
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือป๋า( เฟอร์กี ) ยังมีเมีย
อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ดารานักแสดงมาดเซอร์ เคยลั่นวลีเด็ดให้ผู้ชายได้ยึดเป็นแนวทางการใช้ชีวิตคู่ไว้ว่า...
อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ดารานักแสดงมาดเซอร์ เคยลั่นวลีเด็ดให้ผู้ชายได้ยึดเป็นแนวทางการใช้ชีวิตคู่ไว้ว่า...
“กลัวเมียอย่างผมสิ ชีวิตจะได้เจริญ”
ไม่รู้ว่าได้ผลมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่เคยมีใครทำวิจัยออกมา ส่วนตัวผมเองแล้วยึดคติ ผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหน้าเท่านั้น...!!!
ส่วนผู้หญิงน่ะเหรอ...เป็น ควาญช้าง ไงล่ะ แหะๆ
ทั้งนี้ ในบรรดาคนดังแห่งวงการกีฬา หลายคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับภรรยาคู่ชีวิต ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลครอบครัว รวมทั้งให้คำแนะนำต่างๆ แก่ฝ่ายชาย
หนึ่งในนั้นคือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เป็นที่รู้กันว่าป๋าเฟอร์กีนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยบกับลูกทีมมากแค่ไหน ถ้าเล่นไม่ได้ดั่งใจขึ้นมาแล้วละก็ เตรียมตัวโดนด่าหูชา จนนำมาซึ่งฉายา “ไดรเป่าผม” นั่นเอง
เท่านั้นยังไม่พอ หากโมโหแล้วมีอะไรอยู่ใกล้ไม้ใกล้มือ บรรดานักเตะก็เตรียมตัวหลบไว้ให้ดี ขนาดศิษย์รักอย่าง เดวิด เบคแฮม ยังโดนสตั๊ดขว้างซะคิ้วแตกเลือดอาบมาแล้ว บอกได้คำเดียวว่า...น่ากลัวสุดๆ อ่ะ
แต่ภาพเหล่านี้จะไม่ปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย เมื่อเฟอร์กีกลับไปถึงบ้านแล้วป๊ะหน้า เคธีย์ เฟอร์กูสัน ภรรยาที่เคารพรัก ซึ่งแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาตั้งแต่ปี 1966 หรือเมื่อประมาณ 35 ปีที่แล้ว
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เฟอร์กีเคยยอมรับว่ามีความคิดวางมือคุมทีม แต่ทว่าแม่ทูนหัวดันอยากให้ทำหน้าที่ต่อ จนต้องเออออห่อหมกนั่งเก้าอี้กุนซือผีแดงต่อไปอีกแต่โดยดี นอกจากนี้ เมื่อปี 2007 เคธีย์เคยสั่งให้เฟอร์กีปฏิเสธเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดในช่วงปรีซีซัน เนื่องจากโปรแกรมลับแข้งนั้นตรงกับกำหนดย้ายบ้านพอดี
และล่าสุด ยอดกุนซือเลือดสกอต ก็ออกมาเผยพฤติกรรม “เกลียมัว” ให้สาธารณชนได้รับรู้อีกครั้ง
ทราบกันดีนะครับว่าเฟอร์กีเป็นกุนซือที่พาแมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กวาดแชมป์เข้าสู่สโมสรมามากมายจนนับไม่ถ้วน ไม่หวาดไม่ไหว และขี้เกียจจะนับ
แต่เชื่อไหม ที่บ้านเฟอร์กีไม่มีเหรียญรางวัลติดบ้านเลยแม้แต่ชิ้นเดียว รวมไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟุตบอล
สาเหตุเพราะ...เมียสั่งไม่ให้เก็บไว้!!!
“คุณไม่มีทางเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาชีพของผมอยู่ในบ้านแน่นอน เธอเป็นคนที่เหลือเชื่อมาก ผมไม่สามารถแม้แต่จะเอาหนังสือฟุตบอลเข้าบ้านได้เลย ซึ่งถ้าผมทำเช่นนั้น เธอจะพูดขึ้นมาทันทีว่า ‘คุณกำลังทำอะไรน่ะ?’” กุนซือวัย 69 ปี กล่าว
นอกจากนี้ เฟอร์กีร่ายต่อว่า...
“เคธีย์เบื่อหน่ายกับสิ่งเหล่านี้ เมื่อตอนที่ อลาสแตร์ แคมป์เบลล์ (ผู้สื่อข่าวและนักเขียนชื่อดังของอังกฤษ) โทร.มาหาเธอ เพื่อพูดคุยเรื่องที่ผมได้รับตำแหน่งอัศวิน เธอบอกเขากลับไปว่า คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าเขาได้มีรางวัลมากพอแล้ว?”
อย่างไรก็ดี เฟอร์กียอมรับว่าไม่ได้รู้สึกต่อต้านหรือมีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกับศรีภรรยาในเรื่องนี้ แถมยังบอกว่าอาจจะเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะจะได้ไม่ต้องมัวหลงชื่นชมกับความสำเร็จที่ผ่านพ้นไปแล้ว
“ผมมักจะคิดถึงสิ่งที่อยู่ข้างหน้า และความสำเร็จครั้งต่อไป ซึ่งการคิดเช่นนี้ทำให้ผมเป็นคนติดดินอยู่ตลอด”
นี่ถ้าเฟอร์กีได้เจอหน้าคุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ มั่นใจเลยว่าต้องคุยกันถูกคอแน่นอน ในฐานะบุคคลที่ประสบความสำเร็จจากการเชื่อฟังภรรยาเหมือนกัน







