posttoday
ธรรมจักรบูชา ธรรมยาตรา สู่มาฆบูชาโลก ณ ชมพูทวีป (๑)

ธรรมจักรบูชา ธรรมยาตรา สู่มาฆบูชาโลก ณ ชมพูทวีป (๑)

07 กุมภาพันธ์ 2553

งานธรรมจักรบูชา ซึ่งจัดให้มีขึ้นโดยมหาโพธิสมาคมของอินเดียที่มีบทบาทในงานสืบอายุและเผยแผ่พระพุทธศาสนามากที่สุดในโลก

งานธรรมจักรบูชา ซึ่งจัดให้มีขึ้นโดยมหาโพธิสมาคมของอินเดียที่มีบทบาทในงานสืบอายุและเผยแผ่พระพุทธศาสนามากที่สุดในโลก

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ดิฉันได้ทราบมาว่า ในเดือนก.พ.นี้จะมีงานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ๒ งานใหญ่ คืองานปฏิบัติกรรมฐาน ณ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ในวันที่ ๑ ก.พ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๕๓ แล้วต่อด้วยธรรมยาตรา สู่เมืองราชคฤห์ ในวันที่ ๖ ก.พ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๙ ก.พ. ๒๕๕๓ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของหลวงพ่อ

นอกจากนี้ จะมีงานมาฆบูชาโลก ซึ่งถือเป็นงาน “รวมพลังชาวพุทธสู่ความเป็นหนึ่ง เนื่องในวันมาฆบูชา” จัดโดยมหาโพธิสมาคมของอินเดียในวันที่ ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๓ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์

ขอกราบเรียนหลวงพ่อเมตตาให้ความกระจ่างชัดว่า ทั้งสองงานนี้มีความเป็นมา และมีความสำคัญในทางธรรมอย่างไร สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสไป จะได้มีส่วนร่วมในมหากุศลนี้อย่างไร

กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง

จันทร์เพ็ญ ตูเทศานันท์

วิสัชนา : ขอเจริญพร แด่สาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา จากจดหมายที่ปุจฉาเข้ามาของโยมจันทร์เพ็ญ ตูเทศานันท์ ซึ่งคงติดตามข่าวสารเรื่องศาสนกิจจาก “ธรรมส่องโลก” โดยขอทราบความเป็นมา ความสำคัญของงานธรรมจักรบูชา ซึ่งมีการสอนปฏิบัติกรรมฐาน เจริญวิปัสสนาญาณ และให้การเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนจากพระสูตร ณ สังเวชนียสถาน ที่ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (พระศรีมหาโพธิ์) มหาโพธิวิหาร พุทธคยา (อินเดีย) ต่อด้วยธรรมยาตราสู่เมืองราชคฤห์ ระหว่างวันที่ ๑๗ ก.พ. ๒๕๕๓ และงานมาฆบูชาโลก ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร พระนครราชคฤห์ มคธชนบท (รัฐพิหาร) ระหว่างวันที่ ๒๖๒๘ ก.พ. ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้

ก่อนอื่นเจริญพร ขอชี้แจงว่า งานการเจริญภาวนาอบรมวิปัสสนากรรมฐาน (Vipassana Meditation) และศึกษาธรรมจากพระสูตร (Dhamma Discussion) โดยใช้ชื่องานดังกล่าวว่า “งานธรรมจักรบูชา” ซึ่งจัดให้มีขึ้นโดยมหาโพธิสมาคมของอินเดีย (Maha Bodhi Society of India) องค์กรหรือสมาคมนี้ก่อตั้งขึ้นโดย ท่านอนาคาริก ธรรมปาละ รัตนบุรุษจากศรีลังกา สืบอายุยาวนานมาร้อยกว่าปี เป็นองค์กรที่เก่าแก่ มีบทบาทในงานสืบอายุและเผยแผ่พระพุทธศาสนามากที่สุดในโลก เป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา

