posttoday
วัดป่าพทธคยา สร้างประวัติศาสตร์ หล่อเกศเศียรพระประธานและพระกริ่งในแดนพุทธภูมิ

วัดป่าพทธคยา สร้างประวัติศาสตร์ หล่อเกศเศียรพระประธานและพระกริ่งในแดนพุทธภูมิ

13 มีนาคม 2554

วันที่ 1 มี.ค. 2554 เป็นวันที่ชาวพุทธไทย ประกอบด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ และอุบาสกอุบาสิกาจำนวนหนึ่ง จารึกประวัติศาสตร์ของการจาริกแสวงบุญ เมื่อมีการหล่อเกศของเศียรพระประธาน สำหรับอุโบสถวัดป่าพุทธคยา และพระกริ่ง 99 องค์ ขึ้นที่แดนพุทธภูมิ

วันที่ 1 มี.ค. 2554 เป็นวันที่ชาวพุทธไทย ประกอบด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ และอุบาสกอุบาสิกาจำนวนหนึ่ง จารึกประวัติศาสตร์ของการจาริกแสวงบุญ เมื่อมีการหล่อเกศของเศียรพระประธาน สำหรับอุโบสถวัดป่าพุทธคยา และพระกริ่ง 99 องค์ ขึ้นที่แดนพุทธภูมิ

โดย...สมาน สุดโต

 

วัดป่าพทธคยา สร้างประวัติศาสตร์ หล่อเกศเศียรพระประธานและพระกริ่งในแดนพุทธภูมิ

วันที่ 1 มี.ค. 2554 เป็นวันที่ชาวพุทธไทย ประกอบด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ และอุบาสกอุบาสิกาจำนวนหนึ่ง จารึกประวัติศาสตร์ของการจาริกแสวงบุญ เมื่อมีการหล่อเกศของเศียรพระประธาน สำหรับอุโบสถวัดป่าพุทธคยา และพระกริ่ง 99 องค์ ขึ้นที่แดนพุทธภูมิ

พิธีหล่อเกศเศียรพระประธาน และพระกริ่งจัดขึ้น ในมณฑลพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่เคยมีองค์กรใด หรือวัดใดมีโอกาสได้จัด หรือปฏิบัติเช่นนี้ เพราะมณฑลพิธีการหล่อเกศพระประธานประจำวัดป่าพุทธคยาตั้งอยู่ตรงกลางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธบูชาและเคารพ คือระหว่างพระศรีมหาโพธิ์ และมหาเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ อีกด้านหนึ่งเป็นด้านหน้าอุโบสถวัดป่าพุทธคยา ที่มีขนาดใหญ่มากเช่นกัน

ก่อนทำพิธีเททองลงในเบ้าหลอม อาจารย์พรศิลป์ เจ้าพิธีได้ทำการสักการบูชาพระรัตนตรัย อัญเชิญเทพเทวา และเจ้าที่เจ้าทางมาเป็นสักขี จากนั้นเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา พระครูพุทธบาล หรือพระอาจารย์ หรือหลวงพ่อจิ๋ว ของบรรดาลูกศิษย์ และ พายัพ ชินวัตร นิมนต์พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) รองสมเด็จพระราชาคณะ กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นพระมหาเถระทำหน้าที่เป็นประธานในการเททองครั้งประวัติศาสตร์ ท่ามกลางเสียงสวดชัยมงคลคาถาของพระสงฆ์ 19 รูป เสียงสาธุของชาวพุทธที่เปล่งออกมากึกก้องลามะทิเบตสาธยายมนต์ประกอบดนตรี (ตามธรรมเนียมสวดมนต์ที่มีระดับของลามะ) และควันธูปนับพันดอกที่กระจายไปทั่วบริเวณ ในขณะที่ชาวพุทธนานาชาติเดินภาวนาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และมหาเจดีย์พุทธคยาอย่างสงบ โดยมีแสงพระอาทิตย์สาดส่องยามเช้า สร้างความสดชื่นให้แก่ผู้ที่ร่วมพิธีทุกคน

การเททองหล่อเกศเศียรพระพุทธรูป และพระกริ่งที่อินเดีย นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการประกอบพิธีในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ จึงมีผู้ศรัทธาจำนวนมากนำสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และทองแท่งหลอมรวมเป็นเกศพระประธานขึ้นมา

