็นสเปซสำหรับทำงานสร้างสรรค์ หรือเอางานศิลปะมาโชว์ให้คนอื่นดู เพราะอย่างที่รู้สเปซของคนเหล่านี้ในบ้านเราถือว่ายังมีน้อยมาก คิดว่าการมีแกลเลอรีของตัวเองน่าจะเป็นการเพิ่มสเปซให้กับคนที่ทำงานศิลปะ ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวหนู แต่ยังรวมถึงคนอื่นๆ ที่อยู่ในวงการเดียวกัน นำมาโชว์ในสเปซที่จัดไว้ได้ อาจมีสอนศิลปะด้วย เป็นการนำศิลปะเข้าไปหาผู้คนที่สนใจ"

อีกไม่นานเกินรอเราคงได้เห็นผลงานศิลปะของนักศึกษาสาวคณะจิตรกรรมฯ ดีกรีความสวยระดับประเทศคนนี้อย่างแน่นอน อ้อ! เธอยังเกริ่นไว้กรายๆ ว่าอยากทำงานศิลปะไทยแต่ดูไม่เชยเฉิ่ม มีความร่วมสมัยสูง ซึ่งตอนนี้เธอสนใจการปักผ้าแบบภาคเหนือ โดยได้แรงบันดาลใจจากคุณแม่ที่ใส่ผ้าถุง

ข่าวล่าสุด

"ภาษีลาภลอยไม่มีจริงในธุรกิจโรงแรม" นายกโรงแรม จี้รัฐคุมกำไรทุนพลังงาน