การเดินทางของครูไผ่ คาลิล พุฒตาล
ลืมถามไปว่า ชื่อคาลิลนี้ได้มาอย่างไร แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “คาลิล พุฒตาล”
ลืมถามไปว่า ชื่อคาลิลนี้ได้มาอย่างไร แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “คาลิล พุฒตาล”
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
ลืมถามไปว่า ชื่อคาลิลนี้ได้มาอย่างไร แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “คาลิล พุฒตาล” บุตรชายคนโตของ มาโนช พุฒตาล เจ้าของรายการ “บันเทิงคดี” และปัจจุบันคือเจ้าของไมล์สโตน เรคคอร์ด ผู้พ่อที่ได้ชื่อว่าเป็นอินดี้รุ่นแรกๆ ของเมืองไทย เพราะฉะนั้นชื่อของลูก ก็จะมาจากใครที่ไหนได้
ปรัชญาชีวิตไผ่
ชีวิตขับร้องอยู่ในความเงียบ เหมือนความฝันที่โลดเต้นอยู่ในความหลับใหล...บางส่วนของบทกวีอันยิ่งใหญ่ จากกวีเอกของโลก คาลิล ยิบราน ที่เชื่อว่ามีอิทธิพลไม่น้อยต่อความคิดและชีวิตของมาโนช พุฒตาล ก็ถ้าพ่อของเราเป็นพวกอินดี้ หรืออาร์ติสต์ขั้นเทพบ้างอะไรบ้าง เราก็คงต้องเตรียมใจไว้เหมือนกันว่า เราอาจต้องชื่อประมาณนี้ (ฮา) ถามหนุ่มน้อยที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่า คงยากเหมือนกันใช่ไหม กับการสลัดทิ้งภาพลักษณ์ของบิดา และความคาดหวังทั้งปวง
“ผมชอบฟุตบอล ชอบมาตั้งแต่เด็ก และทุกวันนี้ก็ยังชอบอยู่” หนุ่มคาลิลตอบ (ขณะที่คนตั้งคำถามเริ่มงงๆ) “การเล่นฟุตบอลของผม คือการรู้หน้าที่และรับผิดชอบในตำแหน่งที่เล่นให้ดีที่สุด เพราะในสนามฟุตบอลแล้ว มีผมคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้น พ่อหรือลุง (ดำรง พุฒตาล) ตามลงมาไม่ได้” ชายหนุ่มเล่าว่า เขาไม่ได้พยายามสลัดภาพศิลปินของพ่อหรือใคร สิ่งที่เขาทำคือหาสิ่งที่ตัวเองชอบ และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ยืนให้ได้ในสนามของตัวเอง
ฝึกหนัก ทีมเวิร์ก ดีใจเสียใจ เรียนรู้จากสนามฟุตบอลเยอะ เคยจริงจังขนาดไปคัดตัวทีมชาติ (กองกลาง) ถ้าโลกการศึกษาสมัยก่อนเหมือนสมัยนี้ เขาบอกว่าเขาจะตัดสินใจได้ง่ายๆ เลย นั่นคือ ไม่เอนทรานซ์ แล้วมุ่งเป็นนักฟุตบอลอาชีพ หากโลกอันว้าวุ่นของคาลิลในขณะนั้น ทำให้ต้องเรียน ม.ปลายสายวิทย์ แล้วก็กลายเป็นเด็กสายวิทย์บันเทิง เพราะทำทุกกิจกรรม ที่สุดก็มุ่งทางศิลปะ เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จบแล้วทำงานที่วอร์เนอร์ มิวสิค 2 ปี ก่อนบินไปต่อปริญญาโทด้านศิลปะและการใช้สื่อที่ University of Westminster ประเทศอังกฤษ
จากนักฟุตบอลมาเป็นซีจี
“ผมเป็นมือล้างจานอันดับหนึ่ง” คาลิลเล่าขำๆ ก่อนพูดถึงชีวิตหลายปีที่อังกฤษว่า ดีที่คุณลุงดำรงมีที่พักอยู่ที่ลอนดอน ซึ่งทุ่นเงินได้เยอะ พ่อส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ แต่เขาก็ต้องทำงานหาเงินใช้เอง ได้งานล้างจานที่ร้านอาหารไทยในผับแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม ก็ยืนหน้ามันหัวกระเซิงก้มหน้าก้มตาล้างจานอย่างเดียว ว่างก็ถูพื้น ขัดห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งสับซี่โครงหมู ที่เล่นเอาเด็กมุสลิมอย่างเขาทำใจลำบาก ต้องโทร.ด่วนกลับมาปรึกษาที่บ้าน ก่อนคิดเสียว่า เอาเถอะ...ทำงาน
