
ผลวิจัยแนะดื่มนมลาแทนนมวัวโปรตีนมากแต่ไขมันน้อยกว่า
นับเป็นข่าวดีสำหรับใครก็ตามที่ขยาดการดื่มผลิตภัณฑ์นมที่มีอยู่ตามท้องตลาด
นับเป็นข่าวดีสำหรับใครก็ตามที่ขยาดการดื่มผลิตภัณฑ์นมที่มีอยู่ตามท้องตลาด
แถมท้องเจ้ากรรมดันไม่รับน้ำนมถั่วเหลือง แต่ก็ยังอยากดื่มนมเพื่อเหตุผลทางสุขภาพ งานนี้ นักวิทยาศาสตร์ชาติตะวันตก เลยมีทางเลือกทางใหม่ให้ นั่นก็คือ นมลา
หลังจากที่พบข้อเสียบางประการของนมวัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันแอบแฝง บรรดานักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นหาทางใช้นมอื่นแทนน้ำนมวัว จนไปค้นพบสูตรเด็ดเคล็ดลับในบันทึกความงามของพระนางคลีโอพัตรา จอมนางแห่งอียิปต์ ที่ระบุว่า สาเหตุที่พระนางมีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น สุขภาพดี และมีผิวพรรณงามอยู่เสมอ เป็นเพราะพระองค์ดื่มและอาบน้ำนมลาเป็นประจำ
ทั้งนี้ หลังจากนำน้ำนมลามาศึกษาอย่างจริงจัง ทางทีมงานก็ได้พบว่า นมลามีโอเมก้า 3 และแคลเซียมในปริมาณที่มากกว่านมทั่วๆ ไป และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสุขภาพ แต่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ดื่มนม เนื่องจากไขมันในนมวัวมีผลต่อปริมาณไขมันในเส้นเลือด ที่อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ
นอกจากนี้ ในการศึกษาล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ในอิตาลีถึงกับระบุว่านมลามีสรรพคุณเทียบเท่านมวัว และควรจะได้รับการแนะนำให้ดื่มแทนนมวัวเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้น นมลายังเหมาะที่จะใช้ในทารกที่แพ้โปรตีนนมวัว
อย่างไรก็ตาม ใครที่หวังจะดื่มน้ำนมจากแม่ลานั้นคงต้องมีความอดทนเป็นเลิศ เนื่องจากแม่ลาหนึ่งตัวนั้น จะสามารถผลิตน้ำนมได้น้อยกว่า 2 ไพนท์ (ประมาณ 2 ถ้วยตวง) ต่อวัน ซึ่งเมื่อเทียบกับแม่วัวแล้ว แม่วัวสามารถผลิตน้ำนมต่อวันได้มากกว่าถึง 10 เท่า
ว่ากันว่า กว่าพระนางคลีโอพัตราจะได้นมลามาอาบตัวหนึ่งครั้งต่อวัน ต้องใช้ลามากกว่า 700 ตัว
ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว นมลาเคยได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงสมัยวิกตอเรียน แต่ก็เสื่อมความนิยมไปตามกาลเวลา จนสมาคมนมลาถึงกับฟันธงว่าในปัจจุบันไม่มีนมลาขายที่ไหนในประเทศอังกฤษ







