
เครื่องจิ้ม ดิปปิงซอส ตอนที่ 7 จิ้มๆ สไตล์เม็กซิกัน
ส่วนผสมและวิธีทำของทั้งซัลซ่าสดและกัวกาโมเล่นั้นแสนจะง่าย วัตถุดิบหาไม่ยากในบ้านเรา เอามารับประทานคู่กับตอร์ติญ่าชิปกรอบๆ หรือจะเป็นมันฝรั่งทอดแบบแผ่น ก็เข้ากัน...
ส่วนผสมและวิธีทำของทั้งซัลซ่าสดและกัวกาโมเล่นั้นแสนจะง่าย วัตถุดิบหาไม่ยากในบ้านเรา เอามารับประทานคู่กับตอร์ติญ่าชิปกรอบๆ หรือจะเป็นมันฝรั่งทอดแบบแผ่น ก็เข้ากัน...
เรื่อง : สีวลี ตรีวิศวเวทย์ / ภาพ : cookool studio
สมัยก่อนผู้เขียนไม่ชอบรับประทานอาหารเม็กซิกันเลยค่ะ รู้สึกว่ารสชาติของเครื่องเทศมันฉุน ไม่คุ้นปากเอาเสียเลย อาจจะเป็นเพราะยังเด็กอยู่ ลิ้นยังไม่คุ้นรส สมองยังไม่รับรู้ แถมผงนู่น สมุนไพรนี่ เครื่องเทศนั้น เยอะจริงๆ แล้วยิ่งที่บ้านไม่พิสมัยอาหารต่างชาติใดๆ นอกจากอาหารไทย พอไปเรียนต่างบ้าน ต่างเมือง ยอมรับเลยว่า ลิ้นอ่อนประสบการณ์ มีปัญหาเหมือนกันค่ะ
แต่ด้วยความที่ชอบเรื่องอาหาร แถมยังตั้งใจจะไปเรียนทำอาหาร ถ้าเราไม่ยอมรับประทานอะไรแปลกใหม่บ้าง เราคงจะปิดกั้นตัวเองจากความรู้ต่างๆ ในเรื่องอาหารนานาชนิดที่มีให้เลือกหลากหลายรอให้เรารู้จัก แล้วยิ่งเป็นอเมริกา ที่มีประชาชนชาวเม็กซิกันอยู่อาศัยเยอะแยะด้วยแล้ว รับรองว่าอาหารเม็กซิกันก็ต้องมีร้านดีๆ อร่อยๆ ราคาเป็นมิตรอยู่เพียบ ผู้เขียนเลยต้องเริ่มสั่งสมประสบการณ์การกินอาหารเม็กซิกันทีละน้อย จนกลายเป็นชักจะชอบขึ้นมา
เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผู้เขียนขับรถผ่านไปย่านถนน North เพื่อไปเดินเล่นร้าน Bestbuy ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแถมยังมี Whole Foods Market ขนาดใหญ่ที่ผู้เขียนชอบ มองเห็นร้านอาหารเม็กซิกัน คนยืนรอกันแน่น ไปทีไรก็เห็นทุกครั้ง จนทนไม่ไหว ลองไปชิมกันสักครั้ง
ไปครั้งแรกเดินเข้าไปในร้าน เห็นเขียนตัวโตว่า Hacienda ยังไม่รู้ความหมาย จนได้มาเห็นบรรยากาศภายในร้าน พอจะเดาได้ว่า Hacienda น่าจะมีความหมายเกี่ยวกับบ้าน แถมยังเป็นบ้านผู้มีอันจะกินชาวเม็กซิกันเสียด้วย ในร้านเต็มไปด้วยเครื่องตกแต่งแบบคาวบอยแบบเม็กซิกัน มีหัวสิงสาราสัตว์ แถมด้วยรูปเก๋ของครอบครัวชาวเม็กซิกัน แน่นอนว่าเพลงก็เป็นเพลงเม็กซิกันแท้ๆ ในร้านนั้น คึกคักจริงๆ ทั้งเพลง ทั้งพนักงานเสิร์ฟ ทั้งคนกิน แถมยังคนทำตอร์ติญ่า คึกคักอย่างกับถูกฤทธิ์ของมาการิต้า ที่เสิร์ฟอย่างไม่อั้น (แต่จ่ายตังค์เองนะ อิอิ)
ตอนนั้นผู้เขียนยังไม่ค่อยรู้จักอาหารเม็กซิกันมากนัก เลยอาศัยดูจากโต๊ะข้างๆ เห็นนิยมสั่งจานร้อน ที่มีเนื้อวัว เนื้อไก่ผัด แถมด้วยหอมแดงและพริกหวานสีแดง เพิ่งมารู้ตอนดูเมนูว่า นี่เองหรือ คือ Fajitas หรือ ฟาฮิต้า ผู้เขียนกับคนใกล้ตัวกัดฟันสั่งมาคนละหนึ่งที่ เพราะเราเป็นแค่นักเรียน ร้านอาหารราคาขนาดนี้ ไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว
เรานั่งรอกันอยู่สักพัก มีตะกร้าใส่ตอร์ติญ่าสีเหลืองและม่วง น่าจะทำจากข้าวโพดสองสีชื่อดังของเม็กซิโกเขา เอามาจิ้มกับมะเขือเทศสับๆ รสเปรี้ยวๆ เค็มๆ โรยผักชีสับ เกือบจะเหมือนอาหารไทยเราเลยทีเดียว เมื่ออาหารจานหลักมาเสิร์ฟ แรกๆ ผู้เขียนยังไม่ชินนักกับกลิ่นยี่หร่าหอมแรง ที่โรยมาตอนผัดเนื้ออกไก่ พอรับประทานคู่กับแป้งตอร์ติญ่าทำมาสดๆ ร้อนๆ มองเห็นลิบๆ เริ่มอร่อยขึ้น และเมื่อถึงเครื่องจิ้มสไตล์เม็กซิกัน เป็นเนื้ออะโวคาโดบดๆ รสออกเปรี้ยวเค็ม ยิ่งเสริมรสให้ยิ่งถูกปากมากขึ้น แล้วพอเจอยำมะเขือเทศ ผู้เขียนก็ต้องว้าว อร่อยขึ้นอีกเยอะ แถมลดความมันเลี่ยนไปได้เยอะเลย
รับประทานไป ก็ต้องเรียกหาเมนูไป เพื่อดูว่าไอ้ที่เรากินไปมันคืออะไร ที่แท้เครื่องจิ้มทั้งสองก็คือ Guacamole และ Pico de gallo หรือที่เราคนไทยเรียกกันติดปากว่า Salsa นั่นแหละค่ะ เครื่องจิ้มทั้งสองเปรียบเหมือนน้ำปลาพริกบ้านเรา รับประทานคู่กับอาหารได้ทุกจาน รสชาติที่ไม่ซับซ้อนนี่แหละที่ทำให้อาหารหลายๆ จานอร่อยขึ้น ผู้เขียนชักจะเริ่มติดใจอาหารเม็กซิกันเสียแล้วค่ะ
พอไปรับประทานอีกร้านหนึ่ง เป็นร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันแบบฟาสต์ฟู้ด ผู้เขียนรีบสั่งซัลซ่าเลยค่ะ ปรากฏว่าเป็นซัลซ่าอีกแบบหนึ่ง รสชาติเผ็ดกว่า เป็นน้ำข้นนิดๆ มีรสมะเขือเทศเป็นหลัก แต่ได้กลิ่นพริกรมควัน พอไปค้นดู จึงรู้ว่า Salsa มีตั้งหลายแบบ แบบนี้ได้รับอารยธรรมทางตอนใต้ของอเมริกามามากหน่อย เรียกว่า Salsa Roja ซัลซ่า โรฮา รสชาติอร่อยดี แต่เหมือนกับผ่านการเคี่ยวนิดๆ มาบ้าง ผู้เขียนชอบรสชาติแบบแรกที่ได้รับประทานมากกว่า
