
เหยี่ยวแดงชายเลน
นายสมหมาย สรรพคุณ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 ท่าสอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี
นายสมหมาย สรรพคุณ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 ท่าสอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี
โดย...จำลอง บุญสอง
นายสมหมาย สรรพคุณ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 ท่าสอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้เล่าถึงสภาพแวดล้อมของป่าชายเลนท่าสอนและธรรมชาติของสัตว์ เพื่อเป็นความรู้แก่นักท่องเที่ยวได้เป็นตำราเล่มใหม่ที่ว่า.
ป่าชายเลนท่าสอน มีพื้นที่ประมาณ 1.5 แสนไร่ ช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา สภาพป่าสูญหายไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะประชาชนนำพื้นที่มาทำการประมงชายฝั่ง เมื่อป่าหายไป สัตว์น้ำก็หายไปด้วย ปี 2546 เป็นต้นมา ก็เริ่มมาฟื้นฟูป่ากันใหม่ แต่เราก็ไม่ได้ฟื้นฟูป่าอย่างเดียว เรามาบริหารจัดการป่าเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจต่อชุมชนด้วย
5 ปีที่ผ่านมา เราฟื้นป่าได้ประมาณ 2 หมื่นกว่าไร่ ต่อจากนั้นก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีเงิน เพราะถ้าเขามีเงิน เขาก็ไม่โค่นป่า เราคิดว่าเรามีทรัพยากรท่องเที่ยวอยู่แล้ว คนเที่ยวมากินหอย กินปู กินปลาที่ชาวบ้านจับ ชาวบ้านก็มีรายได้ ไปดูฝูงเหยี่ยวชาวบ้านก็มีรายได้ เจ้าของเรือก็มีรายได้ ทำโฮมสเตย์ก็มีรายได้
เหยี่ยวแดงเป็นสัตว์ประจำถิ่น มีประมาณ 1,200 ตัว และกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านอยากให้มีเหยี่ยว ถ้ามีเหยี่ยวก็มีเงิน มีเหยี่ยวก็ต้องมีป่า ก็ต้องช่วยกันปลูกป่า รักษาป่า
เชื่อว่าประเทศแถบนี้ไม่มีใครมีเหยี่ยวแดงมากเท่าเรา เกาะลังกาวีที่ประเทศมาเลเซียก็ไม่มาก อินโดนีเซียก็ไม่มาก บริษัททัวร์ที่เคยไปมาหลายประเทศแล้วก็บอกว่าไม่เคยเห็นเหยี่ยวมากขนาดนี้
เหยี่ยวมาอยู่ที่นี่มากเพราะตรงนี้เป็นป่าขนาดใหญ่ สมบูรณ์มาก มีสัตว์น้ำเยอะ สัตว์ทุกประเภทจะขยายพันธุ์ก็ต่อเมื่ออาหารเหมาะสมและชุมชนไม่มารังแก คนคือศัตรูสำคัญ ถ้าคนไม่ทำลายมัน ก็ไม่มีศัตรูอะไรไปทำมัน
เหยี่ยวที่นี่เป็นเหยี่ยวธรรมชาติ ไม่ได้เลี้ยง มันคุ้นคน เพราะคนไม่ทำร้ายมัน ตอนแรกมันก็กลัว แต่ตอนหลังไม่กลัวแล้ว
เราก็จัดเป็นโปรแกรมที่ต่อเนื่องกัน คือประมาณสัก 4 โมงเย็นถึง 4 โมงครึ่ง จะพาลงเรือไปดูเหยี่ยว ประมาณสัก 5 โมงเย็นกว่าๆ ก็กลับมาดูหิ่งห้อยสักประมาณทุ่มหนึ่ง สามารถจองได้ หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ WARUWETLAND.NET หรือโทร.มาที่ 08-9245-3509 จะมาเป็นคณะหรือมาเดี่ยวๆ ก็ได้
เหตุที่ต้องไปดูเหยี่ยวตอนเย็นเพราะตอนเช้ามันจะออกหากิน ประมาณตี 5 จะออกแล้ว ไปหากินทั้งวัน กลับมาก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้วมานอน จะมีรังที่นอนอยู่บริเวณนั้น มีรัง มีไข่อยู่ที่นั่น มันไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมอะไรเลย ปลาที่กินก็เป็นปลาที่อ่อนเพลียติดอยู่ตามโขดหิน
เริ่มแรกมีชาวบ้านให้อาหารเหยี่ยวเพื่อโชว์นักท่องเที่ยวอยู่เจ้าเดียว แต่ตอนนี้มีหลายเจ้าแล้ว เพราะใครๆ ก็อยากมีเหยี่ยว เพราะมีเหยี่ยวแล้วมีสตางค์
เหยี่ยวและหิ่งห้อยจะเปิดให้ดูตั้งแต่เดือน พ.ย.-พ.ค. เปิด 7 เดือนต่อปี หลังจากนั้นจะปิด 5 เดือน เพราะหน้าฝนหิ่งห้อยจะน้อยกว่าหน้าหนาวและร้อน จุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมฟื้นตัว
เราไม่ได้รีบเร่งให้นักท่องเที่ยวมามาก ตอนนี้ปีละ 4 หมื่นคน เราเริ่มต้นจากหิ่งห้อยที่เดินไปดูได้โดยไม่ต้องลงเรือแบบอัมพวา ตอนนี้ก็มีเหยี่ยว อาหารทะเล ซึ่งอาหารทะเลของเราทั้งสดทั้งอร่อย เพราะจับได้เอง ราคาก็ถูก หลายแพอยู่ชายทะเล มีแพลากให้คนไปนั่งรับประทานในทะเลด้วย







