
วิกฤตของชาวญี่ปุ่น บทเรียนดีๆที่ต้องสอนลูก
เกี่ยวกับวิธีการรับมือภัยพิบัติของชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะจากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิที่เกิดขึ้นไม่นานนี้
เกี่ยวกับวิธีการรับมือภัยพิบัติของชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะจากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิที่เกิดขึ้นไม่นานนี้
เชื่อว่าชาวโลกคงได้ตัวอย่างที่ดีของชาวญี่ปุ่นจากเหตุการณ์นี้ มาเป็นครูในการสร้างเยาวชนไทยให้มีคุณภาพและความพร้อมอันจะช่วยทำให้สามารถรับมือเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเรียบร้อยไม่โกลาหล
ตัวอย่างดีๆของชาวญี่ปุ่นเมื่อเจอวิกฤต
พญ.จันทิมา องค์โฆษิต ไกรฤกษ์ จิตแพทย์ และประธานกรรมการโรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวถึงวิกฤตการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ คนญี่ปุ่นได้แสดงออกถึงตัวอย่างที่ดีให้ชาวโลกได้เห็นหลายอย่าง เช่น ความมีสปิริตและพลังใจ โดยกำลังใจของคนญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ไม่ท้อถอย พวกเขามีวินัยแม้จะหิวจะเหนื่อยแต่ก็ยืนเข้าแถว ไม่ทะเลาะ ไม่แย่ง ไม่เอาเปรียบกัน ไม่มีใครผลักใคร เพื่อแย่งชิงเอาอาหาร น้ำ หรือข้าวของ
“นอกจากนี้พวกเขามีความหวัง ไม่แสดงอาการสิ้นหวัง แต่จะมองไปข้างหน้า ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่ยอมแพ้ หากมองย้อนกลับไปพวกรุ่น 70-80 คือผ่านสงครามโลกมาโดนซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่เขามีคือความกล้าหาญ เข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ ทำให้เขารอดพ้นมาได้” พญ.จันทิมา กล่าว
ประธานกรรมการโรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวต่อว่า พวกเขามีน้ำใจและละอายต่อบาป ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นถึงความมีน้ำใจ ความมีเมตตาไมตรีจิตต่อกัน เอื้ออาทรห่วงใยกัน ไม่ฉวยโอกาส มีหิริโอตตัปปะ คือถึงมีโอกาสแต่ก็ไม่ฉกฉวย ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่เห็นก็ตามเขาก็ไม่ทำ ถ้าไม่ใช่ของตัวเองเขาไม่เอา เป็นคุณธรรมที่สูงและน่าประทับใจมาก
พญ.จันทิมา กล่าวว่า ธรรมชาติ ไม่ได้สงบอย่างที่หวัง ถ้าจะให้ประเทศชาติรอดพ้นไปด้วยดี ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างคุณสมบัติที่ดีทั้งในส่วนของบุคคลและชาติ โดยเฉพาะการสร้างเยาวชนของไทย เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากดีเอ็นเอ แต่เกิดจากการอบรมบ่มสอนที่จำเป็นต้องรีบทำตั้งแต่ระดับพ่อแม่ ครอบครัว โรงเรียน ครู ระดับที่ทำงาน บริษัทไม่ว่าเล็กใหญ่ก็ต้องทำ รวมถึงสถาบันชาติ ศาสนา โดยเริ่มจากการดูตัวเองก่อนแล้วก็มาดูคนรอบตัว แล้วมาดูสิ่งแวดล้อมของตัวเอง
สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก
ทั้งนี้ แนวทางในการสร้างเยาวชนให้มีความพร้อมเหมือนญี่ปุ่นสำหรับพ่อแม่ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งนั้น พญ.จันทิมา ได้ให้คำแนะนำดังนี้
1.สอนให้อยู่ในความเป็นจริง พ่อแม่ต้องให้ลูกรู้จักว่าชีวิตคืออะไร อย่าให้ลูกอยู่ในโลกของจินตนาการ ความเพ้อฝัน โดยที่ไม่สามารถแยกแยะความเป็นจริงว่าคุณค่าของคนอยู่ที่ไหน อย่าปลูกฝังค่านิยมว่าจะต้องเป็นคนเด่นที่สุด เก่งที่สุด แต่ควรสร้างให้เขามีความภูมิใจในตัวเอง และมีความมั่นใจในตัวเองว่าเขาสามารถที่จะแก้ไขปัญหารับมือกับปัญหา มีความสุข พอใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใคร รู้จักคนอื่น และรู้จักที่จะช่วยคนอื่นได้ เข้ากับคนอื่นได้เมื่อมีโอกาส
2.สอนให้รู้จักหน้าที่ตัวเอง ฝึกให้มีความรับผิดชอบ โดยให้เด็กรู้จักทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองให้มากที่สุดตามวัยและวุฒิภาวะ และยินดีรับผลของการกระทำนั้นหากทำไม่เสร็จ ไม่ใช่พ่อแม่ทำแทนหรือออกรับแทน ซึ่งการปลูกฝังเรื่องนี้สำคัญหากเกิดเหตุอะไรขึ้นเขาสามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ไม่โทษคนอื่น และมีความเข้มแข็งผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้
3.ฝึกให้รู้จักเสียสละ มีวินัย อดทน การรอคอย ต้องสอนลูกให้รู้จักการเสียสละ เช่น การกระทำตนเป็นตัวอย่างโดยการบริจาคหรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น
4.สอนให้มีความเข้มแข็ง สามารถรับปัญหาได้ แก้ไขปัญหาได้ โดยให้ลูกได้สัมผัสประสบการณ์ ทั้งดีและไม่ดี สมหวังและผิดหวัง เมื่อผิดหวังแล้วก็สามารถลุกขึ้นสู้ แก้ปัญหาด้วยตนเองได้สำเร็จ จะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานทางจิตใจ
5.สอนให้รู้ว่ามีความไม่แน่นอนอยู่ในโลกนี้ มีสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ เราไม่สามารถกำหนดให้ได้ทุกสิ่งอย่างใจหวัง ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้ เขาจะสามารถรับได้
6.นอกจากการเรียนแล้วควรสอนให้เด็กได้สนใจเรื่องอื่นๆ ด้วย เพื่อจะได้ฝึกการทำงานเป็นทีม การเสียสละ ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้อภัยให้กำลังใจกัน