ซัลซ่าแบบสด เขาก็เรียกว่า Salsa Fresca หรือ ซัลซ่าสดๆ บางครั้งก็เรียกว่า Salsa Picada ซึ่งแปลว่า ซัลซ่าที่สับๆ ขึ้นมา ทำจากมะเขือเทศล้วนๆ ไม่นิยมปอกเปลือก ขยำเบาๆ กับหัวหอมใหญ่ ปรุงรสด้วยมะนาวเขียว เพราะปลูกได้มากทางตอนใต้เส้นศูนย์สูตร ที่ตั้งของประเทศเม็กซิโก ให้มีรสเค็มๆ ด้วยเกลือหน่อยๆ ซอยผักชีละเอียดๆ ลงไป คนเม็กซิกันก็รับประทานพริกเยอะไม่แพ้บ้านเรา มีพริกเยอะแยะ และมีวิธีถนอมพริกไว้หลายแบบมากเลย แน่นอนว่าพริกเยอะขนาดนี้ เลือกพริกอย่าง Jalapenos หรือ Serranos คล้ายพริกชี้ฟ้าหรือพริกขี้หนูสีเขียวบ้านเรา สับละเอียดลงไปเพิ่มรสชาติ แช่ๆ พักๆ ไว้ให้ฉ่ำ วิเคราะห์ดูแล้วเหมือนกับวิธีทำ “ยำ” บ้านเราเลย ต่างกันตรงไม่ผสมเนื้อสัตว์ หากแต่เอาไว้ราดบนอาหารหรือเนื้อสัตว์ในจาน
ด้วยส่วนผสมที่ใกล้เคียงกันนี้ ยังมี กัวกาโมเล่ แสนอร่อย ผู้เขียนชอบรับประทานเป็นที่สุด แทบจะหยุดไม่ได้ ด้วยความหอมมันของอะโวคาโด เปรี้ยวเค็มกำลังดี รับประทานเปล่าก็ว่าอร่อยแล้ว พอได้จิ้มกับตอร์ติญ่า เล่นเอาติดใจ ต้องแอบไปซื้อมาจากโกรเซอรี่สโตร์ จนตอนหลังพอรู้ว่าทำได้ง่ายขนาดนี้ จึงหันมาทำเอง วิธีทำก็ไม่ยากเย็นอะไร เปลี่ยนจากมะเขือเทศมาเป็นอะโวคาโด ใช้วิธีบี้ๆ แทนที่จะคลุก อาจจะสับมะเขือเทศลงไปเพิ่มสีสันสวยๆ ได้
ส่วนผสมและวิธีทำของทั้งซัลซ่าสดและกัวกาโมเล่นั้นแสนจะง่าย วัตถุดิบหาไม่ยากในบ้านเรา เอามารับประทานคู่กับตอร์ติญ่าชิปกรอบๆ หรือจะเป็นมันฝรั่งทอดแบบแผ่น ก็เข้ากัน เป็นอาหารว่าง อาหารก่อนงานเลี้ยงได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ลองทำดูนะคะ
Guacamole & Salsa served with tortilla
ส่วนผสมหลัก
หัวหอมแดง สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู สับละเอียด 1-2 เม็ด
ผักชี สับละเอียด 2 ช้อนชา
มะนาว 1-2 ลูก
เกลือและพริกไทยบดใหม่ๆ
สำหรับกัวกาโมเล่
- ผ่าอะโวคาโด 2 ลูก เอาเมล็ดออก ก่อนที่จะใช้มีดกรีดให้เป็นตารางแล้วใช้ช้อนควักออกมา บี้ผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ชิมรสแล้วปรับตามชอบ
- แนะนำให้สับมะเขือเทศเฉพาะส่วนผิวและเนื้อ โดยนำเมล็ดออกก่อน ค่อยสับลงไปเพื่อเพิ่มความสวยงามให้ดูน่ารับประทาน
- เวลาเก็บกัวกาโมเล่ ต้องใช้ฟิล์มปิดทับลงบนผิวหน้าของกัวกาโมเล่ เพื่อป้องกันไม่ให้ดำจากการสัมผัสอากาศ
สำหรับซัลซ่ามะเขือเทศสด
- ผ่าครึ่งมะเขือเทศ นำเมล็ดออก แล้วหั่นเป็นเต๋าเล็ก ผสมกับส่วนผสมทุกอย่าง ชิมรสตามชอบ ซัลซ่ามะเขือเทศสดจะอร่อยขึ้น หากพักไว้ให้มะเขือเทศคายน้ำออกมาสักนิด โดยเมื่อผสมแล้ว อาจพักไว้สัก 20 นาที คลุกเคล้าแล้วปรับรสชาติใหม่อีกครั้งก่อนเสิร์ฟ







