
8 นาทีเขย่าโลก
เปิดฉากด้วยขบวนรถไฟขนผู้โดยสารนับร้อยชีวิตแล่นไปตามรางอย่างเชื่องช้า
เปิดฉากด้วยขบวนรถไฟขนผู้โดยสารนับร้อยชีวิตแล่นไปตามรางอย่างเชื่องช้า
เปิดฉากด้วยขบวนรถไฟขนผู้โดยสารนับร้อยชีวิตแล่นไปตามรางอย่างเชื่องช้า ผ่านทุ่งหญ้า แม่น้ำลำคลอง หมู่บ้านชนบท จอดแวะสถานีแล้วสถานีเล่า ก่อนมุ่งสู่สถานีสุดท้ายปลายทาง กลางเมืองชิคาโก
แต่จู่ๆ ก็เกิดระเบิดตูมใหญ่ขึ้นกลางทางอย่างไม่คาดฝัน เสียงกัมปนาทหวั่นไหวจนแผ่นดินสะเทือน ควันไฟพวยพุ่งขึ้นฟ้า ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิตหมดทั้งขบวนไม่มีใครเหลือรอด
อย่างไรก็ตาม เหตุวินาศกรรมครั้งนี้สามารถยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นได้ หาก น.อ.โคลเตอร์ สตีเวนส์ (เจค กิลเลนฮาล) กัปตันฝูงบินจู่โจมของกองทัพสหรัฐ ซึ่งทางรัฐบาลได้ส่งตัวย้อนเวลาเข้าไปในร่างของผู้เสียชีวิตคนหนึ่งในช่วงระยะเวลา 8 นาทีสุดท้ายก่อนการระเบิด ภายใต้โครงการลับสุดยอดที่เรียกว่า ซอร์ส โค้ด (Source Code)
เขามีเวลาเพียง 8 นาทีเท่านั้น เพื่อย้อนกลับไปรวบรวมข้อมูลและค้นหาเบาะแส สาวให้ถึงตัวผู้บงการก่อนเกิดเหตุระเบิดวินาศกรรมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นกลางเมืองชิคาโก อันจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
ซอร์ส โค้ด หนังแอ็กชันทริลเลอร์ ไซไฟ ผลงานกำกับของผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง ดันแคน โจนส์ (โดยได้ทีมผู้สร้างเก๋าปึ้กจากเรื่อง Speed Saving Private Ryan และ 2012) ร่วมด้วยนักแสดงชั้นนำของฮอลลีวูดอีกเพียบ
เจค กิลเลนฮาล พระเอกหนุ่มสุดฮอตกลับมาบู๊แหลกอีกครั้งหลังจบการผจญภัยในบทเจ้าชายผู้เก่งกาจเรื่อง Prince of Persia คราวนี้มาประชันบทบาทอันตื่นเต้นระทึกใจร่วมกับมิเชล โมนาแกน (Eagle Eye) ในบทหญิงสาวแสนสวยที่คอยช่วยเหลือบนรถไฟ และคอลลี กูดวิน เจ้าหน้าที่ประสานงานในภารกิจซอร์ส โค้ด (เวรา ฟาร์มิกา) และดร.เลทริดจ์ หัวหน้าโครงการผู้รักชาติเหนือสิ่งอื่นใด (เจฟฟรีย์ ไรท์)
ตื่นตาไปกับฉากแอ็กชันอันเข้มข้น ทั้งฉากรถไฟระเบิดอย่างรุนแรง ฉากไล่ล่าควานหาตัวคนร้ายอย่างมุ่งมั่นทุ่มเทของตัวเอก ผ่านการเล่าเรื่องสลับไปมาเป็นคู่ขนานระหว่างโลกแห่งความจริงบนรถไฟกับโลกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ของโครงการซอร์ส โค้ด คล้ายการโอนถ่ายจิตใจของคนหนึ่งเข้าไปสู่อีกคนในช่วงเวลาเพียง 8 นาที เพื่อหยุดยั้งเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
แม้เนื้อหาของหนังอาจจะดูเป็นแนววิทยาศาสตร์อยู่บ้าง แต่ก็เน้นการเล่าเรื่องที่เข้มข้น ระทึกขวัญ มีทั้งความเป็นแอ็กชัน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน สอดแทรกอารมณ์ขัน น่าติดตาม แถมตอนท้ายเรื่องยังมีฉากดรามาเรียกน้ำตาได้อีก
ดูจบอาจทำให้ได้ฉุกคิดว่าเวลาของมนุษย์บนโลกใบนี้ช่างน้อยนิดและมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน เราไม่มีวันรู้ได้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง
เรียกว่าเป็นหนังแอ็กชัน ไซไฟ ที่แฝงข้อคิดในการดำเนินชีวิตได้คมคายไม่แพ้หนังดรามาเลย







