
เปิดเทอมใหม่ หัวใจสีชมพู
เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ไปวันแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาค่ะ
เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ไปวันแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาค่ะ
โดย..หนูดี – วนิษา เรซ
เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ไปวันแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาค่ะ จากที่โรงเรียนเราหงอยเหงามาตลอดทั้งปิดเทอม มีซัมเมอร์คลาสบ้างพอไม่ให้โรงเรียนขาดเสียงหัวเราะของเด็กๆ แต่สถานที่แห่งนี้ก็เพิ่งได้วิญญาณความร่าเริงสดใสกลับมาเมื่อไม่เกิน 8 ชั่วโมงมานี่เองค่ะ เปิดเทอมใหม่ นอกจากเห็นเด็กๆ ที่วิ่งเข้าออกห้องเรียนนั้น วิ่งลงสนามกีฬา วิ่งไปสระว่ายน้ำแล้ว หนูดีก็เห็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นหัวใจของโรงเรียนเช่นกัน พอพูดถึงคนกลุ่มนี้แล้ว อดไม่ได้ ต้องพูดถึงเรื่อง “ความรัก” ค่ะ เพราะคนกลุ่มนี้เขามาเจอกันได้ด้วย “ความรัก” นั่นเอง
เวลาพ่อแม่พาลูกมาสมัครที่โรงเรียนหนูดี เราจะมีบทสัมภาษณ์กันยาวทีเดียว ถามกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถามไปหมดทั้งวิธีการเลี้ยงลูก วิธีการพูดจาในบ้าน การลงโทษ ความคาดหวังที่มีต่อลูก ความคาดหวังที่พ่อแม่มีต่อกันและกันเอง ความคาดหวังในฐานะสามีภรรยา รวมถึงเราจะขอเจอ “ทุกๆ คนที่สัมผัสเด็ก” ซึ่งฟังดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่บอกได้เลยค่ะว่าเรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะหลายบ้านต้องขนคนมา 78 คน ไล่ตั้งแต่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย พี่เลี้ยง บางครั้งรวมถึงเพื่อนบ้านที่ไปฝากเลี้ยงเด็กเป็นบางเวลาด้วย ซึ่งบางครั้งสัมภาษณ์ไปมา คนสัมภาษณ์เห็นความน่ารักของคู่สามีภรรยาที่มีลูกอายุไม่ต่ำกว่า 23 ขวบที่มาสมัครแล้ว ก็อดถามไม่ได้ว่า “เลือกกันอย่างไรนี่” เพราะส่วนใหญ่แล้วมักเป็นคู่ที่น่ารัก ถ้อยทีถ้อยอาศัย และดูเป็นคู่รักคุณภาพ จนมีคำกล่าวขวัญกันในโรงเรียนหนูดีว่า “โรงเรียนเรานี่เป็นแหล่งรวมของผู้หญิงผู้ชายที่โชคดีเรื่องความรัก” เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่รักกันด้วยดี มีอัตราการหย่าร้างน้อยมาก และหากมีพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็เป็นการเลี้ยงเดี่ยวที่สมศักดิ์ศรี น่าภาคภูมิใจค่ะ
ได้ฟังเรื่องราวความรักและการเลือกคนที่ใช่ในโรงเรียนหนูดีมาบ้าง เห็นความรักที่ยืนยาวหลายๆ สิบปีของแทบทุกคู่ และมีท่าว่าจะอยู่กันไปจนตายจากกันแทบทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ต้องเลี้ยงลูกในสังคมยากๆ แบบนี้ไปด้วย หนูดีก็เลยไปหาอ่านต่อในหนังสือจิตวิทยาของตัวเอง ตามประสาคนที่เรียนมาด้านครอบครัวศึกษา เรื่องราวพวกนี้เป็นความชอบอยู่แล้ว เลยถือโอกาสเปิดเทอมใหม่นี้ เล่าเรื่องที่น่าจะทำให้คนโสดที่คิดจะมีครอบครัว มีหัวใจสีชมพูดูบ้างค่ะ เผื่อตอนเลือกคู่จะได้มีข้อมูลให้หัวใจได้เป็นสีชมพูตลอดไปนะคะ