หลวงพ่อจิ๋ว ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยาบอกว่า เกศพระประธาน ที่เป็นยอดสูงสุดของพระประธานจะประกอบด้วยทองคำมากที่สุด นอกจากนั้นเป็นเงิน ทองเหลือง ทองแดง รวมน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ส่วนพระกริ่งซึ่งประกอบด้วยเนื้อเช่นเดียวกับเกศพระประธาน ที่ตั้งใจหล่อทั้งสิ้น 99 องค์ แต่เมื่อแกะบล็อกออกได้องค์พระที่สมบูรณ์เพียง 60 องค์ เท่าอายุหลวงพ่อจิ๋วพอดี

สำหรับตัวองค์พระประธานนั้นได้ทำพิธีเททองหล่อไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2554 มีสมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป ร่วมเป็นประธานในพิธี ได้แก่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธฯ สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร และสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส โดยพระเถระอีก 19 รูป นำโดยพระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ เป็นประธานสงฆ์ในการสวดชัยมงคลคาถา

 

วัดป่าพทธคยา สร้างประวัติศาสตร์ หล่อเกศเศียรพระประธานและพระกริ่งในแดนพุทธภูมิ

พระประธานที่หล่อใหม่เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง หน้าตักกว้าง 2.75 เมตร เนื้อสัมฤทธิ์ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปโบราณที่ประดิษฐานในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.เชียงใหม่ ได้รับการขนานนามโดยสมเด็จพระวันรัต ว่าพระสัมพุทธมหามุนีศรีพุทธคยาภูมิสถิต

การเททองหล่อเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2554 ที่โรงหล่อแห่งหนึ่งที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นั้น เททองหล่อทั้งองค์ แต่แบ่งเป็น 2 ส่วน เพื่อสะดวกในการขนส่งทางเรือจากเมืองไทยไปอินเดีย เมื่อนำองค์พระถึงวัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย แล้วช่างจะทำพิธีประกอบขัดเงาให้เรียบและสวยงาม แล้วนำขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถต่อไป

วัดป่าพุทธคยา ซึ่งทำสถิติว่าเป็นวัดฝ่ายเถรวาทที่อยู่ติดกับพระศรีมหาโพธิ์ และมหาเจดีย์ พุทธคยามากที่สุดแล้ว ยังจะได้ชื่อว่าเป็นวัดเถรวาทที่มีพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย อีกด้วย

อนึ่ง วันที่มีพิธีเททองหล่อเกศพระประธานอุโบสถวันที่ 1 มี.ค. 2554 ตรงกับวันทำบุญอายุวัฒนมงคลครบ 60 ปี พระครูพุทธบาล หรือหลวงพ่อจิ๋ว เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา พอดี (ขอแก้ไขที่แวดวงสงฆ์ ฉบับวันที่ 6 มี.ค. รายงานว่าหลวงพ่อจิ๋วอายุ 61 ปี)

คณะศิษย์นำโดย พายัพ ชินวัตร จึงจัดพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 60 ปีให้ โดยหลวงพ่อจิ๋วได้ใส่บาตรพระสงฆ์ 60 กว่ารูปตอนเช้า ไปบำเพ็ญภาวนา และสวดมนต์ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พร้อมกับถวายผ้าไตรห่มพระพุทธเมตตา จากนั้นจึงมาจัดพิธีหล่อเกศพระประธานและพระกริ่งดังกล่าวแล้ว

เมื่อพิธีสงฆ์และเลี้ยงพระเพล เลี้ยงลามะทิเบตนับร้อยองค์จบ จึงมีพิธีสรงน้ำ พระพรหมเมธี ในฐานะที่เป็นพระเถระผู้ใหญ่ ที่ทำบุญอายุวัฒนมงคลไปเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2554 และพระครูพุทธบาล ที่เกิดวันที่ 1 มี.ค. 2554 จากนั้นท่านมอบทุนให้พระนักศึกษาระดับปริญญาเอก 5 รูป จากมหาวิทยาลัยพาราณสี รูปละ 1 หมื่นรูปี และบริจาคให้ลามะทั้งเล็กทั้งใหญ่หลายร้อยรูป รูปละ 300 รูปี

 

