
วิมพ์วิภา ธาวนพงษ์ กับงานสร้างแบรนด์ธุรกิจครอบครัว
สาวสวยหมวย ขาว หน้าใส วัย 20 ปลายๆ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แถมยังคุยเก่ง นับได้ว่าเป็นรุ่นที่ 2 ของธุรกิจนี้
สาวสวยหมวย ขาว หน้าใส วัย 20 ปลายๆ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แถมยังคุยเก่ง นับได้ว่าเป็นรุ่นที่ 2 ของธุรกิจนี้
โดย.. อณุศรา ทองอุไร / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
เธอเป็นลูกสาวคนที่สองของเจ้าของธุรกิจส่งออกพรานทะเล พิมวิมพ์วิภา ธาวนพงษ์ ด้านการศึกษานั้นเธอจบปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) และปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เช่นเดียวกัน แต่จบคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
ปัจจุบันทำงานที่ บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป กลุ่มการขาย ก่อนหน้านั้นตอนจบปริญญาตรี เธอเคยไปทำงานที่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อยู่ 4 ปี พร้อมๆ กับเรียนปริญญาโทไปด้วย เพื่อหาประสบการณ์ลองทำงานที่อื่นดูก่อน แล้วจึงค่อยมาช่วยธุรกิจที่บ้าน
ตอนนี้มาช่วยงานพรานทะเลได้ประมาณ 4 ปีกว่าๆ เริ่มจากการดูแลเรื่องการส่งออก ตอนนั้นยังไม่มีแบรนด์ของตัวเอง ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง จนกระทั่งระยะหลังเราเริ่มมีแบรนด์ของตัวเองในชื่อพรานทะเล ซึ่งขายในประเทศเป็นหลัก ในอนาคตจะส่งออกในชื่อของพรานทะเลมากขึ้น เพราะเราส่งออกโดยไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเองมากว่า 30 ปี หากจะสร้างความแข็งแรงให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน เราต้องมีแบรนด์ที่มั่นคงให้เป็นที่ยอมรับจากตลาดต่างประเทศให้ได้ ซึ่งลูกๆ จะเข้ามาช่วยดูแลงานตรงนี้ให้มากขึ้น
พร้อมๆ กับการขยายตลาดส่งออกในกลุ่มสินค้าพร้อมรับประทานให้มากขึ้น เช่น ข้าวต้ม เกี๊ยวน้ำ จากเดิมที่ส่งเป็นเฉพาะนำไปประกอบอาหาร เช่น เนื้อปลา เนื้อปู กุ้งสด
นอกจากนี้ จากเดิมที่พรานทะเลมีแบรนด์อาหารญี่ปุ่นอยู่เกือบ 10 ยี่ห้อที่วางจำหน่ายอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งไม่มีความเป็นเอกภาพ เธอจะทำการรวมให้เป็นแบรนด์พรานทะเลทั้งหมด เพื่อให้มีความเป็นหนึ่งเดียวและสร้างความจดจำได้เป็นอย่างดี
“คือมีหลายแบรนด์ มีความหลากหลายก็จริง แต่ลูกค้าก็มักจะจำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าร้านซูชิหน้าซูเปอร์ห้างนั้นห้างนี้ แต่นึกชื่อไม่ออก เราก็เลยคิดว่าสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้คนจำได้ในชื่อแบรนด์พรานทะเลดีกว่า คนจะได้จำได้ดี ซึ่งจะเริ่มรีแบรนด์ใหม่เร็วๆ นี้” เธอกล่าวอย่างมุ่งมั่น
แรงบันดาลใจในการทำงาน
1.ดร.ธงชัย ธาวนพงษ์
คุณพ่อของเธอเอง เป็นคุณพ่อที่ใจดีมาก ไม่ดุ ท่านไม่พร่ำสอน แต่จะทำให้ลูกๆ เห็นเป็นตัวอย่างว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำ คุณพ่อถือว่าเป็นพ่อแบบที่ดีในทุกๆ เรื่อง ในเรื่องงานท่านก็ทุ่มเท ทำงานหนัก ไปทำงานแต่เช้า เป็นคนตรงเวลามาก วันนี้ท่าน 60 กว่าแล้วก็ยังไปทำงานทุกวัน ท่านมีความสุขในการทำงาน เป็นคนคิดเร็วทำเร็ว คิดแล้วก็ทำได้จริง ไม่เพ้อฝัน และท่านก็รักครอบครัวมาก ให้อิสระทางความคิดแก่ลูกๆ เสมอ จะเรียนจะทำงานอะไรท่านไม่เคยบังคับ
2.บีบีและไอแพด
ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในการทำงาน เป็นสองสิ่งที่ขาดไม่ได้ เวลาออกไปประชุมหรือไปพบลูกค้าข้างนอก ก็ยังติดต่องานกับออฟฟิศได้ไม่ขาดระยะ ทำให้ทำงานได้ต่อเนื่องสะดวกรวดเร็ว จะส่งเมล เปิดอินเทอร์เน็ตก็คล่องตัวดีมาก
3.สมุดโน้ต
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปเพียงใด แต่ความคลาสสิกของสมุดโน้ตยังมีมนต์ขลังสำหรับเธอ เพราะเธอเป็นคนมีรายละเอียดเยอะ มักจะจดโน่น นี่ นั่น ไว้เสมอ จดไว้กันลืม ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว แล้วชอบสะสมสมุดโน้ตอีกด้วย
4.กล้อง
ตัวนี้พกติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา เอาไว้ถ่ายรูปอาหารเวลาไปเจออะไรที่ไหน เขาจัดแต่งอาหารอย่างไร เพื่อเป็นการอัพเดตเทรนด์อาหารไปในตัว โดยเฉพาะจัดเซตเมนูอาหารญี่ปุ่นการตกแต่งการให้สี อะไรคู่กับอะไร สำคัญมากต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นข้อมูล
5.ปลาคริสตัล
ด้วยความที่บ้านเราทำธุรกิจอาหารทะเล ก็เลยสะสมของที่ระลึกที่ทำมาจากปลา ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีวันนี้ มีบุญคุณกับเรา ไปเจอที่ไหนก็จะซื้อ เพื่อนๆ เห็นว่าเราชอบ ไปเจอเขาก็ซื้อมาฝาก โดยเฉพาะปลาที่เป็นคริสตัสจะสวยงามแวววาวน่ารักน่า ทะนุถนอม







