
โรคเยื่อสมองอักเสบร่วมกับเชื้อดื่อยา
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นโรคหนึ่งในโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรงและมีระยะเวลาดำเนินโรคที่เฉียบพลัน
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นโรคหนึ่งในโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรงและมีระยะเวลาดำเนินโรคที่เฉียบพลัน
โดย..พญ.ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์
และอาจมีอาการรุนแรงมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เกิดจากการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง อาการจะมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน คอแข็ง สำหรับเด็กทารกจะวินิจฉัยยาก อาจสังเกตได้จากเด็กงอแง ซึม ไม่กินนม และบางรายอาจมีอาการชักร่วมด้วย ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจจะเสียชีวิตและเกิดความพิการ ผู้ปกครองควรสังเกตว่าเด็กมีอาการดังกล่าวหรือไม่ ควรรีบพาไปพบแพทย์ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบ
หากมีอาการที่สงสัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีไข้และชัก ควรได้รับการตรวจน้ำไขสันหลัง ปัจจุบันพบมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาทำให้การรักษายุ่งยากขึ้น โดยต้องปรับเปลี่ยนเป็นยาที่แรงและครอบคลุมเชื้อที่กว้างขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการเจ็บป่วยบ่อยและต้องใช้ยาปฏิชีวนะอาจจะมียาเหลือให้ใช้น้อยลง การรักษาอาจล้มเหลวและมีภาวะแทรกซ้อนระยะยาวหรือความพิการได้ จึงต้องพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจะดีที่สุด
ดังนั้น การป้องกันที่ทุกคนสามารถทำได้ คือ ให้ทารกกินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และพยายามให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงพาเด็กเล็กไปสถานที่แออัด รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเล็กด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโรค ที่ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่วัคซีนดังกล่าวยังมีราคาสูง แต่ก็เป็นทางเลือกสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคชนิดนี้
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อดื้อยา ควรใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมร่วมด้วย ถ้าเป็นเพียงการเจ็บป่วยที่มีอาการเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก มักไม่จำเป็นต้องให้ยาตามอาการ หรือยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์แนะนำ ควรเริ่มด้วยยาชนิดที่ออกฤทธิ์จำเพาะกับเชื้อก่อโรค ไม่ควรใช้ยาที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อที่กว้างขวางโดยไม่จำเป็น และรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งเพื่อกำจัดเชื้อก่อโรคให้หมด จะได้ไม่กลับมาเป็นใหม่ หากใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างโดยไม่จำเป็น จะส่งผลให้เชื้อในร่างกายมีการปรับตัวดื้อยาตามมาได้ นอกจากนั้นต้องระวังการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะที่พบในเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะทางอ้อมและเพิ่มโอกาสอาจเกิดการติดเชื้อดื้อยาได้ในภายหลัง