วัดป่าพทธคยา สร้างประวัติศาสตร์ หล่อเกศเศียรพระประธานและพระกริ่งในแดนพุทธภูมิ

เมื่อพิธีสิ้นสุด พระพรหมเมธีได้กล่าวสัมโมทนียกถาว่า การทำบุญอายุครบ 60 ปี พระครูพุทธบาล หรือพระอาจารย์จิ๋ว หรืออีกชื่อหนึ่งว่า พระดร.พนมศักดิ์ พุทธญาโณ ในวันนี้ ให้ทุกคนคิดนึกว่าการเกิดเป็นของยาก เมื่อเกิดมาแล้วยิ่งยากกว่า เพราะต้องสู้กับชีวิต เมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีร่างกายครบบริบูรณ์ถือว่าโชคดี จากนั้นอยู่ที่การดำรงชีวิตต่อไปว่าใครจะประสบความสำเร็จ หรือไม่อยู่ที่ความสามารถ และบุพกรรมแต่ละคน

พระอาจารย์จิ๋วเกิดมาแล้วท่องไปในจักรวาลไปหลายประเทศ พบปะผู้คนมากหน้าหลายตาที่ทำได้เป็นเพราะมีบุญสะสมมาแต่ปางก่อน และสะสมในชาตินี้เพิ่มเติม จึงกล่าวได้ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ถ้าผู้นั้นความคิดดี สติปัญญาดี มีความสามารถสูง มีวิสัยทัศน์กว้างไกล บุคคลผู้นั้นจะประสบความสำเร็จในปัจจุบันภพ แต่บางคนก็ล้มเหลว อย่าไปโทษอย่างอื่น นอกจากโทษว่าการสะสมบุญมาไม่เหมือนกัน

ท่านกล่าวถึงพระพุทธเจ้าว่ากว่าจะเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ต้องบำเพ็ญบุญบารมีมาแล้วหลายร้อยหลายพัน หลายหมื่นชาติจนกระทั่งตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งพวกเราชาวพุทธที่มาอินเดียโชคดี ที่ได้เดินทางมาถึงที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และบูชาสังเวชนียสถานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า

“ท่านทั้งหลายที่มานมัสการสังเวชนียสถาน และหล่อเกศพระเศียรพระประธานอุโบสถ พร้อมกับร่วมงานวันเกิดพระอาจารย์จิ๋ว เท่ากับเป็นการเพิ่มเติมบุญบารมีอีกหลายเท่า บุญที่ท่านทำเปรียบเสมือนสร้างสะพานบุญด้วยมือของท่านเอง บุญนั้นต้องทำเอง ไม่มีใครหยิบยื่นให้ได้ เช่นเดียวกับพระอาจารย์จิ๋วที่สร้างบุญบารมีในที่ต่างๆ หลายแห่ง สุดท้ายที่ประเทศอินเดียโดยสร้างวัดและอุโบสถ รวมทั้งสร้างอุเทสิกเจดีย์ คือ พระพุทธรูปตัวแทนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมี พายัพ และพอฤทัย ชินวัตร สามีภรรยาคู่นี้เป็นเจ้าภาพใหญ่”

พระพรหมเมธีกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปที่หล่อที่เมืองไทย จะนำมาเป็นพระประธานในประเทศอินเดียว่ามีความอัศจรรย์ตั้งแต่พิธีหล่อที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อมีสมเด็จ 3 รูป ร่วมเป็นประธานในการเททอง เพราะตามปกติแล้วจะมีสมเด็จเพียงรูปเดียวเป็นประธาน แต่การหล่อพระประธานองค์นี้ มีสมเด็จถึง 3 รูป การจะทำได้ดังนี้ได้เป็นเรื่องยาก แต่เมื่อทำได้จึงถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เป็นความสามารถเฉพาะตัวของพระอาจารย์จิ๋วที่ทำได้แจ๋วจริงๆ

พระครูพุทธบาล หรือพระอาจารย์ หรือหลวงพ่อจิ๋ว กล่าวกับโพสต์ทูเดย์ว่างานใหญ่ที่ต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์สำเร็จได้เพราะความเมตตาของพระมหาเถระ เช่น พระพรหมเมธี และได้รับการสนับสนุนจากคณะศิษยานุศิษย์ที่นำโดย พายัพ ชินวัตร และครอบครัว รวมทั้งครอบครัว สุนิสาตันสุทัศน์ เจ้าของแหนมดอนเมือง จึงทำให้งานหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และหล่อเกศพระประธานเพื่อเป็นพุทธบูชาในแดนพุทธภูมิสำเร็จ และสมบูรณ์ตามแผนที่กำหนดไว้ ทำให้ความเหนื่อยที่มีปลาสนาการ โดยมีปีติเข้ามาแทน เพราะงานนี้มิใช่เพียงเป็นประวัติศาสตร์ของชาวพุทธชาวไทย หากแต่เป็นงานชิ้นใหญ่ในชีวิตของท่านอีกด้วย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