posttoday

ถนนสายสีชมพู! เทศกาล "ชมพูพันธุ์ทิพย์ 2569" สร้างอุโมงค์ดอกไม้ยาวกว่า 2 กิโลเมตร

15 กุมภาพันธ์ 2569

ปรากฏการณ์ถนนสายสีชมพูเริ่มแล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนเปิด “เทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ ประจำปี 2569” สร้างอุโมงค์ดอกไม้ธรรมชาติระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

KEY

POINTS

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จัดเทศกาล "ชมพูพันธุ์ทิพย์ 2569" โดยมีไฮไลท์เป็นอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูจากต้นชมพูพันธุ์ทิพย์กว่า 1,258 ต้น
  • ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เหล่านี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 โดยปลูกขึ้นตามวิสัยทัศน์เชิงนิเวศวิทยาเพื่อเป็นแนวกันลมและสร้างร่มเงา จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "รุกขมรดกของแผ่นดิน"
  • นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงามของอุโมงค์ดอกไม้และจุดเช็คอินอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2569

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน "เทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ ประจำปี 2569" เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569  

ภายในงาน ผู้ร่วมงานยังได้รับฟังจุดเริ่มต้นของตำนานถนนสายนี้จาก นายมานิจ สุขีวงศ์ ผู้ปลูกและดูแลรักษาต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธีรนาฎ กาลปักษ์ จากภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน ที่มาให้ความรู้เชิงวิชาการและการจัดการต้นไม้เหล่านี้จนกลายเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”

 

นายมานิจ สุขีวงศ์ ได้เล่าย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2520 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสนคนแรก) มีนโยบายปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นแนวกันลมและสร้างความร่มรื่น โดยได้รับมอบเมล็ดพันธุ์จาก ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก อธิการบดีในขณะนั้น ซึ่งนำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศสิงคโปร์ จนเติบโตเป็นอุโมงค์สีชมพูที่ขึ้นทะเบียนเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”เมื่อปี 2562

 

ด้านดร.ดำรงค์ ศรีพระราม เผยถึงเบื้องหลังประวัติศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ของการปลูกต้นไม้ในพื้นที่แห่งนี้ว่า

“การบานสะพรั่งของชมพูพันธุ์ทิพย์ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือวิสัยทัศน์ในการออกแบบนิเวศวิทยามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่จะมีการเริ่มเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสนด้วยซ้ำ ในเวลานั้นเราต้องการไม้ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว มีทรงพุ่มที่สามารถทำหน้าที่เป็นแนวกันลม และสร้างร่มเงาเพื่อลดอุณหภูมิในพื้นที่ ซึ่งชมพูพันธุ์ทิพย์จากสิงคโปร์ตอบโจทย์ทั้งด้านความทนทานต่อสภาพอากาศและการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีจำกัด

นี่คือบทเรียนสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องการส่งต่อถึงสังคมว่า การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์การใช้สอยและต้องสมดุลทางด้านนิเวศวิทยาเพื่อให้ต้นไม้เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นปราการทางธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบการจัดการเมืองสีเขียวให้กับหน่วยงานระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป”

 

ปักหมุดแลนด์มาร์ค จุดเช็คอินทั่วมหาวิทยาลัย

ปัจจุบัน มก.กำแพงแสน มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์รวมทั้งสิ้น 1,258 ต้น กระจายอยู่ตามแลนด์มาร์คสำคัญให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอย ได้แก่

  • แลนด์มาร์คหลัก  ถนนสายวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (ถนนสาย 1) จำนวน 580 ต้น
  • จุดชมวิวทางน้ำ สระพระพิรุณ 98 ต้น และถนนดินขอบบ่อ 6 อีก 236 ต้น
  • พื้นที่ผ่อนคลาย สวน 100 ปี (77 ต้น), พื้นที่หน้าสวนปรง (90 ต้น), บ่อ 6 (165 ต้น) และสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (12 ต้น)

 

นอกจากการชมดอกไม้ ยังมีจุดเช็คอินอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาดได้แก่

  • อุโมงค์ยูคาลิปตัส เส้นทางสีเขียวขจีที่ทอดยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและมุมถ่ายภาพสุดชิค
  • ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมเกษตร (KU INNOVATION LEARNING CENTER) พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์พรีเมียม สินค้าทางการเกษตร จาก THE PREMIUM @ KU KPS ที่สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัย

 

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสัมผัสความโรแมนติกของเทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ตั้งแต่ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยมีการขอความร่วมมือ ให้ช่วยกันรักษาความสะอาดและไม่โน้มกิ่งถ่ายภาพหรือเด็ดดอกไม้ เพื่อส่งต่อความประทับใจนี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไป

ข่าวล่าสุด

นิทรรศการ “ศิริราช–ศิลปิน รวมใจภักดีพระพันปีหลวง” ระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็งยากไร้