พ่อแม่หลายๆ คู่ในโรงเรียนหนูดี “พบกันตอนเป็นนักเรียน” ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบรักกันในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งตอนเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก และอีกส่วนน้อยที่พบรักกันตอนเรียนมัธยม และคู่รักหวานแหววบางคู่นั้นปิ๊งกันมาตั้งแต่ประถม ทำให้หนูดีชักอยากป่าวประกาศให้พ่อแม่สมัยนี้เปิดกว้างให้กับความรักในวัยเรียนดูบ้าง เพราะรักในวัยเรียนจำนวนมากเติบโตกลายเป็นคู่สมรสที่รู้จักกันดี เพราะเห็นหน้าค่าตากันมาหลายๆ ปีก่อนจะปลงใจ มีโอกาสได้ทดสอบจิตใจกัน เห็นกันและกันในยามเครียด (เช่น ช่วงใกล้สอบ) หลายคู่ที่รักกันหวานแหววประมาณมาประชุมผู้ปกครองทีไรนี่นั่งจับมือกันตลอดจนมดจะขึ้นโรงเรียนหนูดี กลุ่มนี้มักเป็นแฟนกันสมัยเรียนค่ะ ปัจจุบันลูกสองกันแทบทั้งนั้น ก็เห็นยังหวานจนครูโสดๆ ของหนูดีขนตาจะไหม้ เห็นแบบนี้หนูดีเลยคิดว่ารักในวัยเรียนไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องไปชิงสุกก่อนห่าม ติดโรค หรือต้องประสบภาวะ “ท้องไม่พร้อม” เสมอไป ถ้าพ่อแม่คุมเกมเป็น รู้จักผ่อน รู้จักตรวจสอบ ก็สามารถดูแลรักในวัยเรียนของลูกให้เติบโตงดงามได้ และถ้าเขาไปกันไม่รอดเพราะเด็กเกินไป แต่ถ้าดูแลกันมาหลายปี ติวสอบด้วยกัน เป็นกำลังใจให้กันมา โตมาด้วยกัน ถึงไปไม่ถึงขั้นแต่งงาน แต่ก็ยังรักและเป็นเพื่อนที่ดีกันได้ตลอดชีวิต แถมบางครั้งยังกลายมาเป็นคุณลุงคุณน้าใจดีให้กับลูกของอีกฝ่ายได้ด้วย วินวินนะคะ แบบนี้
อีกวิธีหนึ่งที่ได้ยินกันหลายคู่ เป็นเกณฑ์การตัดสินง่ายๆ แต่ลึกซึ้งคือ “ศีลห้า” ง่ายๆ แบบนี้เลยค่ะ ในยุคที่ผู้หญิงเรางงๆ ว่า จะเลือกคนแบบไหนดีที่ปลอดภัย เป็นคนที่จะเป็นผู้นำครอบครัวที่ทำให้เราไม่ต้อง “สามวันดี สี่วันร้องไห้” ดูทางนั้น ดูทางนี้ คุณแม่เด็กๆ โรงเรียนหนูดีที่อยู่ในชีวิตสมรสที่มีความสุขหลายครอบครัวพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศีลห้า” เท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ สมัยยังเป็นสาวโสด พวกเธอก็ใช้วิธีการสอดส่องพฤติกรรมและดูว่าคนไหนอยู่ในกรอบศีลห้ามากที่สุด เพราะจริงๆ แล้ว ศีลห้านี่เหมือนพระพุทธเจ้าท่านบัญญัติมาเพื่อปกป้องชีวิตครอบครัวจริงๆ นะคะ ทั้งเรื่องเหล้า บุหรี่ และเรื่องชู้สาว ส่วนคำถามว่า “แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาถือศีลห้าจริงๆ ไม่ได้แอ๊บ” คำตอบคือ ดูไปนานๆ ค่ะ ดูไปนานๆ เป็นปีๆ เดี๋ยวก็รู้เอง คนเราหลอกกันเป็นปีๆ ไม่ได้หรอก เดี๋ยวอะไรสักอย่างก็ต้องโผล่ออกมาให้เห็นหรือสะกิดใจเอง แต่ที่สำคัญเขาว่า เมื่อจะเลือกคนดีมีศีล เราเองก็ต้องหัดถือศีลห้าด้วย เดี๋ยวศีลไม่เสมอกัน เราเองจะพลาดคนดีๆ ไป
เมื่อก่อนหนูดีเองเคยได้ยินว่าอยากมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข ให้เลือกรักคนที่รักครอบครัวเดิมของเขา คือ คุณพ่อคุณแม่ของเขา เช่น ผู้หญิงที่รักพ่อแม่ กตัญญูต่อพ่อแม่ หรือผู้ชายที่รักแม่ แต่นั่นเป็นทัศนคติของคนโสดค่ะ คนที่ยังไม่ได้แต่งงานมักมองจากที่ภายนอกไกลๆ แต่คนที่แต่งงานแล้วกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง เขากลับมองว่า การเลือกคู่ที่จะทำให้เรามีความสุขตลอดไปนั้น ควรเป็นคนที่สามารถบริหารเวลาระหว่างพ่อแม่กับคนรักได้ดี โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจครอบครัว เพราะต้องใกล้ชิดกับพ่อแม่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเป็นพิเศษ และเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ อีกด้วย การรักพ่อแม่จนยอมทำตามคำสั่งท่านทุกอย่างจนลืมความเป็นตัวของตัวเองไป บางครั้งก็ทำให้สามีภรรยามีความทุกข์อย่างลึกซึ้งได้ เพราะรู้สึกว่าคู่สมรสของเราไม่รักเราเท่าที่ควร
สัปดาห์นี้ชวนคุยเรื่องความรักและคู่ครองให้สมกับที่วันนี้ทั้งวัน หนูดีเห็น “คู่รักหวานแหวว” หลายคู่จูงมือกันมาส่งลูกที่โรงเรียนหนูดี แล้วเลยอดไม่ได้ ต้องขอนำเรื่องราวที่พวกเขา “เลือกกันอย่างไร” มาแบ่งปันให้ผู้อ่านของหนูดีฟังกันค่ะ