หากสาธุชนเคยติดตามข่าวสารเรื่องการต่อสู้เพื่อให้ได้มาของชาวพุทธในสิทธิต่อการประกอบศาสนกิจ พิทักษ์รักษา ดูแลโพธิมณฑลสถาน จากชาวฮินดู กลุ่มมหันต์ ซึ่งมีบทบาทหรืออิทธิพลในพื้นที่พุทธคยา รัฐพิหาร ในห้วงเวลาที่ผ่านมา จนต้องนำเรื่องกรณีพิพาทดังกล่าวเข้าสู่ศาลสูง เพื่อวินิจฉัยตัดสินให้ความเป็นธรรมกับชาวพุทธ จนในที่สุดชาวพุทธได้สิทธิครอบครองดินแดนพระศรีมหาโพธิ์กลับคืนมา แม้จะได้มาอย่างมีเงื่อนไข โดยอ้างว่าเพื่อระงับการทะเลาะวิวาทจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งรัฐบาลอินเดียได้สรุปข้อประนีประนอม โดยให้จัดตั้งรูปแบบคณะกรรมการขึ้นมาบริหารดูแลพื้นที่ดังกล่าวเพื่อการใช้สถานที่ร่วมกันได้อย่างไม่ขัดแย้ง และเพื่อการพัฒนาดูแล บำรุง รักษาพระศรีมหาโพธิ์ โบราณสถานในพระพุทธศาสนา อันได้แก่ สถูปพระเจดีย์ พระพุทธรูป และเครื่องหมายต่างๆ ฯลฯ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในหลายสมัย เพื่อเป็นที่สักการบูชาของพุทธศาสนิกชน โดยให้มีคณะกรรมการจากทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละ ๔ คน มีนายอำเภอคยาเป็นประธานของคณะกรรมการ ซึ่งสมัยแรกๆ ก็เป็นการดีอยู่ นานๆ มาจนถึงปัจจุบันนายอำเภอก็เป็นชาวฮินดู ซึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ฮินดูจึงชนะเสมอถ้าเกิดกรณีพิพาทใดๆ เกิดขึ้น เมื่อต้องตัดสินโดยการใช้เสียงข้างมากจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญยิ่งต่อความรู้สึกของชาวพุทธคือการยังคงอยู่ของเครื่องหมายศาสนาพราหมณ์ เช่น ศิวลึงค์หรือรูปปั้นพระเจ้าทั้งหลาย ในเขตโพธิมณฑลสถานของพุทธศาสนา โดยเราไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะไปเคลื่อนย้ายนำออกไปจากเขตพุทธศาสนสถานของชาวพุทธเลย ซึ่งปัญหาดังกล่าวจึงยังไม่สิ้นสุด ตราบเท่าจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ผลแห่งชัยชนะในครั้งนั้นที่มีต่อชาวฮินดูกลุ่มมหันต์นั้น ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จ ที่ได้มาจากการต่อสู้ของรัตนบุรุษนามว่า “อนาคาริก ธรรมปาละ” ซึ่งเพิ่งได้จัดครบรอบ ๑๔๕ ปีของอนาคาริก ธรรมปาละ ไปเมื่อ ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๒ ณ มหาโพธิสมาคม (พุทธคยา) ซึ่งอาตมาได้รับเชิญให้เป็น Guest Honor ของงานดังกล่าวในปีนี้ ขณะที่จำพรรษาอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ (รัตนคีรี) ซึ่งเป็นพระสงฆ์ไทยที่ได้รับเชิญดังปรากฏรายชื่อในบัตรเชิญของมหาโพธิสมาคมฯ ด้วยความอุทิศชีวิตบูชาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังและกล้าหาญ ในการต่อสู้อย่างไม่กลัวตายด้วยอหิงสาธรรม จึงทำให้ชาวพุทธจากนานาประเทศพร้อมใจกันยกย่องท่านอนาคาริก ธรรมปาละ ว่าเป็นผู้มีหัวใจเพชร เป็นรัตนบุรุษที่อุทิศเสียสละชีวิต ทำงานเพื่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ทำการต่อสู้โดยสันติวิธีกับฮินดู (มหันต์) จนได้มาซึ่งชัยชนะให้ชาวพุทธได้มีสิทธิในการเข้าไปประกอบศาสนกิจ มีโอกาสถวายการสักการะดูแลพระศรีมหาโพธิ์ อันเป็นสังเวชนียสถาน ที่ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกพระองค์ ซึ่งต่อมาท่านอนาคาริก ธรรมปาละ ได้ก่อตั้งมหาโพธิสมาคมขึ้นในประเทศอินเดีย (Maha Bodhi Society of India) เพื่อดำเนินงานสืบทอด ฟื้นฟูเผยแผ่พระพุทธศาสนา สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ แม้กระทั่งประเทศอินเดียซึ่งมีศาสนาฮินดูประจำชาติ เพราะความเข้มแข็งในอุดมการณ์ทางศาสนาของท่านอนาคาริก ธรรมปาละ และมวลสมาชิกที่อุทิศชีวิตให้กับการทำงานเพื่อรักษาไว้ซึ่งสมบัติแห่งพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบเนื่องต่อไปนั่นเอง โดยเฉพาะการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า

อ่านต่อฉบับหน้า

**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค