
ลุยงานหนัก..ทำสิ่งที่รักให้ดี ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี
ฉบับนี้มาคุยกับ Managing Director อายุน้อยที่สุดคนหนึ่ง
ฉบับนี้มาคุยกับ Managing Director อายุน้อยที่สุดคนหนึ่ง
ถ้ายังไม่อ่านชื่อ ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี ที่จั่วหัวไว้ คุณอาจสรุปว่าเขาคือ นักธุรกิจหนุ่มแดนปลาดิบ หรือจีนก็เป็นได้ ต้นอายุอานามเพียง 26 ปี แต่เป็นถึงกรรมการอำนวยการ บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) ร่วมบริหารงานกับบิดา ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้แทบทุกเรื่องในชีวิต
ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ความรับผิดชอบของต้น ธนพันธ์ คือ บริหารงานธุรกิจข่าวดาวเทียม เคเบิล และอินเทอร์เน็ต ในส่วนของ Spring News–Spring Cooperation ส่วน Spring Technology บริหาร และจัดการยอดขาย การค้าขายสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ
เล่าย้อนกลับไป เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มุ่งหน้าสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผ่านงานแรกในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บริษัท สิทธิพรแอสโซซิเอส ถึงค้าขายเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ งานต่อมาเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอดีโอ เทคโนโลยี และท้ายสุด กรรมการอำนวยการ บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998)
“ตั้งแต่เด็กคุณพ่อจะพาเดินทางไปทั่วโลก ไปเจรจากับเอเยนต์ สอนวิธีการขาย เจอผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจ สอนให้เป็นพ่อค้าและหาเงิน ตั้งแต่เรียนจบมาผมก็สัมผัสงานมาไม่ซ้ำเลยครับ จนกระทั่งมาอยู่ตรงนี้ ท่านจะสอนให้ขายตัวเองเป็น สินค้าในมือมองไม่เห็น เราต้องไปขายฝันให้ลูกค้า มีแค่กระดาษใบเดียวก็สามารถขายของได้เป็นสิบๆ ล้าน
ผมมีพี่น้องฝาแฝด แต่ความสนใจคนละแบบ ตอนนี้เขาเรียนเกี่ยวกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ต่างประเทศ เขาจะเป็นแนวที่ปรึกษา หรืออาจารย์”
ความสนใจในกิจกรรมประกอบกับชีวิตรักการพัฒนาและความก้าวหน้าของธนพันธ์ฉายแววออกมาตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยตำแหน่งและความรับผิดชอบมากมาย เช่น ประธานรุ่นนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขาธิการอุปนายกและอุปนายก องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่างกรรมต่างวาระ
“ผมเรียนรู้เยอะมากจากการทำองค์กรนักศึกษา ต้องรู้จักไปดึงคนมามีส่วนร่วมกับเรา ประสบการณ์สมัยเรียนมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว เราก็นำมาปรับใช้กับชีวิตการงานได้ อย่างการเลือกตั้งก็ทำให้เด็กอินเตอร์คณะของผมยอมมาเลือกตั้งนายกองค์การนักศึกษา ติดต่อกัน 7 ปีแล้ว ผมก็วางรากฐานตรงนี้มารุ่นต่อรุ่น ระบบพรรค คะแนนเป็นอันดับ 1 มาตลอด
สิ่งที่เป็นจุดอ่อนเมื่อก่อนตัวเองอีโก้สูง ทำธุรกิจทุกอย่างทำด้วยความมั่นใจ แต่พอล้มก็คิดได้ ที่บ้านสอนเสมอว่า ให้เกียรติคนอื่น และอย่าลืมกำพืดตัวเอง จมให้ลง เวลาคุณพ่อดุ ท่านมักจะบอกว่า วันที่ผมหยุดเนี่ย...มีคนขยันทำงานอยู่ ถ้าจะโตเร็วก็ต้องขยัน แต่ไหนแต่ไรท่านสอนให้เอาตัวรอด ไม่เคยตามใจ อยากได้อะไรเก็บเงินซื้อเอง และเลี้ยงดูแค่เรียนจบ ที่เหลือหาทางไปเอง”
ฟังดูช่างมุ่งมั่นและเข้มงวดกับชีวิตมาก แนวคิดในการทำงานของต้นคือ อยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เรียนรู้ประสบการณ์จากผู้อื่น แล้วสร้างทางของตัวเอง เขามองความเป็นไปรอบข้างว่า สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว...สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ แต่ใช่ว่าเขาจะไม่หย่อนใจเสียบ้างเลย หนุ่มคนนี้มีกิจกรรมวันว่างที่ผ่อนคลายไม่ต่างจากคนอื่น
“ชีวิตที่ผ่านมาไม่กลัวที่จะปรับ ตอนวัยรุ่นเป็นเด็กขี้อายไม่กล้าแสดงออกไม่กล้าคุยกับใคร และการงาน กิจกรรม สังคมทำให้เราต้องกล้า วันว่างของผมคือถ่ายรูป และรับถ่ายภาพตามงาน รับเฉพาะลูกค้าสาวๆ เราต้องทำแล้วมีความสุขด้วย ฉะนั้นไม่ได้รับงานเรื่อยเปื่อย เมื่อก่อนร่วมค่ายอาสาพัฒนาชนบท เล่นกอล์ฟ ท่องเที่ยว” ผมเปิดไฟล์ภาพในไอแพดของเขาแล้วถึงกลับร้องว้าว...กับผลงานภาพถ่ายมากมาย ไม่แปลกที่จะมีคนติดต่อต้นไปถ่ายภาพ และเมื่อยิ่งนับจำนวนกล้องถ่ายรูปของเขาอีกกว่าสิบตัว นั่นแสดงว่าเอาจริงทางนี้สุดๆ “จริงๆ ชีวิตผมน่าจะเหมือนพวกศิลปิน เพราะว่าชอบงานศิลปะ อยากรู้อะไรก็เรียน แต่มันไม่สามารถมาแนวนั้นได้ เพราะต้องมาสานต่องานธุรกิจไปพร้อมคุณพ่อ แต่ก็เก็บความชอบเหล่านี้ไว้เป็นงานอดิเรกครับ”
แน่นอนว่าความสนใจและการงานที่เกี่ยวข้องของเขาสัมพันธ์กับสิ่งของและโลกอินโนเวทีฟและแกดเจ็ต เขาไม่เคยปฏิเสธมัน แต่ก็ไม่ได้ให้ค่ามันสูงกว่าสิ่งที่อุปกรณ์เหล่านั้นเป็น
“เทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นสิ่งที่หลีกหนีกันไม่ได้ แค่เราอย่าให้เทคโนโลยีมันมากลืนเรา อย่าพยายามสร้างความเสพติดเข้าไป กลายเป็นว่าเราไม่ได้ใช้มันแต่มันกลับมาใช้เรา การใช้ก็เลือกให้เหมาะกับงาน ปัจจุบันศักยภาพของเครื่องมือนี่มัน 100% อะครับ เอาจริงๆ ความสามารถของคนใช้ไม่ถึง 20% ฉะนั้นเทคโนโลยีใหม่ทำไมต้องซื้อหากันตลอด อย่างมือถือที่มีก็มีทั้งเก่า ทั้งใหม่ เราแค่ใช้อย่างคุ้มค่า แต่ก็คำนึงถึงภาพลักษณ์ประกอบกัน แล้วแต่ว่าเราจะเน้นอะไร”







