posttoday
สู่ถ้ำโพธิสัตว์‘ตั๊กม้อ’ปฏิสันถารกับพระจีน (ตอน ๕)

สู่ถ้ำโพธิสัตว์‘ตั๊กม้อ’ปฏิสันถารกับพระจีน (ตอน ๕)

27 พฤษภาคม 2554

ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส

 

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส

ตามที่ทราบว่า หลวงพ่อได้เดินทางไปเจริญสมณธรรมที่ถ้ำปรมาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน ประเทศจีน จึงใคร่ขออาราธนาให้เล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางศึกษาปฏิบัติของสาธุชน และจะได้ร่วมอนุโมทนาในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ด้วย

เคารพอย่างสูง

อารีย์ เตชะหรูวิจิตร

ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์กลาง

วิสัชนา : ในวิธีการที่ ๒ เป็น สมถะกับวิปัสสนาไปพร้อมกัน เช่น หลักในอานาปานสติทั้ง ๑๖ ขั้น ทั้งมหายานและเถรวาทจะรู้จักพระสูตรดังกล่าว เรียกว่า อานาปานสติสูตร อานาปานสติทั้ง ๑๖ ขั้น เป็นหลักวิปัสสนาและสมถะไปพร้อมกัน เราจะเห็นความละเอียดประณีตในทั้ง ๑๖ ขั้นที่อัศจรรย์มาก จึงกล่าวไว้ในพระสูตร หรือคำสั่งสอนนี้ว่า การอบรมอานาปานสติ คือลมหายใจเข้า-ออกอย่างละเอียด ทำให้สติปัฏฐาน ๔ สมบูรณ์ หรือสติสมบูรณ์ สติปัฏฐาน ๔ สมบูรณ์ ทำให้โพชฌงค์ ๗ สมบูรณ์ (โพชฌงค์ ๗ คือ องค์ธรรมที่เป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ๗ ข้อ)

โพชฌงค์ ๗ หรือ ๗ องค์ธรรมเพื่อการตรัสรู้ เป็นไปเพื่อให้ถึงวิชชา และวิมุตติ คือ ความสิ้นทุกข์ หรือถึงพุทธภาวะ อันเป็นไปเพื่อความรู้แจ้ง นี่คือกระบวนการของอานาปานสติทั้ง ๑๖ ขั้น ในวิธีการที่ ๒ ที่สมถะกับวิปัสสนาไปพร้อมกัน

วิธีการที่ ๓ วิปัสสนานำสมถะ เอาปัญญาอบรมจิต จนจิตสงบแล้วจึงจะพบความรู้แจ้ง เช่น พิจารณานั่งมองดูธรรมชาติ จนเกิดเข้าใจความจริง จนจิตสงบ และรู้แจ้งในความจริงนั้น แบบศาสนาเซน

วิธีการที่ ๔ เป็นวิปัสสนาล้วนๆ เป็นการเข้าไปสู่ความรู้แจ้ง เข้าไปสู่พุทธภาวะโดยตรง ไม่ติดตำรา ไม่ติดตัวหนังสือ เข้าไปรู้แจ้งในภาวะแห่งตัวรู้ รู้แจ้งในธรรมชาติทั้งหลาย

ทั้ง ๔ วิธีการนี้ เป็นไปเพื่อที่สุดคือ ความรู้แจ้งในพระธรรมคำสอนทั้งหมด ส่วนการจะไปเส้นทางไหนนั้น ต้องกลับมาดูจริต (สภาพการปรุงแต่งของจิตของแต่ละบุคคล) สภาพจิตของแต่ละบุคคล มีจริต คือสภาพของการปรุงแต่งไม่เหมือนกัน หนักเบาแตกต่างกันไปตามจริต หรือความชอบของจิตนั้นๆ ที่อุปาทานยึดถือในสิ่งต่างๆ ตามวิสัยของปุถุชนที่เกี่ยวข้องกับโลก

บางคนราคะจริต ชอบกำหนัดยินดี ชอบไปทางราคะ มีความกำหนัดยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เรียก ราคะจริต ชอบของสวยของงาม บางคนโทสะจริต ชอบขี้โกรธ จิตหุนหันพลันแล่น บางคนโมหะจริต เชื่อหรือเชื่ออะไรอย่างขาดหลัก ขาดเหตุ ขาดผล หรือยังเป็นโมหะ มีความลุ่มหลงอยู่ บางคนศรัทธาจริต เป็นจริตของความศรัทธา ความเชื่อถือในสิ่งนั้นๆ บางคนวิตกจริต ชอบคิดชอบนึกต่างๆนานา ชอบระแวงสงสัย บางคนพุทธิจริต เป็นจริตของความศรัทธา เป็นจริตของผู้ที่ชอบพิจารณาให้รู้ให้เข้าใจ เช่น นักวิชาการทั้งหลาย

แต่จะจริตอะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายก็คือ ด้วยราคะ โทสะ โมหะ เป็นพื้นฐานของทุกคน เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติต้องเข้าใจว่าตนเองมีฐานอันหนึ่งคือ ฐานของอกุศลกิเลสอยู่ที่จิต จิตถูกปกคลุมด้วยราคะ โทสะ โมหะ ที่เรียกว่า กิเลส หรือความปรุงแต่ง ทำให้จิตเกิดความปรุงแต่งตามโลกวิสัย รัก โกรธ หลง

อ่านต่อฉบับวันจันทร์

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