ล้างจานได้ 3-4 เดือน จึงได้จ๊อบงานวิดีโอ เห็นช่องมองทางก่อนจะผันตัวเองไปเป็นตากล้องคนไทยเพียงคนเดียวที่รับจ้างถ่ายวิดีโอทั่วราชอาณาจักร (อังกฤษ) รับงานจากสถานทูต รายการโทรทัศน์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งจ๊อบเล็กจ๊อบใหญ่จากคนไทยที่นั่น ถือเป็นช่วงที่ดี เพราะเงินดีงานดีเรียนสนุก ช่วงเช้าครูให้ดูหนัง ตกบ่ายให้ล้อมวงคุย วงสนทนาที่เปิดโอกาสให้ทุกความคิด หลักคือวิธีคิด ที่ทุกคนต้องเรียนรู้วิธีนำเสนอศิลปะในแบบของตัวเองด้วยวิธีที่ดีที่สุด
“แต่ที่ผมเรียนรู้จริงๆ คือตอนไปทำงานที่สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านชื่อเพรสทีวี ตอนนั้นเรียนจบแล้ว แต่ที่อังกฤษจะมีวีซ่า 2 ปี สำหรับคนที่เพิ่งจบการศึกษา ที่นี่เป็นสถานีโทรทัศน์เล็กๆ มืออาชีพ ผมได้ทำเต็มที่ในตำแหน่งคอมพิวเตอร์ กราฟฟิก (ซีจี) ได้ทำกราฟฟิกดีไซน์ ได้ตัดต่อวิดีโอสดๆ ได้เขียนคอลัมน์ ทำภาพนิ่ง ทำหมดทุกอย่าง มันส์มาก” ดวงตาคาลิลเป็นประกาย
วีซ่าใกล้หมด ได้เจอกับคุณลุงดำรงคนดัง อดีตสมาชิกวุฒิสภา กทม. ซึ่งเดินทางไปพบถึงอังกฤษในวันหนึ่ง เห็นหลานแบกกล้องก็ถามว่า “ทำอะไรอยู่” จากนั้นก็คุยตามประสาว่า ในสายตาของนักสื่อสารมวลชนคนหนึ่ง คนทำโทรทัศน์ที่เมืองไทยตอนนี้ยังไม่เห็นใครที่ตกผลึก แล้วก็ว่า “ไผ่ ถ้ามีโอกาสก็ขอให้ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบอะไรก็ทำอันนั้น” คุณลุงจะหมายถึงแบบนี้หรือเปล่า แต่หลานก็เตรียมจะเดินทางกลับประเทศล่ะ
จากซีจีมาเป็นครูไผ่
กลับมาเจอพ่อ ปกติของพ่อจะชอบถามว่า “คิดอะไรไว้ยัง” เจอหน้ากันหนนี้ พ่อก็ถามอีก “อยากเป็นอาจารย์” เพราะเมื่อกลับมาก็อยากบอกอยากเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองเรียนว่า ไม่มีถูก ไม่มีผิด อีกอย่างก็เห็นว่าเรียนมาเยอะ ถึงเวลาจะปล่อยของ (ฮา) คาลิลได้งานเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สอน Visualization Workshop และ TV Production Advanced จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมากว่าปีเต็ม
“ได้ทำที่อยากทำหลายอย่าง แต่หลายอย่างก็ยังไม่ได้อย่างใจ” คุณครูไฟแรงวัย 30 ปีเล่า
เด็กไทยไม่กล้าว่างานเพื่อน แต่เขาพยายามจะทำส่วนนี้ให้เป็นคะแนน เด็กต้องกล้าพูด ต้องมีเหตุผล เพราะทุกคนต้องเติบโต หน้าที่ครูในความคิดของเขาคือ การต่อยอดและเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่สุดสิ้น ล่าสุดไม่สอนเฉพาะนักศึกษา หากได้รับเลือกให้ร่วม Thai Teacher TV Announcer ของสถานีโทรทัศน์ครู โดยเป็นครูผู้ช่วย หรือ TA (Teacher Assistant) ที่จะช่วยครูเรียนรู้เทคนิคการสอนใหม่ๆ (www.thaiteachers.tv)
ครูไผ่ยังเป็นโปรดิวเซอร์ รับผิดชอบงานผลิตบางส่วนด้วย เจ้าตัวบอกเองว่า งานหลังกล้องไม่กดดันเท่างานหน้ากล้อง ที่ยังเคอะๆ เขินๆ อยู่มาก เป้าหมายวันนี้คือการทำรายการโทรทัศน์ อาจเป็นเรื่องราวในวงการกีฬา สารคดี ดนตรีหรือศิลปะก็ได้ บุคคลต้นแบบจะเป็นใครไปไม่ได้ คาลิลบอกว่า เวลาพ่ออยู่หน้ากล้อง ทำไมนะพ่อถึงดูสบายมาก หลังกล้องกับหน้ากล้องพ่อคือคนคนเดียวกันเลย
พ่อคือผู้ให้ไฟชีวิต เป็นตัวอย่างให้ยึดเรื่องความคิด และไอเดียสร้างสรรค์ อยากทำ (รายการ) ให้ได้อย่างพ่อก็จริง แต่สุดท้ายของสุดท้าย ที่อยากทำให้ได้ ทำให้สำเร็จ ก็เพราะต้องการให้คนคนหนึ่ง ได้ดีใจและภูมิใจ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แต่งตัวเป็นโกล ใส่ชุดใส่หมวกนักฟุตบอล ทำหน้าที่เฝ้าประตูให้เขาเตะมาตั้งแต่เขายังเล็ก มารดานงลักษณ์ พุฒตาล
ขณะที่พ่อคือพลังที่ลุกโชน แม่คือความเรียบง่าย เป็นความเรียบความง่าย ธรรมดาๆ ที่ส่งผ่านมาจากจิตใจแม่ และมีอำนาจให้เราตระหนักรู้ว่าเราคือใครในโลกนี้


