posttoday
เมื่อนักการเมืองแถวหน้า...บ้าฟุตบอล

เมื่อนักการเมืองแถวหน้า...บ้าฟุตบอล

07 กุมภาพันธ์ 2553

....พิธานอนันต์ พลูสมบัติ

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่บรรดาทีมในศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2010 พากันทยอยเปิดตัวกันอย่างสนุกคึกคักยิ่งกว่าทุกฤดูกาลที่ผ่านมา และที่ถือว่ามีสีสันและฮอตสุดๆ คงหนีไม่พ้นทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่าอย่างแน่นอน

นั่นคือ “บุรีรัมย์ พีอีเอ” ซึ่งมาจากการที่ จ.บุรีรัมย์ เข้าไปจอยกับ ทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และขอให้ย้ายมาใช้สนามเหย้าที่ดินแดนปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งใครก็รู้ดีกันอยู่ว่าเป็นถิ่นของใคร หากไม่ใช่ เนวิน ชิดชอบ จอมพลิ้วแห่งวงการการเมืองบ้านเรา ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “ภูมิใจไทย” แต่กำลังอยู่ระหว่างโดนเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี (30 พ.ค. 255029 พ.ค. 2555)

เดิมทีนั้นจะใช้ชื่อทีมว่า “บุรีรัมย์ กฟภ.” แต่ที่ใช้ พีอีเอ ต่อท้ายแทน จะได้เป็นอินเตอร์ กับเขาหน่อย และฉายาของทีมก็คือ “ปราสาทสายฟ้า” (Thunder Castle) ตามโลโก้ของทีม เพราะเดิมคือทีมการไฟฟ้าฯ แต่ตอนนี้มีบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยปราสาท ร่วมเป็นพันธมิตรด้วย

ส่วนประธานสโมสรนั้น ไม่ต้องคิดไม่ต้องเดาให้เสียเวลา เป็นใครไปไม่ได้ ต้อง “พี่เน” เท่านั้น

และด้วยการที่เป็นเนวิน ลองได้เข้าไปจับงานอะไรแล้ว เล็กๆ ทำไม่ค่อยเป็นหรอก แต่ถ้าใหญ่ๆ ล่ะชอบนักแล แหม! ก็ขนาดย้ายฝั่งเพื่อชาติ จากค่าย “เสี่ยแม้ว” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หันไปหนุน “พี่มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ชนิดที่เรียกว่ากระชากเบรกมือยูเทิร์นกะทันหัน ก็ทำมาแล้ว งานนั้นใหญ่กว่าเยอะ งานนี้มันแค่จิ๊บๆ เท่านั้น

ความที่เป็นคนชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะช่วงที่จบระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ในบ้านเกิด แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มหาอำนาจลูกหนังขาสั้นจากถิ่นสะพานพุทธในยุคนั้น ก็ยิ่งทำให้พี่เนบ้าคลั่งฟุตบอลเข้าไปใหญ่

เปิดตัวทีมสุดหวือขอไม่พูดการเมือง

เนวินเช่าเหมาลำเครื่องบินแอร์บัสของสายการบินแอร์เอเชีย หนึ่งในสปอนเซอร์ของทีม แบบไปกลับในวันเดียว พานักข่าวทั้งสายกีฬาและการเมือง พร้อมบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนทีมไปเป็นกองทัพนับร้อยบุกบุรีรัมย์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้ง พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ประธานบอร์ดเวิลด์แก๊ส ผู้ว่าการกฟภ. ผู้บริหารแอร์เอเชีย ประธานคิง เพาเวอร์ผู้บริหารไทยเบฟเวอเรจ (น้ำดื่มตราช้าง)ผู้บริหารไอโมบาย รวมทั้ง อนุชา นาคาศัย ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย

ผู้ยิ่งใหญ่เจ้าบ้านคุยลั่นว่า ปีนี้ใช้เงินเฉพาะทำทีมอย่างเดียวยังไม่เกี่ยวกับเรื่องบริหารจัดการด้านอื่นๆ ก็ปาเข้าไป 50 ล้านบาทแล้ว โดยสังเวียนเหย้าในปีแรกของทีมบุรีรัมย์ฯ คือ “ไอโมบาย สเตเดียม” ซึ่งเดิมเป็นสนามของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แต่ตอนหลังยกให้ทางองค์การ บริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาดูแลและทางเนวินได้เนรมิตให้กลายเป็นสนามที่สมบูรณ์แบบด้วยความจุ 1.2 หมื่นที่นั่ง ซึ่งแค่ติดไฟสปอตไลต์ใหม่ก็ใช้เงินไปเป็น 10 ล้านบาทแล้ว และหากทางกกท. จะมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ และให้ใช้ฟรีๆ ด้วย เพียงแต่ขอให้แจ้งกำหนดให้ทราบก่อน เพราะโปรแกรมจะได้ไม่ชนกัน

