posttoday
การให้นม...กับสุขภาพของแม่

การให้นม...กับสุขภาพของแม่

06 มีนาคม 2554

นมแม่นั้นเป็นที่ยอมรับกันมานานถึงคุณประโยชน์ที่มีมากมายต่อทารก

นมแม่นั้นเป็นที่ยอมรับกันมานานถึงคุณประโยชน์ที่มีมากมายต่อทารก

โดย...รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ

 

การให้นม...กับสุขภาพของแม่

นมแม่นั้นเป็นที่ยอมรับกันมานานถึงคุณประโยชน์ที่มีมากมายต่อทารก

นมแม่ไม่เพียงแต่เป็นอาหารสำหรับทารก แต่ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ฮอร์โมนและอนุมูลอิสระที่สำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก ด้วยคุณประโยชน์ที่มากมายและไม่สามารถหาทดแทนได้จากอาหารอื่นๆ องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ จึงนิยามนมแม่ว่าเป็น “ยอดอาหาร” และแนะนำให้มารดาให้นมแม่แก่ทารกเพียงอย่างเดียวนานถึง 6 เดือน ในช่วงเวลาหลังคลอด กิจกรรมหลักของคุณแม่หลังคลอดที่นอกเหนือไปจากการพักผ่อนแล้วก็คือ การให้นมแม่ ในสัปดาห์นี้ อ.ดร.วิราภรณ์ โพธิศิริ จะนำเสนอความสำคัญของการให้นมแม่ว่านอกจากจะส่งผลดีต่อทารกแล้ว การให้นมแม่นั้นมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่อย่างไรบ้าง และที่สำคัญสถานการณ์ของการให้นมแม่ของมารดาในประเทศไทยในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร

เมื่อประมาณศตวรรษที่แล้ว มีการค้นพบว่าในระหว่างการให้นมแม่ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) ออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ช่วยขับรกและน้ำคาวปลา อันเป็นการช่วยลดโอกาสในการตกเลือด และช่วยให้ขนาดมดลูกที่ขยายใหญ่ระหว่างการตั้งครรภ์นั้นหดตัวลง หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการช่วยให้มดลูกกลับเข้าอู่ นอกจากฮอร์โมนออกซิโตซินแล้ว การให้นมแม่จะทำให้มารดาผลิตฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) ออกมามากขึ้น ซึ่งระดับโปรแลคตินที่เพิ่มสูงขึ้นจะไปยับยั้งการหลั่งของ FSH (Follicle Stimulating Hormone) และ LH (Luteinizing Hormone) ซึ่งทำหน้าที่สร้างไข่และกระตุ้นให้ไข่ตก ส่งผลให้ในระหว่างให้นมแม่มารดาจะไม่มีไข่ตก ทำให้สามารถเว้นช่วงการตั้งครรภ์ได้โดยธรรมชาติ นอกจากการให้นมแม่จะเป็นการคุมกำเนิดโดยธรรมชาติแล้ว การที่มารดาไม่มีไข่ตกหรือประจำเดือนในระยะหลังคลอดนี้ ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่มารดาจะได้ฟื้นฟูธาตุเหล็กในร่างกาย ลดโอกาสการขาดธาตุเหล็ก อันเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลหิตจาง

นอกจากนี้ การให้นมแม่ยังช่วยการทำงานของระบบการเผาผลาญกลูโคสและไขมัน โดยไขมันที่ถูกสะสมในร่างกายในช่วงตั้งครรภ์จะถูกใช้ในการผลิตน้ำนม ทำให้มารดาสามารถกลับไปมีน้ำหนักได้เท่าก่อนตั้งครรภ์ และลดโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ และเบาหวานได้อีกด้วย การให้นมแม่นั้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อร่างกายมารดาในระยะหลังคลอดเท่านั้น มีรายงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศ พบว่า การให้นมแม่นั้นสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งหลายประเภทในระบบสืบพันธุ์ของสตรี เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งมดลูก ได้อีกด้วย

นอกจากสุขภาพทางร่างกายที่ดีของมารดา การให้นมแม่ยังส่งผลดีต่อสุขภาวะทางจิตของมารดา และความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างแม่ลูก เนื่องจากการให้นมแม่นั้นมีเพียงมารดาเท่านั้นที่ทำได้ มารดาที่สามารถให้นมแม่ได้จะมีความรู้สึกภูมิใจและประสบผลสำเร็จ และในมารดาหลายๆ คน ความผูกพันระหว่างแม่ลูก อาจจะยังไม่เกิดมากนักในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ความรักความผูกพันแน่นแฟ้นนั้นสามารถพัฒนามากขึ้นในระหว่างการให้นมบุตร ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรักความอบอุ่นจากมารดาโดยตรง

จะเห็นได้ว่าการให้นมแม่นั้นไม่ได้มีประโยชน์แต่เพียงเฉพาะทารกเท่านั้น แต่รวมไปถึงสุขภาพทางร่างกายและจิตใจของมารดา และในระดับครอบครัว การให้นมแม่ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารทดแทนแก่ทารก แต่ยังช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยของทารกที่ขาดภูมิคุ้มกันโรค ในประเทศไทย แม้โดยส่วนใหญ่ทารกจะได้รับนมแม่ แต่ก็มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด เนื่องจากมารดาไม่มีน้ำนมและต้องทำงานนอกบ้าน จากข้อมูลการสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์ ปี พ.ศ. 2552 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ร้อยละ 84 ของสตรีสมรสอายุระหว่าง 1549 ปี ที่ให้บุตรคนสุดท้องยังมีชีวิตอยู่อายุต่ำกว่า 6 เดือน ให้ลูกดื่มนมแม่ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการสัมภาษณ์ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีเพียงร้อยละ 15.1 เท่านั้นที่ให้บุตรดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยกรุงเทพมหานครมีสัดส่วนการให้บุตรดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียวน้อยที่สุดในประเทศ (ร้อยละ 1.7) รองลงมาคือภาคใต้ (ร้อยละ 10.4)


 

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว