
สร้างจิตสำนึกป้องกันตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม
การป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นต้องสอนให้มีความตระหนักในคุณค่าของตัวเองให้มีเป้าหมายในชีวิต มีทักษะปฏิเสธ รู้จักวิธีหลีกเลี่ยง
การป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นต้องสอนให้มีความตระหนักในคุณค่าของตัวเองให้มีเป้าหมายในชีวิต มีทักษะปฏิเสธ รู้จักวิธีหลีกเลี่ยง
เรื่อง อนุสรา ทองอุไร
จากข่าวการพบทารก 2002 ศพเมื่อปลายปีที่ผ่านมานับเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจและสะท้อนถึงปัญหาสังคมไทยในหมู่วัยรุ่นที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม จากสถิติพบว่าวัยรุ่นไทยตั้งท้องมากเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย พบว่าอายุน้อยสุดมีวัยเพียง 10 ขวบ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มหันมาสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กล่าวว่า ต้องมีการสร้างวิสัยทัศน์และป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยการสอนให้วัยรุ่นมีความตระหนักในคุณค่าของตัวเองให้มีเป้าหมายในชีวิต มีทักษะปฏิเสธ รู้จักวิธีหลีกเลี่ยงและป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ รู้จักวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์และอยู่ในครอบครัวที่เข้มแข็ง
พ่อแม่ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติต่อลูกตามวัยที่เปลี่ยนไปของลูก บางครอบครัวลูกเปลี่ยนไปแล้ว แต่พ่อแม่ไม่เคยเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติต่อลูกเลย ซึ่งอาจทำให้ลูกวัยรุ่นอึดอัดได้ ต้องทำให้บ้านเป็นที่ที่อบอุ่นที่สุด ให้เป็นที่ที่ลูกต้องการกลับมาเสมอ มาหาไออุ่น กลับมาเยียวยาเมื่อผิดพลาดหรือเมื่อมีบาดแผลทางใจ ไม่ใช่ที่ที่จะถูกซ้ำเติม พร้อมที่จะเข้าใจและให้อภัย เมื่อลูกมีพ่อแม่อยู่ในใจ เขาจะไม่กล้าทำตัวไม่ดี แต่ถ้าเขาผิดพลาดไปอย่างไร คำสอนของพ่อแม่ ความรักของพ่อแม่ที่อยู่ในใจ จะทำให้เขากลับคืนสู่ความดีได้ในที่สุด ใช้การเฝ้าระวังอย่างไม่จงใจแทนการแทรกแซง เป็นเพื่อนเมื่อลูกต้องการ
ในส่วนของสาธารณสุขก็ต้องมีคลินิกเพื่อให้คำแนะนำปรึกษากับเด็กอย่างเป็นมิตรและเหมาะสมกับวัย ขณะที่ในโรงเรียนเมื่อเด็กเกิดการตั้งครรภ์เมื่อคลอดแล้วสามารถให้เด็กกลับมาเรียนต่อได้ และโรงเรียนมีกิจกรรมให้ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมในเรื่องเพศศึกษา และหากเด็กพลาดพลั้งก็สอนให้รู้จักป้องกันด้วยการมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย สร้างแกนนำเยาวชนจัดตั้งกลุ่มเพื่อนเตือนเพื่อนเพื่อให้ความรู้และนำไปบอกต่อแก่เพื่อนๆ อย่างถูกต้อง
สุดท้ายถ้าเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ ก็อย่าลืมถุงยางอนามัยและยาคุมฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคที่ไม่พึงปรารถนา
วัยรุ่นไม่คุมกำเนิดเพราะมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
1.ขาดความรู้เรื่องเพศศึกษาและชีววิทยาการเจริญพันธุ์ (ไม่รู้ว่าจะตั้งครรภ์เมื่อใด)
2.มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศฯ กับการตั้งครรภ์ (คิดว่ามีเพศสัมพันธ์ครั้งเดียวไม่ท้อง)
3.วัยรุ่นชายไม่ใช้ถุงยางอนามัย (เชื่อว่าขัดขวางความรู้สึกทางเพศ)
4.การบริการคุมกำเนิดยังเป็นบริการของคู่สมรสหรือผู้ที่แต่งงานแล้ว (วัยรุ่นไม่กล้าเพราะการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ปกปิด)
ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจัดทำแผนการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปี 2553-2556 เพื่อหามาตรการป้องกันและแก้ปัญหาให้ถูกต้อง ในระดับประชาชนสอนให้เห็นมุมมองเชิงคุณค่า เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลงด้วยการให้
1.วัยรุ่นมีความตระหนักและมีทักษะการป้องกันการตั้งครรภ์
2.วัยรุ่นมีความภาคภูมิใจเชื่อมั่นในตนเองและมีจิตอาสา
3.ครอบครัวมีการเฝ้าระวังพฤติกรรมวัยรุ่น สร้างเครือข่ายครอบครัว พัฒนาศักยภาพของครอบครัวให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ตั้งครรภ์เมื่อพร้อมมีเวลาดูแลเอาใจใส่เมื่อมีบุตร
4.ในชุมชนมีแผนงาน มีโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
ในระดับภาคี ในเชิงผู้มีส่วนได้รับผลกระทบ
1.กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายและแนวทางการสอนเพศศึกษาที่ชัดเจนเหมาะสมกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
2.กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนวิชาการ บุคลากรและบริการที่เป็นมิตรแก่วัยรุ่น
3.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้มีความตระหนักปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นบรรจุในแผนพัฒนาและสนับสนุนทรัพยากรอย่างเพียงพอต่อเนื่อง
4.แกนนำเครือข่ายชุมชน แกนนำผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
5.กระทรวงพัฒนาสังคมสนับสนุนและส่งเสริมวิชาการและสวัสดิการ
6.หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาสังคม ท้องถิ่น บูรณาการงานร่วมกัน
ในระดับกระบวนการ มุมมองเชิงบริหารการจัดการ
1.มีหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน
2.มีระบบการติดตามและประเมินผลที่เป็นแนวทางเดียวกัน
3.มีระบบการบริหารจัดการภาคีเครือข่าย
4.มีระบบการสื่อสารที่เป็นรูปธรรม
ระดับพื้นฐาน มุมมองเชิงการเรียนรู้และพัฒนา
1.มีระบบข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย เข้าถึงได้ง่าย
2.บุคลากรมีสมรรถนะแบบมืออาชีพ ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
3.องค์กรมีวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการทำงาน
นพ.กิตติพงศ์ กล่าวสรุปว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน การแก้ไขปัญหาด้วยการทำความเข้าใจในระดับครอบครัวและสังคมจะช่วยให้ปัญหาคลี่คลายได้