“สนามเหย้าจริงๆ ของทีมนั้น ผมยกที่ดิน 50 ไร่ของผมเองให้กับทีม และกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ โดยจะมีสนามแข่งขนาดความจุ 2 หมื่นที่นั่ง สนามซ้อม 2 สนาม และอาคารที่พักนักกีฬา ซึ่งค่าใช้จ่ายน่าจะประมาณ 100 ล้านบาทได้” พี่เน กล่าว

หากสังเกตให้ดีในวันนั้น ที่เราเห็นบรรดาแฟนคลับมากมายสวมเสื้อทีมสีน้ำเงินเข้ามาให้กำลังใจ ไม่ได้มีเฉพาะเสื้อทีมแค่อย่างเดียว แต่ยังมีเสื้อเพื่อนเนวินและเสื้อพรรคภูมิใจไทยปะปนอยู่เพียบเลย

“วันนี้เป็นเรื่องฟุตบอลล้วนๆ ช่วงนี้ผมไม่ได้เล่นการเมือง ผมจะขอเป็นใหญ่ทางฟุตบอลอย่างเดียว แม้ต่อไปทีมของผมอาจจะต้องไปเตะในพื้นที่ของพวกสีแดงหรือสีอะไรก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือเรื่องกีฬาล้วนๆ ไม่มีการเมืองยุ่งเกี่ยว ส่วนทีมไหนมาเยือนบุรีรัมย์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย จะดูแลเป็นอย่างดีแบบ ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม เลย”

เป้าหมายความพร้อมของการทำทีม

เนวิน กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ทีมปราสาทสายฟ้าเป็นสโมสรแห่งความภูมิใจของชาวบุรีรัมย์

“ตอนนี้เรามีอยู่ 2 ทีม คือ บุรีรัมย์ พีอีเอ และบุรีรัมย์ เอฟซี ที่อยู่ในดิวิชัน 2 สำหรับบุรีรัมย์ พีอีเอ ผมหวังลุ้นถึงแชมป์ไทยลีกแน่นอน แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องติดท็อป 4 และจะคว้าแชมป์ให้ได้ภายใน 3 ปีเพื่อไปเตะเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ส่วนบุรีรัมย์ เอฟซี ขอเวลา 3 ปี จะดันให้ขึ้นมาเล่นไทยลีกอีกทีม เพื่อจะได้มีศึกดาร์บีแมตช์กันเอง”

นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่า ในอังกฤษยังมีทีมภูธรอย่างลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ได้ ทำไมเขาจะทำให้ทีมบุรีรัมย์ฯ เป็นอย่างนั้นไม่ได้ และที่ผ่านมานั้นทีมกฟภ. เคยครองแชมป์ลีกสูงสุดของไทยเรามาแล้ว 1 สมัยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่เขาจะทำให้บุรีรัมย์ฯ กวาดแชมป์จนจำสมัยไม่ได้เลยทีเดียว

เรื่องความพร้อมนั้น ในนักเตะ 22 คนตอนนี้ มีทีมชาติไทยอยู่ 3 คน ได้แก่ สุเชาว์ นุชนุ่ม, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค และกีรติ เขียวสมบัติ รวมทั้งแข้งต่างชาติจากไอวอรีโคสต์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ควักไปหลายล้านซื้อตัวเข้าร่วมทีม

“เรื่องนักเตะใหม่ที่จะเสริมทัพนั้น กำลังดูๆ อยู่ราว 10 คน เซ็นสัญญาไปแล้ว 4 คน ซึ่งต้องดูให้ดีๆ เพราะแข้งนอกของปลอมก็มี”

