
อาร์เอสฉลอง30ปีเดินหน้าลุยทีวีดาวเทียม
เฮียฮ้อ แถลงธุรกิจตั้งเป้าปีนี้ฟาดกำไร 3.1 พันล้าน พร้อมลุยทีวีดาวเทียมเพิ่มเพื่อผลิตละคร-ดึงซีรีย์เกาหลีญี่ปุ่นมาออนแอร์
เฮียฮ้อ แถลงธุรกิจตั้งเป้าปีนี้ฟาดกำไร 3.1 พันล้าน พร้อมลุยทีวีดาวเทียมเพิ่มเพื่อผลิตละคร-ดึงซีรีย์เกาหลีญี่ปุ่นมาออนแอร์
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด มหาชน เปิดแถลงข่าวประกาศตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 3,100 ล้านบาท เดินหน้าลุยทีวีดาวเทียม เผยในปีนี้อาร์เอสครบรอบ 30 ปีจะมีผลงานใหม่ๆ และธุรกิจใหม่ๆ ออกมาให้ได้เห็นกันแน่นอน
“ปีนี้ก็เป็นปีที่อาร์เอสครบรอบ 30 ปีนะครับ ในมุมของชาวอาร์เอสเองก็ถือว่าเป็นปีที่สำคัญ เรามีความภาคภูมิใจที่สามารถบริหารธุรกิจให้อยู่ในระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงมาตลอด 30 ปี แล้วก็ยืนยันว่าด้วยทีมงานของเราด้วย แผนธุรกิจของเรา เชื่อว่าเราจะสร้างงานที่ดีออกสู่วงการบันเทิงอย่างต่อเนื่องนะครับ และที่สำคัญวันนี้เรามาพูดให้สื่อได้รับทราบให้เห็นว่า ทุกวันนี้เราเป็นเครือข่าย เราใช้คำว่าดิจิตอลเอ็นเตอร์เทนเมน เน็ตเวิร์ค เรามีความพร้อมมากในการทำธุรกิจบันเทิงและมีเดียในโลกของดิจิตอล เพราะอาร์เอสผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและจัดเตรียมบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราก็มีความพร้อมที่จะโลดแล่นในโลกยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว”
“จริงๆ ถามว่าจุดไหนคือจุดแข็งของอาร์เอส ในมุมของการทำธุรกิจเพลงเราก็จับทุกกลุ่มนะครับ แต่ว่ากลุ่มหลักที่เป็นหัวใจแล้วก็เป็นจุดแข็งของอาร์เอสมาตลอด เราเป็นหมายเลข 1 ในตลาดเพลงวัยรุ่นครับ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นจุดแข็งของอาร์เอส แล้วก็เรามีความเชี่ยวชาญในตลาดวัยรุ่น ปีนี้ยิ่งชัดเจนใหญ่ว่าค่ายเพลงกามิกาเซ่สามารถครอบครองตลาดวัยรุ่นได้เบ็ดเสร็จ อีกมุมหนึ่งคือตลาดลูกทุ่งยุคใหม่ ซึ่งอาร์สยามทำได้ดีมากสามารถสร้างตลาดลูกทุ่งยุคใหม่ขึ้นมา แล้วก็สามารถครอบครองตลาดนี้ได้เกือบจะเบ็ดเสร็จนะครับ ซึ่งก็จะเป็นตัวสร้างตลาดให้เราแข็งแรงต่อเนื่องในอนาคตครับ”
“สำหรับแผนโปรเจ็คในปีนี้ในเชิงของการทำงาน ธุรกิจที่เราโฟกัสก็มีหลายธุรกิจครับ ทุกธุรกิจก็จะแข็งแรงเติบโตต่อ แต่ว่าธุรกิจที่เราให้ความสำคัญก็จะเป็นธุรกิจแซทเทินไลท์ ทีวี แล้วก็ธุรกิจเพลงในคอนเซ็ปต์ของฟูลลี่ ดิจิตอลมิวสิค ก็จะมีโปรเจ็คพิเศษๆ มาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีอาร์เอสครับ ซึ่งปีนี้เราตั้งเป้าธุรกิจทั้งหมดอยู่ที่ 3,100 ล้านบาทครับ”
“ซึ่งแซทเทิลไลท์ ทีวีปีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ ก็คือการเปิดช่องใหม่ขึ้นมาอีก 1 ช่อง ซึ่งวันนี้อาร์เอสเราหลังจากที่เปิดเมื่อปีที่แล้ว 2 ช่องคือช่องยู แชนแนลกับสบายดี ทีวี เรตติ้งเราก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งของช่องเพลงทั้งสองประเภท และตอนนี้เราก็เปิดช่องใหม่ชื่อช่อง 8 อินฟินิตี้นะครับ ก็จะเป็นช่องที่เราให้ความสำคัญมาก จะมีการผลิตละครฉายที่นี่ มีการผลิตซีรี่ส์ ผลิตรายการใหม่ๆ รวมถึงมีการเอาหนังเกาหลี จีนหรือณี่ปุ่นเข้ามาฉายที่นี่ด้วย ซึ่งการลงทุนจริงๆ ก็ไม่ได้สูงมากประมาณ 80 ล้านบาทต่อปี และปีนี้จาก 3 ช่องเราก็ตั้งเป้าไว้ประมาณ 400 ล้านบาท”
“ในเรื่องของการสร้างศิลปินใหม่ๆ ผมคิดว่ามันเป็นงานประจำของอาร์เอสไปแล้ว มีการสร้างอยู่สม่ำเสมอต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งแนวทางในการคัดเลือกก็เป็นปกติ แต่ไม่ใช่ว่าสร้างใหม่เพราะศิลปินเก่าๆ ไม่ดังแล้วไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ถ้าปีที่ผ่านมามองไปก็จะเห็นว่าเรามีการสร้างศิลปิน เพียงแต่เราจับกลุ่มที่เป็นวัยรุ่นค่อนข้างชัด ซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา แล้วก็พิสูจน์แล้วว่าอาร์เอสตลอด 30 ปีเราสามารถสร้างตลาดเพลงวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่อง แล้วตลาดที่มีก็เป็นตลาดใหญ่มาก มีศักยภาพมาก โดยเฉพาะโลกยุคดิจิตอลตลาดวัยรุ่นเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงมาก”
“ตอนนี้เราก็มีคุยกับศิลปินไว้สำหรับโปรเจ็คที่จะมีในปีนี้ ก็คุยอยู่หลายคนครับ อย่างฟิล์มซึ่งตอนนี้อยู่ต่างประเทศคิดว่ากลางปีก็คงกลับมาประสานต่อโปรเจ็คนี้ แล้วก็ศิลปินอีกหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นโฟร์-มด หรือว่าเนโกะจั๊มที่ไปได้ดีมากในญี่ปุ่น ก็จะมีโปรเจ็คที่จะเดินแผนงานต่อที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยครับ ส่วนมาตรการในการดูแลศิลปินจริงๆ ไม่ได้มีมาตรการอะไรนะครับ เรามีเจ้าหน้าที่ดูแลศิลปินอยู่แล้ว ก็คงให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิต แต่เราก็มีความเข้าใจว่าศิลปินก็เป็นมนุษย์ ที่สำคัญเป็นวัยรุ่นด้วย แล้วก็เป็นคนประชาชนด้วย จะทำอะไรก็มีการเตือนให้ระมัดระวังหน่อยแค่นั้นเอง ผลกระทบที่ผ่านมาไม่ได้มีผลเลย ไม่มีผลกระทบอะไร”เฮียฮ้อกล่าว







