
โศกนาฏกรรมที่งดงาม
ผู้กำกับ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาริตู บอกว่า หลังจาก Babel แล้ว เขาก็รู้สึกเหนื่อยกับการทำหนังที่มีเนื้อหาซับซ้อน ใช้หลายภาษา และต้องถ่ายทำในหลายประเทศ การกลับมาหนนี้ใน Biutiful เขาจึงเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละครหลักเพียงตัวเดียว และใช้สเปนบ้านเกิดเป็นสถานที่ถ่ายทำ
ผู้กำกับ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาริตู บอกว่า หลังจาก Babel แล้ว เขาก็รู้สึกเหนื่อยกับการทำหนังที่มีเนื้อหาซับซ้อน ใช้หลายภาษา และต้องถ่ายทำในหลายประเทศ การกลับมาหนนี้ใน Biutiful เขาจึงเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละครหลักเพียงตัวเดียว และใช้สเปนบ้านเกิดเป็นสถานที่ถ่ายทำ
โดย.... กาญจนา
ผู้กำกับ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาริตู บอกว่า หลังจาก Babel แล้ว เขาก็รู้สึกเหนื่อยกับการทำหนังที่มีเนื้อหาซับซ้อน ใช้หลายภาษา และต้องถ่ายทำในหลายประเทศ การกลับมาหนนี้ใน Biutiful เขาจึงเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละครหลักเพียงตัวเดียว และใช้สเปนบ้านเกิดเป็นสถานที่ถ่ายทำ
เนื้อหาของหนังมีความซับซ้อนน้อยลงอย่างที่เขาว่า แต่ความเข้มข้นในการนำเสนอเรื่องราวและถ่ายทอดอารมณ์ของอินาริตูก็ไม่ได้ด้อยลงไปกว่าเดิมเลย Biutiful คือโศกนาฏกรรมที่แสนเศร้า เจ็บปวด แต่ก็งดงามในคราวเดียวกัน ดูจบแล้วก็อยากจะลืมชะตากรรมความทุกข์ของตัวละครไปให้หมด แต่เมื่อหวนกลับไปคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะหลงรักหนังเรื่องนี้
หนังความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่งเรื่องนี้ พาเราไปสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตของอักซ์บาล (ฮาเวียร์ บาร์เด็ม) และความรักของเขากับลูกทั้งสอง ซึ่งเขาต้องเลี้ยงดูโดยลำพัง แต่กระนั้นชะตากรรมโหดร้าย ก็ทำให้เขาพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะได้อยู่ดูแลลูกทั้งสองคน ในช่วงเวลาเพียงน้อยนิดนี้เองที่เขาต้องพยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของคนที่รัก
Biutiful สะท้อนภาพความยากลำบากของชีวิตและโศกนาฏกรรมอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เราได้ใคร่ครวญถึงชีวิตและความตายที่บางครั้งก็มาเยี่ยมเยือนเราแบบกะทันหัน แม้ชะตาชีวิตของอักซ์บาลอาจจะดูโหดร้ายและแสนสั้นสำหรับเขาและครอบครัว แต่เขาก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างที่ได้ล่วงรู้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และอย่างน้อยก็มีเวลาพอที่จะเตรียมตัวและเตรียมใจสำหรับการลาจากกัน
อักซ์บาลเป็นชายหนุ่มที่มีความขัดแย้งอยู่ในตัวสูง ท่ามกลางการใช้ชีวิตที่อยากลำบากและการทำมาหากินอยู่ในโลกใต้ดินที่ผิดกฎหมายและมืดหม่นของเมืองบาร์เซโลนา แต่เขาก็ยังแสดงให้เราได้เห็นถึงความมีมนุษยธรรมและความรัก ที่ทำให้เราไม่สามารถโกรธหรือเกลียดตัวละครนี้ได้ลง ทุกคนมีด้านมืดและด้านสว่างในตัวเอง เพียงแต่บางครั้งเราอาจจะไม่มีโอกาสได้แสดงให้เห็นด้านที่สว่างของเราออกมาได้มากนักก็ได้
ฮาเวียร์ บาร์เด็ม สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของอักซ์บาลได้เป็นอย่างดี ผู้ชายที่สับสนและขัดแย้งระหว่างความดีและความเลว เราสัมผัสได้ถึงความยากลำบาก ความเศร้า และความรู้สึกผิดที่เกาะกินตัวละครตัวนี้อย่างซึมลึก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังต้องยืดหยัดด้วยความเข้มแข็ง เพราะความรักในตัวลูกๆ เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ฮาร์เวียร์ได้ฝากฝีมือการแสดงที่ดีเยี่ยมเอาไว้ให้เราได้จชื่นชม
บางครั้งบางคราโลกนี้และสิ่งรอบข้างเราอาจดูโหดร้ายจนสุดทน แต่เมื่อได้รู้ว่าเวลาของเรากำลังจะหมดลง เราก็กลับได้เรียนรู้ความหมายของชีวิต อักซ์บาลอาจเป็นคนที่โชคดีมากพอที่เขายังมีเวลาได้เรียนรู้ถึงความรัก การให้อภัย และการปล่อยวางในช่วงวาระสุดท้าย ในขณะที่อีกหลายชีวิตไม่ได้มีโอกาสที่จะเตรียมตัวเตรียมใจกับความตายที่มาเยือนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว...เมื่อคิดแบบนี้แล้ว การพยายามทำดีกับคนรอบข้างเข้าไว้ตลอดเวลาก็ดูจะไม่ใช่เรื่องหนักหนา เพราะบางครั้งเราก็อาจจะไม่รู้ได้ว่าเราจะต้องจากกันเมื่อไหร่ แล้วเราหรือเขาอาจจะเสียใจเมื่อถึงวันนั้น โดยไม่มีแม้โอกาสได้เอ่ยคำลา...







