
HR วาไรตี้ คัมภีร์บริหารคน
คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด แต่ศาสตร์ทางด้านการบริหารคนกลับมีผู้สนใจไม่มากนัก ทั้งๆ ที่การบริหารคนเป็นเรื่องที่สำคัญ....
คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด แต่ศาสตร์ทางด้านการบริหารคนกลับมีผู้สนใจไม่มากนัก ทั้งๆ ที่การบริหารคนเป็นเรื่องที่สำคัญ....
โดย...พับพ์กิ้น_พาย
“Put The Right Man On The Right Job” ยังคงเป็นคำพูดที่ใช้ได้ดีอยู่เสมอ สำหรับการบริหารงานในองค์กรให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก “คน” ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการที่จะสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร
การที่แต่ละองค์กรจะบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดนั้น ก็ต้องอาศัยการทำงานของฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management : HRM) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ฝ่ายเอชอาร์ เข้ามาเป็น ส่วนสำคัญในการคัดเลือกคนให้เหมาะสมกับ งานนั่นเอง
แม้ว่าเรื่องของเอชอาร์จะเป็นงานที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานในแผนกอื่นๆ แต่ศาสตร์ทางด้านการบริหารคนนั้นกลับไม่ค่อยมีผู้สนใจ รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านพัฒนาหลักสูตร สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เป็นที่รู้จักและยอมรับกันในแวดวงวิชาการว่าเชี่ยวชาญในเรื่องของเอชอาร์ มองว่า เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองว่างานบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นงานสนับสนุน ไม่ใช่พระเอก และทุกคนก็เป็นมนุษย์อยู่แล้ว จึงไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องเรียนเรื่องของตนเอง และหลายคนมองว่างานเอชอาร์เป็นสายงานที่เติบโตช้ากว่าสายงานอื่นๆ
“อย่างที่รู้กันว่า คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด แต่ศาสตร์ทางด้านการบริหารคนกลับมีผู้สนใจไม่มากนัก ทั้งๆ ที่การบริหารคนเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะคนเป็นส่วนที่สำคัญของทุกหน่วยในสังคม ไม่ใช่เฉพาะในองค์กร ซึ่งการบริหารคนจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ใช้ประสบการณ์ที่สะสมมา เพราะถ้าบริหารคนได้ถูก องค์กรก็ขับเคลื่อนไปได้ แต่ก็ต้องรู้ว่าแต่ละคนจะใช้วิธีไหนให้เหมาะสม”
ความสนใจเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ของ รศ.ดร.ศิริยุพา เริ่มสนใจมาตั้งแต่ศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ และรู้ตัวว่าชอบศึกษาแนวคิดเรื่องการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสนใจความคิดของคน เมื่อถึงเวลาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จึงหันเหไปเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) แทน
“การบริหารคนดูเหมือนง่ายๆ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่จริงๆ แล้วถือว่าเป็นสิ่งที่บริหารยากที่สุด และคนส่วนใหญ่มักจะไปคิดถึงเรื่องบริหารเงิน บริหารเทคโนโลยี แต่สุดท้ายดิฉันคิดว่า คนนี่แหละที่จะเป็นคนที่สร้างสรรค์ผลงาน งานจะดีหรือไม่อยู่ที่คน การบริหารคนจึงเป็นงานที่ยาก ที่สุด ท้าทายที่สุด เพราะคนจะมีเล่ห์เหลี่ยมสูงสุด มายาสูงสุด ดีที่สุด เลวที่สุด ก็อยู่ที่คน”
ภารกิจที่สำคัญของการบริหารคน รศ.ดร. ศิริยุพา บอกว่า ไม่ใช่อยู่เพียงแต่การมองเฉพาะเรื่องของตัวบุคคลเท่านั้น แต่ก่อนอื่นจะต้องรู้เรื่องธุรกิจโดยรวม ต้องตีโจทย์ทางธุรกิจให้ออกก่อนว่าองค์กรของเรามีจุดมุ่งหมายทางธุรกิจอย่างไร เนื่องจากเอชอาร์ส่วนใหญ่มักจะมองเรื่องคนก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ได้เริ่มมองจากชิ้นงาน
“ต้องคิดเรื่องงานก่อนว่าชิ้นงานคืออะไร เป้าหมายคืออะไร แล้วค่อยมาดูเรื่องคนว่าคนไหนที่จะเหมาะกับงานขององค์กรไหม และผู้บริหารส่วนใหญ่ บางทีก็มองว่าเอชอาร์คือทำหน้าที่แค่จ่ายเงินเดือน กับแก้ปัญหาสหภาพแรงงาน เพราะฉะนั้น ผู้บริหารจึงมองไม่เห็น งานเอชอาร์จึงถูกมองว่าไม่สำคัญ แต่ความจริงใช้ประโยชน์เอชอาร์ได้มากกว่านั้น ถ้าเราไม่มีความรู้เรื่องชิ้นงานก่อน และอาจจะไปเอาคนที่ไม่มีความรู้มาใส่ในงาน ก็ทำงานได้แค่นั้น”
นอกจากนั้น บทบาทของเอชอาร์ในองค์กรก็ไม่ใช่ว่าต้องจิตใจดี ยิ้มหวาน เป็นแม่พระอย่างเดียว บางทีก็อาจจะต้องเล่นบทร้าย บทรุก บทรับให้เป็น ต้องรู้จักการจัดการ รู้จักกาลเทศะ ว่าอะไรคือภารกิจสำคัญ และจะจัดคนอย่างไรให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป รวมทั้งต้องเป็นนักวางกลยุทธ์ที่จะต้องทำงานร่วมกับคน และทำอย่างไรให้องค์กรมีปริมาณของคน และมีคุณภาพของคนที่ต้องการอยู่ตลอดเวลา “บางทีมีเงินจ้าง แต่ไม่มีคนที่เหมาะสม บางทีจ้างมาแล้วแต่ไม่อยู่ บางทีจ้างมาแล้วผลงานดี แต่พองานเปลี่ยนไปกลับทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น เอชอาร์จึงเป็นเรื่องของการสรรหา การพัฒนา การรักษาคนในการทำธุรกิจ และหลักเอชอาร์ก็สามารถนำไปใช้บริหารในชีวิตประจำวันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหาร ผู้นำองค์กรเพียงเท่านั้น”
การทำงานในชีวิตจริง รศ.ดร.ศิริยุพา บอกว่า ใหม่ๆ ก็ต้องใช้หลักตามที่เรียนมาเพื่อมาสรรหาคน แต่พอทำงานมาได้สักพักก็ต้องมาทำสูตรให้กับตัวเองใหม่ พยายามเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งแนวโน้มทิศทางธุรกิจว่าเป็นอย่างไร และแนวโน้มธุรกิจแบบนี้ควรต้องสรรหาคนแบบไหน ต้องมีการเตรียมคนให้เหมาะกับธุรกิจ เช่น ธุรกิจที่ตื่นเต้น ต้องการคนที่มีบุคลิกอีกแบบหนึ่ง ส่วนธุรกิจที่กฎต้องเป็น กฎเป๊ะๆ ก็อาจจะต้องการคนอีกบุคลิกหนึ่ง ถ้าหากว่ามองภาพองค์รวมได้ก็จะสามารถกลั่นออกมาเป็นทฤษฎีของเราเองได้
ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนสนใจที่จะเรียนบริหารทรัพยากรมนุษย์ ส่วนใหญ่จะสนใจเรียนบริหารธุรกิจ แต่มักจะลืมไปว่าธุรกิจจะเดินไปได้ต้องอาศัยคน “เอชอาร์ตอนนี้คนที่เชี่ยวชาญจริงๆ ขอบอกว่าขาดแคลนมาก เพราะว่าส่วนใหญ่คิดว่าเอชอาร์มีไว้ข่มขู่ ไว้คอยจับผิดพนักงาน แทนที่จะคิดหาผลประโยชน์ให้บริษัท และฝ่ายเอชอาร์มักจะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายสนับสนุน ไม่ใช่ฝ่ายต้องไปคิดธุรกิจ แต่สิ่งที่ดูเหมือนเป็นงานเบื้องหลัง ดิฉันคิดว่าจริงๆ แล้วเป็นงานหลักนะ และเทรนด์ 2-3 ปีนี้ก็คงจะเห็นความสำคัญของคนมากขึ้น เพราะบริษัทต่างๆ มีแนวโน้มที่จะควบรวมกิจการกันมากขึ้น พอบริษัทขยายตัวมากขึ้นก็เริ่มมีปัญหาในการบริหารคนมากขึ้น เนื่องจากบางบริษัทอาจจะโกอินเตอร์ แต่ต้องดูด้วยว่าคนพร้อมที่จะโกอินเตอร์ด้วยหรือเปล่า”
คุณสมบัติที่ดีของเอชอาร์ ข้อแรก คือ ต้องใจรัก ต้องเห็นว่างานที่ตัวเองทำมีคุณค่า มีความสนุก ไม่ใช่ทำไปเพราะไม่รู้จะทำอะไร หลังจากนั้นต้องมีการศึกษา ต้องเรียนรู้ระบบ ต้องมีความรู้ด้านการจัดการ ไม่ใช่รู้แต่เอชอาร์อย่างเดียวด้วย ต้องรู้ว่างานเอชอาร์จะสามารถไปสนับสนุนงานอื่นๆ ได้อย่างไรบ้าง นอกจากนั้นก็ต้องมีความรู้หลักการตลาด การเงิน เพราะต้องนำมาใช้ในการวางงบประมาณ วางแผนกลยุทธ์ รวมทั้งทำการตลาดด้านภาพพจน์ของ เอชอาร์เองด้วย
“เอชอาร์ที่ดีบางครั้งก็ต้องทำตัวเหมือนพีอาร์ ใครเห็นหน้าแล้วอยากคุยด้วย ต้องทำตัวเหมือนมาร์เก็ตติ้งที่ออกไปหาพนักงานว่ามีความต้องการอย่างไร สวัสดิการอะไรที่ต้องการ หรือไม่ต้องการ เช่น คนที่คิดว่าจะไม่แต่งงาน ไม่ได้สวัสดิการวันลาคลอด จะสามารถเลือกใช้สิทธิ์อื่นๆ ได้ไหม เป็นวันหยุดแทนได้ไหม สิ่งนี้เอชอาร์ต้องคิดตลอดเวลา”
จากความรู้ ความสามารถ และความ เชี่ยวชาญในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ รศ.ดร.ศิริยุพา จึงได้รับเชิญให้เป็นคอลัมนิสต์ประจำในคอลัมน์ HR Variety ให้กับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เซ็กชั่นแมกกาซีน และในปัจจุบันได้มีการรวบรวมผลงานเขียนเกี่ยวกับ วิธีการบริหารคนมาไว้ในหนังสือที่มีชื่อว่า “HR Variety คัมภีร์บริหารคน”
เรื่องราวที่ รศ.ดร. ศิริยุพา นำมาเขียนนั้นมาจากการค้นคว้า ทั้งจากการเปิดวารสาร ฟังสัมมนา เข้าอินเทอร์เน็ตว่าในขณะนั้นมีเรื่องอะไรที่กำลังเป็นที่น่าสนใจ รวมทั้งต้องศึกษาเทรนด์ตลาดว่าสภาพธุรกิจตอนนี้มีปัญหาอะไรบ้าง และจับประเด็นนั้นๆ มาเขียน ซึ่งบางเรื่องในเมืองไทยอาจจะไม่ให้ความสนใจ แต่เมืองนอกกำลังเป็นสิ่งที่น่าสนใจก็จะนำประเด็นนั้นมาเขียน หรือได้ข้อมูลการเขียนมาจากการพูดคุยกับบุคคลที่น่าสนใจ หรือแม้แต่การเดินทางก็สามารถหาวัตถุดิบ และมุมมองในการเขียนได้เช่นกัน
ในหนังสือเล่มนี้ได้มีการรวบรวมแนวคิด กลเม็ดในการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จ โดยยกกรณีศึกษาของบุคคลที่น่าสนใจมากมายมาใส่เอาไว้ในงานเขียนที่มากไปด้วยลีลาการเขียนที่มีสีสันร่วมสมัย และรวยอารมณ์ขัน จึงทำให้งานรวมเล่มนี้อ่านได้เพลินๆ แถมยังนำไปเป็น คู่มือในการบริหารคนให้มีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์กับแต่ละองค์กรให้มากที่สุด