แต่ก็น่ายินดีด้วยกับพี่เน เพราะเกมอุ่นแข้งในวันนั้น “เจ้าบ้าน” ถล่มทีมฮาเลลูยา จากเกาหลี ไปถึง 3-1 เท่ากับว่าสามารถเปิดตัวได้ดีทีเดียว ก่อนที่ “ปราสาทสายฟ้า” จะลงเตะเปิดศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2010 ด้วยการไปเยือน “น้องใหม่” ทีมเพื่อนตำรวจ ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในฐานะแชมป์ดิวิชัน 1 ในวันที่ 17 มี.ค.นี้

“ผมว่าบอลไทยลีกปีนี้สูสีสู้กันสนุก เพราะหากเอา 11 ตัวจริงแต่ละทีมมาเจอกัน รับรองกินกันยากแน่ แต่ตัวแปรที่สำคัญคือ ตัวที่ 12-16 เพราะจะได้เห็นกันว่า ตอนที่ตัวเก่งเจ็บ ตัวสำรองจะสามารถลงมาเล่นทดแทนได้รึเปล่า ผมว่าตรงนี้ซิสำคัญ”

สำหรับเรื่องแฟนคลับหรือกองเชียร์ พี่เนคุยลั่นว่า เป็นปลื้มอย่างมาก เพราะเพิ่งเปิดรับสมัครไม่นานก็มีถึง 2-3 หมื่นคนแล้ว เลยตั้งเป้าให้ถึงแสนคนภายในสิ้นปีนี้ เพราะเพียงแค่จ่าย 200 บาท พร้อมยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกสโมสร ก็จะได้รับเสื้อทีมเป็นของที่ระลึก แถมยังนำบัตรสมาชิกไปซื้อสินค้าที่ คิง เพาเวอร์ ลด 10% ด้วย

นอกจากนี้ ทุกนัดที่ทีมลงเตะในบ้าน ทางแอร์เอเชียจะมีเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ พร้อมจัดรถรับส่งถึงสนามแข่ง ด้วยราคาแค่คนละ 2,500 บาท และเที่ยวบินภายในประเทศของแอร์เอเชียก็จะมีขายของที่ระลึกของทีมด้วย

หวังสร้างแข้งชั้นดีสู่ทีมชาติ

บิ๊กบุรีรัมย์ฯ บอกว่า เขาเคยเสนอทางไทยลีกและสมาคมฟุตบอลฯ ให้ออกกฎบังคับทุกทีมที่เล่นในไทยลีก ต้องมีทีมเยาวชนของตัวเองด้วย เพื่อจะได้จัดลีกเด็กแข่งพ่วงไปพร้อมๆ กัน

“เด็กจะได้มีเวทีของตัวเองอย่างต่อเนื่องและก็ได้ประลองฝีเท้ากันไปด้วย และที่สำคัญ ต้องเป็นเด็กไทยล้วนๆ ไม่มีต่างชาติปน ส่วนในไทยลีกจะ 5 หรือ 7 คนว่ากันตามกฎไม่เป็นไร ซึ่งน่าจะช่วยหาช้างเผือกป้อนให้ทีมชาติไทยได้ไม่น้อยแน่” พี่เน กล่าว พร้อมเสริมว่าทีมบุรีรัมย์ฯ จะใช้ทีมโรงเรียนสวนกุหลาบฯ เป็นทีมเยาชน ก็คงเหมือนทีมชลบุรี มีโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา และเมืองทองฯ มีโรงเรียนสตรีวิทย์ 2

เนวิน ยังยืนยันด้วยว่า ต้องการเห็นความสามัคคีในบ้านเรามากที่สุด โดยเขาเองเป็นแฟนทีมเชลซี และก็ชอบฟุตบอลกันทั้งบ้าน เคยไปดูฟุตบอลลีกทั้งที่อังกฤษ อิตาลี และสเปน ทำให้ได้เห็นว่าวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่นสนุกมาก ทุกคนไปรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนที่บอลจะเริ่มแข่งตั้งนาน ไปนั่งกินกันคุยกันดื่มกันบ้าง แล้วพอบอลชนะก็ร่วมฉลองกัน ถ้าแพ้ก็เศร้าด้วยกัน

“หากเมืองไทยเป็นแบบนั้นบ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกัน คอยแบ่งสีแบ่งพวกกันเหมือนในปัจจุบันนี้”

อ้าว! แล้วทำไมวกเข้าไปการเมืองจนได้ แต่ไม่เป็นไร ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ฝันของคนชื่อเนวิน นับแต่เริ่มเข้ามาเล่นการเมืองจนโด่งดังนั้น น่าจะมีเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยแน่นอน หรือใครจะเถียง

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว