posttoday
ปีกระต่าย ‘ปีแห่งการขาดดุลภาวะผู้นำ’

ปีกระต่าย ‘ปีแห่งการขาดดุลภาวะผู้นำ’

24 มกราคม 2554

โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไปอ่านพบรายงานของ Boston Consulting Group (BCG) ที่จัดทำร่วมกับสหพันธ์การบริหารบุคคลโลก (World Federation of People Management Associations) ซึ่งระบุว่าขณะนี้สภาวะเศรษฐกิจผันผวนและถดถอย ดูทีท่าว่าจะเริ่มดีขึ้นอย่างช้าๆ ในปีกระต่าย ผู้บริหาร HR ระดับสูงจึงพึงฉวยโอกาสนี้มุ่งความสนใจไปที่การบริหารเพื่อสร้างพนักงานดาวเด่น (Talent) การพัฒนาผู้นำและการเพิ่มพูนแรงจูงใจของพนักงานให้มากๆ เหตุเพราะว่าสองปีที่ผ่านมาสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมันแปรปรวน จนทำให้ทุกฝ่ายต้องพุ่งพลังเทไปให้กับการกู้ธุรกิจให้อยู่รอดก่อนจนทำให้เรื่องการดูแลคนพร่องไป

แล้วก็เป็นเพราะสถานการณ์ทางการเงินที่ยอบแยบและเศรษฐกิจที่ถดถอยนี่แหละที่ทำให้การดูแลจูงใจพนักงานมันยากขึ้นไปอีก นอกจากแรงจูงใจจะถูกฉุดให้ลงต่ำแล้ว ความจงรักภักดีต่อองค์กรก็พลอยถูกลากลงเหวไปด้วย ปีนี้จึงเป็นปีที่ท้าทายผู้บริหารในแง่ที่ว่า – ทำอย่างไรจึงจะมีพนักงานที่มีความสามารถและมี Passion (ฉันทะ) ในการทำงานให้กับองค์กร? ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะคะที่จะหาพนักงานที่มีทั้งความสามารถและมี Passion ในการทำงานอยู่ในตัวบุคคลเดียวกัน และในเมื่อไม่ใช่เหตุบังเอิญ มันก็กลายเป็นเรื่องที่ HR ต้องจัดให้ (ได้) น่ะสิคะ

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลในการสรรหา จูงใจ และพัฒนาแรงงาน Generation X (ผู้ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 19651979) และ Generation Y (คือผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นไป) ก็คือโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development Program) ที่องค์กรธุรกิจทั้งยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็ก เช่น GE Microsoft Toyota Google เครือซิเมนต์ไทย กลุ่มไมเนอร์กรุ๊ป ฯลฯ นิยมใช้กันอยู่เพื่อตอบโจทย์หลายๆ เรื่องด้วยกัน ทั้งนี้งานวิจัยสำรวจเรื่องความพึงพอใจในงานของบุคลากร การจูงใจพนักงานต่างวัยขององค์กรต่างๆ เช่น Mercer Towers Watson หรือ Aon Hewitt ล้วนบ่งชี้ว่าแรงงาน Gen X และ Gen Y เป็นพนักงานกลุ่มที่สนใจและอยากเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยากมีโอกาสได้รับการพัฒนาฝึกอบรม โดยทาง Gen X ก็อยากได้รับการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวขึ้นสืบทอดตำแหน่ง CEO หรือตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ส่วน Gen Y ก็อยากได้รับการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับแผนกหรือหัวหน้างานกัน

งานวิจัยของ BCG ที่ทำการสำรวจความเห็นทางออนไลน์ของผู้บริหาร HR และผู้บริหารแผนกอื่นจำนวน 5,561 คน พบว่า 56.7% ของผู้บริหารเหล่านี้รายงานถึงปัญหาการขาดแคลนพนักงานระดับ Talent ที่พร้อมจะสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่ม Baby Boomers (ผู้ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 19461964) ที่กำลังทยอยกันเกษียณอายุจากองค์กรไป BCG ให้นิยามภาวะการขาดแคลนนี้ว่าเป็น “การขาดดุลทางการพัฒนาภาวะผู้นำ” (Leadership Development Deficits) การขาดดุลนี้แสดงถึงอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ที่ไม่สมดุลกัน

BCG ได้นำเสนอข้อคิดในการแก้ปัญหาขาดดุลภาวะผู้นำในระยะยาวอยู่หลายประเด็นด้วยกันคือ

1.องค์กรต้องมีแผนกลยุทธ์ธุรกิจในระยะยาว โดยเมื่อมีทิศทางในอนาคตที่ชัดเจนแล้ว มันก็จะเป็นการง่ายขึ้นที่จะวิเคราะห์ความต้องการเรื่องกำลังคนในแง่ของจำนวนและคุณสมบัติที่ต้องการในแต่ละช่วงเวลาของการดำเนินธุรกิจ

2.เมื่อได้วิเคราะห์ความต้องการด้านกำลังคนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจแล้ว HR ก็ต้องเดินหน้าจับมือกับผู้จัดการทุกแผนกเพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการทำ Talent Management (การจัดการพนักงานดาวเด่น) ได้เลย ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหา พัฒนา และรักษาดาวดวงเด่น

3.การพัฒนาพนักงานดาวเด่นให้เปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาภาวะผู้นำของพวกเขาตามแผนพัฒนาสายอาชีพ (Career Development) เพื่อเตรียมดาวเด่นให้สืบทอดตำแหน่งงานที่จะว่างลงหรือที่จะสร้างขึ้นใหม่

ทั้งนี้ BCG แนะนำว่า ควรสร้างพนักงานดาวเด่นจากบุคลากรที่มีอยู่ในองค์กร (Homegrown Talent) ดีกว่าไปล่าหัวดาวเด่นจากองค์กรอื่นๆ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะหลายครั้งดาวเด่นพวกนั้นอาจไม่สามารถสร้างผลงานได้ดีในสิ่งแวดล้อมใหม่ก็ได้ อีกทั้งยังเป็นการทำลายขวัญพนักงานภายในที่เป็น “ลูกหม้อ” เสียด้วยสิคะ

สำหรับรายละเอียดในการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อแก้ปัญหาขาดดุล ขออนุญาตคุยกันต่อในสัปดาห์หน้านะคะ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค