posttoday
อิหร่านในรอยจำ ของ...วันรวี รุ่งแสง

อิหร่านในรอยจำ ของ...วันรวี รุ่งแสง

26 มกราคม 2553

การท่องเที่ยวและการเขียนหนังสือเป็นความฝันของวันรวี และเธอก็ทำสำเร็จแล้วทั้งสองอย่าง....

การท่องเที่ยวและการเขียนหนังสือเป็นความฝันของวันรวี และเธอก็ทำสำเร็จแล้วทั้งสองอย่าง....

โดย...พัมพ์กิ้น_พาย

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเดินทางก็คือ การตัดสินใจออกเดินทาง หลายคนอาจจะเคยรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกับ “วันรวี รุ่งแสง” แต่ที่สุดเธอคนนี้ก็สามารถเอาชนะความกลัว และก้าวเดินออกไปผจญกับโลกกว้างใบนี้ได้เพียงลำพัง แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการตัดสินใจมากอยู่สักหน่อย

“จริงๆ ดิฉันเดินทางมาก็นานแล้วทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แต่ทริปแรกในต่างประเทศที่ดิฉันเดินทางคนเดียวก็เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เอง (หัวเราะ) คือ ไปที่เวียดนาม ซึ่งการที่จะตัดสินใจเดินทางไปไหนคนเดียวมันก็ยากนะ ความยากมันอยู่ที่การตัดสินใจ เพราะปกติเวลาไปเที่ยวจะไปกับกลุ่มเพื่อนๆ เพราะเราจะรู้สึกอุ่นใจ มีเพื่อน มีคนรู้จัก แต่เวลาที่เราจะเดินทางคนเดียวเป็นเรื่องที่ยากมากกับการตัดสินใจ เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราจะไปเจอข้างหน้ามันคืออะไร มันมีอะไรรอเราอยู่บ้าง ต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว ไม่รู้ว่าที่พักเป็นอย่างไร ปลอดภัยไหม เพราะแต่ละที่เรามั่นใจมากขึ้นว่าจริงๆ แล้วเราก็ทำได้”

การท่องเที่ยวและการเขียนหนังสือเป็นความฝันของวันรวี และเธอก็ทำสำเร็จแล้วทั้งสองอย่าง เพราะในทุกวันนี้เธอได้ลาออกจากงานประจำเพื่อเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ พร้อมๆ กับได้ทำงานเขียนในแบบที่เธอรักไปด้วย

ผลงานเขียนที่ผ่านมาของวันรวี มีหลากหลายแนวทางไม่ว่าจะเป็นรวมบทกวี เช่น เรื่องเขียนโลก เรือใบไม้ นาฏลีลาดอกไม้ ทางแยกที่แตกต่าง แผ่นดินดอกไม้ ฯลฯ หรือจะเป็นรวมเรื่องสั้นอย่าง ผ่านไปกับสายลม, จิตวิทยาความรัก, รักแท้หรือแค่คิดว่ารัก ฯลฯ และหนังสือสารคดีท่องเที่ยว อย่าง อินเดีย เนปาล สีสันแห่งชีวิต เป็นต้น

สำหรับงานเขียนชิ้นล่าสุดของวันรวี คือ “อิหร่านในรอยจำ” เธอเล่าให้ฟังว่า เริ่มสนใจงานขีดๆ เขียนๆ มาตั้งแต่สมัย ชั้นประถมศึกษา โดยในระยะแรกจะเป็นการเริ่มจากการเขียนบทกวีก่อน

อิหร่านในรอยจำ ของ...วันรวี รุ่งแสง วันรวี

“ดิฉันชอบเขียนบทกวีตั้งแต่เด็กๆ และก็ไม่รู้ว่าทำไมชอบ พอชั้นประถมปลายก็เริ่มเขียน และก็เขียนมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ ส่วนถ้าเป็นเรื่องสั้นที่รวมเล่มตอนนี้ จริงๆ แล้วเป็นผลงานที่เขียนเก็บสะสมเอาไว้มาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นนักศึกษา และเคยลงในหนังสือสตรีสาร และก็มีมาเขียนเพิ่มเอาในช่วงหลังบ้าง ซึ่งก็โอเค พอพิมพ์ไปแล้วได้รับผลตอบรับที่ดี ดีกว่าการนำบทกวีมารวมเล่มอีก เพราะหนังสือรวมเล่มกวีจะขายไม่ค่อยได้ คนไม่ค่อยสนใจ (หัวเราะ)”

ส่วนหนังสือท่องเที่ยวนั้นจริงๆ แล้ว วันรวี บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะเขียนหนังสือท่องเที่ยวมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบเดินทาง เธอก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไปเที่ยวมาแล้วก็ไม่ควรที่จะเดินทางไปเที่ยวเปล่าๆ แต่น่าจะนำเรื่องราว ที่ได้ไปพบเจอมาถ่ายทอดให้คนที่ชอบอ่านหนังสือ หรืออาจจะไม่มีโอกาสได้ไปได้อ่านบ้าง

การตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังประเทศอิหร่านซึ่งไม่ค่อยมีใครนิยมไป วันรวี บอกว่า เกิดขึ้นมาได้จากความฝันของเธอตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่ในชีวิตนี้อยากจะไปเยือนทะเลสาบแคสเปียน ที่ได้อ่านมาจากหนังสือให้ได้สักครั้ง แต่ด้วยความ ที่ทะเลสาบแคสเปียนนั้นตั้งอยู่ระหว่าง 2 ประเทศ คือ รัสเซีย และอิหร่าน เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปที่อิหร่านแทน

“ตอนเด็กๆ เราอ่านหนังสือและรู้ว่าทะเลสาบแคสเปียนเนี่ยเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราก็ชอบจินตนาการไปเรื่อย (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าอยากจะไปสักครั้ง คิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นที่สุดในโลก ก็น่าจะมีอะไรพิเศษ เหมือนเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ฝังใจเรื่องอ่าวตังเกี๋ย เขาก็บอกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตอยากจะไปให้ได้สักครั้ง แต่จริงๆ ไปแล้วก็ไม่มีอะไร เป็นแค่ทะเลเฉยๆ นี่แหละ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วทะเลสาบแคสเปียนมันคาบเกี่ยวอยู่กับ 2 ประเทศ คือ รัสเซีย และอิหร่าน แต่ที่เลือกจะไปอิหร่าน แทนการไปรัสเซียก็เพราะว่ารัสเซียเป็นประเทศที่อยากจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อิหร่านเขา ปิดประเทศไปนานมาก เพิ่งจะมาเปิดเมื่อไม่นานมานี้ เราก็มีความรู้เรื่องอิหร่าน ไม่เยอะมาก ก็เลยอยากจะลองไปดูประเทศเขาว่าเป็นอย่างไร ผู้คนเป็นอย่างไร”

และสิ่งที่วันรวีวาดภาพเกี่ยวกับประเทศอิหร่านเอาไว้ก็ผิดเกือบทั้งหมด เมื่อเธอได้ก้าวเท้าแรกเข้าไปในประเทศอิหร่าน

“จริงๆ เราคิดว่าชาวอิหร่านนี่จะเป็นอาหรับ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นอาหรับ เป็นเปอร์เซีย หน้าตาไม่ออกแขกอาหรับ และวิถีชีวิตเขาก็จะอยู่กันอย่างสงบสุขคล้ายๆ คนไทย ไปแล้วรู้เลยว่านิสัย วิถีชีวิต ความสบายๆ ทักทาย ยิ้มแย้ม ช่วยเหลือ คล้ายคนไทยเลย บ้านเมืองเขา ร่มเย็น มีต้นไม้ ดอกไม้ ทุกที่เป็นที่ พักผ่อนได้หมด และเวลาเราเดินทางไปไหนมาไหน จะเสียเวลากับคนอิหร่านมาก (หัวเราะ) เพราะคนอิหร่านจะชอบเข้ามาถามไถ่ เข้ามาคุย ซึ่งแต่ละครั้งก็คุยกับเรานานมาก ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็จะถามว่าเราคิดอย่างไรกับประเทศอิหร่าน ชอบไหม จะมาเที่ยวอีกไหม แต่ละคนก็จะถามคล้ายๆ กันแบบนี้”

สถานที่ท่องเที่ยวในอิหร่านที่เธอได้ไปเยือนนั้น วันรวี บอกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทวัง สุเหร่า ตลาด บ้านโบราณ สวนสาธารณะ ซึ่งถ้าจะเที่ยวให้ครบทุกเมืองนั้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวประมาณ 15-20 วันทีเดียวถึงจะเที่ยวครบ

สำหรับ “อิหร่านในรอยจำ” หนังสือท่องเที่ยวเล่มล่าสุดของเธอนั้น ไม่เพียงแต่จะมีการนำเสนอเรื่องราวแบบครบทุกรสชาติ และเรื่องราว ทุกแง่ทุกมุมของประเทศอิหร่าน ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปเที่ยว และเขียนถึงมากนักเท่านั้น แต่ด้วยรูปแบบการเขียนในลักษณะของการเขียนจดหมายถึงเพื่อนก็ทำให้หนังสือท่องเที่ยวเล่มนี้ดูแตกต่างไปจากหนังสือเล่มอื่นๆ เพราะแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล่าธรรมดาสามัญที่เพื่อนเล่าถึงเพื่อน แต่ในแต่ละหน้าก็กลับแฝงไปด้วยข้อคิด ทัศนคติในการดำเนินชีวิตที่นำเสนอเอาไว้อย่าง น่าสนใจอีกด้วย

และไม่แต่เพียงเรื่องราวความสนุกสนาน และแปลกใหม่ที่ผู้อ่านจะได้รับไปจากหนังสือเล่มนี้แล้ว อิหร่านในรอยจำ ก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวอิหร่านได้อีกด้วย เพราะในหนังสือเล่มนี้ มีการรวบรวมเรื่องราวตั้งแต่ประวัติศาสตร์ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยว และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเอาไว้อย่างมากมายอีกด้วย

ใครที่อยากรู้ว่าอิหร่านในรอยจำของวันรวี เป็นแบบไหน ก็ต้องลองไปหามาอ่านกันดูแล้วล่ะ

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69