
‘เป็นลาว’ อาหารอีสานรสแซบ...สะอาด
เรื่อง/ภาพ พันชนะ วัฒนเสถียร ผู้จัดการมูลนิธิอมตะ
ได้ข่าวว่าเปิดคอลัมน์นี้ครั้งแรก เลยไม่รอช้าขอแนะนำร้านอาหารอีสานชื่อเก๋ไก๋ไม่หยอกว่า
“เป็นลาว” ตั้งอยู่บนถนนผ่านศึกอนุกูลเหวปลากั้ง (ขอแนะนำให้ใช้เส้นมวกเหล็ก หากวิ่งมาจากกรุงเทพฯ กลับรถเข้ามาทางร้านแดรี่โฮม วิ่งมาจนถึงกม. ที่ 17 อยู่ใกล้กับร้านกาแฟคอฟฟี่ มาเนีย และอยู่เยื้องกับ Primo Posto) เจ้าของร้านและหุ้นส่วนยืนยันว่าไม่ใช่พวกชอบเสียดสีสังคม แต่เป็นเพราะบรรพบุรุษมีเชื้อสายมาจากลาวแท้ดั้งเดิม บวกกับความหลงใหลในอาหารอีสานที่สุดคลาสสิก ชอบรับประทานอาหารอีสานจำพวกส้มตำทุกชนิด จนทนไม่ไหวต้องลงขันกันเปิดร้านเองให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปร้าน
“เป็นลาว” จึงเกิดขึ้นมาได้ 1 ปีเศษแล้ว กิจการเจริญเติบโตก้าวหน้าไปเรื่อยๆ จากเพิงหลังเล็กกลายมาเป็นโรงเรือน 3 หลัง บรรยากาศนั้นแสนสบาย และน่านั่งจริงๆ ค่ะอาหารจานเด่นนั้นมีให้เลือกลิ้มลองกันมากมาย ไล่ตั้งแต่
“ไก่นาย่างสมุนไพร” จุดเด่นของจานนี้คือ เลือกใช้พริกไทย (จันทบุรี)...ด๊ำ...ดำ... รสชาติโดนใจสุดๆ พร้อมกรรมวิธีหมักไก่ใส่นมอย่างดี สูตรจากเชฟคุณยายปุ๊ก เพื่อให้ได้เนื้อนุ่มๆ ย่างร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟกับแจ่วอร่อยถึงใจ ข้อสำคัญ ทางร้านเลือกใช้ไก่พันธุ์พื้นบ้านตะนาวศรี ที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ขมิ้นชัน ไพล ฟ้าทลายโจร ได้ใจคนรักสุขภาพไปเต็มๆ สนนราคาตัวละ 150 บาทเท่านั้นจานต่อมาที่อยากจะแนะนำ
“ซี่โครงหมูหมักไวน์แดง” มีทั้งย่างและทอดเลือกตามอัธยาศัย จานนี้ได้รับการยอมรับว่าซี่โครงหมูนุ่มเนื้อ มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ (จริงๆ จากไวน์แดงที่ช่วยทำให้นุ่ม) ทางร้านได้ไอเดียดัดแปลงจากการที่บ้านต้องจัดงานเลี้ยงรับรองแขกอยู่บ่อยๆ มีไวน์ติดขวดอยู่มากๆ คิดไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดี จึงนำมาหมักหมูเสียเลย....และที่ขาดเสียไม่ได้ก็คือ บรรดาส้มตำทุกชนิดทั้งตำไทย ตำไทยปู ตำปูปลาร้า สั่งได้ตามใจชอบ และไม่ต้องกลัวลิ้นชา เพราะเขาไม่ใส่ผงชูรสแน่นอน จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือ ทางร้านใช้พนักงานที่ว่างเว้นจากการต้อนรับแขกช่วยกันไปปลูกผักสวนครัวนำมาให้ผู้มาเยือน (แขก) ได้รับประทานกัน มั่นใจได้ว่าผักที่เป็นเครื่องเคียงนั้นปลอดภัยไร้สารพิษ แถมให้เลือกตักเองเสียด้วย
ตบท้ายด้วยน้ำซุปคล่องคอ (แต่ขอบอกรสชาติแซบเหลือหลาย) เริ่มตั้งแต่ ต้มแซบซี่โครง (กระดูกแก้วกรุบๆๆๆ) ไก่นาต้มใบมะขาม แกงอ่อมปลาทับทิม (เลาะเอาแต่เนื้อ) รสชาติจัดจ้าน ถ้าอยากลองของแปลกต้องลองงบหน่อไม้หรืองบหัวปลี (คือห่อหมกที่ไม่ใส่กะทิผสมไก่ลงไปเล็กน้อย เราใช้วิธีการนึ่ง หอมกลิ่นใบตองอ่อนๆ)
ถ้าจะให้ดีแก้เผ็ดด้วยของหวานแบบไทยๆ มีเฉาก๊วยโบราณโรยน้ำตาลทรายแดง สละลอยแก้ว ลอดช่องน้ำกะทิ เครื่องดื่มแนะนำน้ำมะพร้าวเย็นจิต น้ำพันช์สูตรคุณตา รับรองไปแล้วอยากไปอีกแน่นอน
บรรยากาศของร้าน มองใกล้มองไกลเห็นภูเขาลูกช้างอยู่เต็มตา กระซิบต่ออีกนิดว่าตกเย็นมีค้างคาวบินออกมาจากถ้ำเป็นล้านตัว
ร้านนี้มีเด็กๆ คอยให้บริการเสิร์ฟ (เป็นเด็กกำลังเรียนหนังสือ หาสตางค์ช่วยคุณพ่อคุณแม่) นอกจากจะอิ่มอร่อยแล้ว ยังสุขใจที่มีส่วนช่วยชุมชนให้เข้มแข็งอีกด้วย (คนละเรื่องกับงบไทยเข้มแข็งนะคะ) เพราะน้องๆ เหล่านี้ต่างมาทำงาน มาเรียนรู้ชีวิตนอกห้องเรียนกันด้วยความเต็มใจอยากช่วยที่บ้าน แถมได้ค่าขนม ไม่ต้องรบกวนที่บ้านอีกต่างหาก...
รู้อย่างนี้จะไม่แวะมาลองสักครั้งได้อย่างไร ใครไปไม่ถูกโทร.ถามทางที่คุณปุ๊ก 0867129666 หรืออีเมล [email protected] ทางร้านมีบริการจัดเลี้ยง อาหารปิ่นโตด้วย
ร้านเป็นลาวเป็นร้านเล็กๆ ที่นั่งยังไม่มาก ถ้าไม่อยากผิดหวังขอให้โทร.ไปจองก่อน อ้อ...แว่วๆ มาว่าอีกไม่กี่เดือนจะเปิดสาขาสองบนถนนธนะรัชต์อีก โปรดติดตาม...
****ผู้อ่านท่านใดที่ไปรับประทานอาหารแล้วรู้สึกโดนในรสชาติ หรือประทับใจในบริการของร้านอาหารนั้นๆ จนไม่สามารถเก็บเอาไว้คนเดียวได้ รีบส่งมาเล่าให้เราฟัง พร้อมทั้งถ่ายรูปแนบมาด้วยนะครับ ที่ [email protected] เรามีของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เป็นการตอบแทนครับ!!







