
คราวนี้....คงขอลาจริงๆ
งานเลี้ยงย่อมมีเลิกรา ฉันใด อาชีพคนชนคนก็มีวันอำลา ฉันนั้น
ท่ามกลางความสำเร็จของ
“เนยแข็ง” กรีนเบย์ แพ็กเกอร์ส ที่ผงาดก้าวเข้ามาถึงรอบชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี กับ “หมีมหาภัย” ชิคาโก แบร์ส ในศึกเอ็นเอฟแอล พร้อมกับรั้งเต็ง 1 แชมป์ซูเปอร์โบว์ลปีนี้ ก็มีข่าวของ “จอมทัพกระดูกเหล็ก” เบรตต์ ฟาฟร์ ควอเตอร์แบ็กของมินนิโซตา ไวกิ้งส์ ประกาศรีไทร์ (จริงๆ) จากเกมคนชนคนตามมาติดๆ หลังเคยประกาศอำลา (หลอกๆ) มา 2 ครั้งแล้วฟาฟร์ คร่ำหวอดในศึกเอ็นเอฟแอลมาถึง 20 ปี โดยเริ่มต้นอาชีพกับทีมแอตแลนตา ฟอลคอนส์ เมื่อปี 1991 และย้ายไปอยู่กับ แพ็กเกอร์ส ในปีถัดมา แล้วก็อยู่ยาวถึง 16 ปี พร้อมกับสร้างความสำเร็จมากมายๆ จนกลายเป็นตำนานของทีม แล้วก็ประกาศรีไทร์ปี 2008 แต่เปลี่ยนใจหันไปซบ นิวยอร์ก เจ็ตส์ แล้วขออำลาวงการอีกครั้งเมื่อปี 2009 แต่ก็เปลี่ยนใจอีก โดยย้ายไปอยู่ มินนิโซตา ไวกิ้งส์ จนถึงปัจจุบัน
“
มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับผม แม้ปีนี้ผลงานอาจจะเป็นไปตามที่ได้หวังเอาไว้ แต่นี่ก็คือเกม (อเมริกัน) ฟุตบอล ผมไม่เคยเสียใจเลยที่กลับมาลงเล่นอีกครั้ง” ยอดควอเตอร์แบ็ก วัย 41 เคยกล่าวไว้หลังลงเล่นเกมสุดท้ายให้ทีมไวกิ้งส์ทีนี้ลองมาดูกันคร่าวๆ ว่า ฟาฟร์ ซึ่งเกิดที่กัลฟ์พอร์ต รัฐมิสซิสซิปปี, สหรัฐ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 1969 และได้ประกาศอำลาเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางเอ็นเอฟแอลนั้น มีเกียรติประวัติอะไรบ้างในศึกคนชนคน
ปี 1991
– ถูกดราฟต์ตัวจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น มิสซิสซิปปี เข้าสู่ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ปี 1992
– ย้ายไปอยู่กับ กรีนเบย์ แพ็กเกอร์ส และได้โอกาสแจ้งเกิดเมื่อควอเตอร์แบ็กตัวจริง คือ ดอน มาจโควสกี มีอาการเจ็บข้อเท้า ทำให้ ฟาฟร์ ได้ลงในเกมที่ 3 ของฤดูกาลนั้น แล้วก็ทำสถิติ ชนะแพ้ 85 ซึ่งไม่เลวเลยสำหรับการเริ่มงานกับแพ็กเกอร์สปี 1995
– ได้รับเลือกเป็นควอเตอร์แบ็กในโปรโบว์ล พร้อมกับเป็นผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) ของเอ็นเอฟแอลปี 1996 ถือเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จรุ่งสุดๆ โดยพาทีมเนยแข็งถล่ม
“นักรบกู้ชาติ” นิวอิงแลนด์เพเทรียตส์ 3521 คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ล พร้อมซิวเอ็มวีพีให้ตัวเอง ซึ่งเป็นการช่วยให้ทีมได้ชูลอมบาร์ดี โทรฟี ครั้งแรกในรอบ 29 ปีเลยทีเดียวปี 1997
– คว้ารางวัลเอ็มวีพีสมัยที่ 3 ติดต่อกัน โดยพาแพ็กเกอร์สเข้าชิงแชมป์ซูเปอร์โบว์ลอีกครั้ง ก่อนจะพ่าย “ม้าป่า” เดนเวอร์ บรองโกส์ 2431ปี 2003
– ลงเล่นซีซันปกติครบทั้ง 16 เกม ทั้งที่กระดูกนิ้วหัวแม่มือแตกตั้งแต่เกมที่ 7 และได้รับเลือกเป็นผู้เล่นโปรโบว์ลสมัยที่ 8 หลังพาทีมเข้ารอบเพลย์ออฟได้ถึง 9 จาก 12 ปีที่ลงเล่นปี 2004
– ทำสถิติขว้างทำทัชดาวน์ครั้งที่ 16 ติดต่อกันในเกมช่วงเพลย์ออฟกับไวกิ้งส์ปี 2006
– ทำสถิติขว้างให้เพื่อนร่วมทีมรับได้ถึง 5,000 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติตลอดกาลของเอ็นเอฟแอลเลยทีเดียวปี 2007
– ทำสถิติเพียบ ลงเล่นเป็นควอเตอร์แบ็ก 160 ครั้ง ส่งลูกทำระยะได้ถึง 61,655 หลา ทำทัชดาวน์ 442 ครั้งปี 2008 แพ้
“ยักษ์ใหญ่” นิวยอร์ก ไจแอนต์ส ช่วงต่อเวลา นัดชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี ชวดเข้าชิงซูเปอร์โบว์ลอย่างหวุดหวิด และนั่นกลายเป็นเกมสุดท้ายที่ ฟาฟร์ ลงเล่นในชุดของกรีนเบย์ แล้วก็ประกาศอำลา (ครั้งแรก) ก่อนจะอยากเล่นต่ออีกสักปี โดยย้ายไปสังกัด “จรวดทางเรียบ” นิวยอร์ก เจ็ตส์ ในเดือน ส.ค.ปี 2009
– หลังไม่สามารถพาเจ็ตส์ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ ก็ประกาศรีไทร์ (ครั้งที่ 2) ในเดือน ก.พ. แล้วเปลี่ยนใจย้ายไปเซ็นสัญญารับเงินก้อนโตจากทีมไวกิ้งส์ตอนเดือน ส.ค.ปี 2010
– ฟาฟร์ เจ็บหนักจนต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้าซ้ายในเดือน พ.ค. แต่ก็ทำสถิติลงเล่นมากที่สุดติดต่อกันถึง 297 เกม แต่ก็ไปทำเรื่องฉาว โดนเอ็นเอฟแอลสั่งปรับเงิน 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านบาท) จากกรณีคุกคามทางเพศอดีตพิธีกรสาวประจำสนาม และหมอนวดสาวของเจ็ตส์ สมัยที่เขายังอยู่ที่นั่นเมื่อปี 2008ปี 2011
– ขอลาซะทีหลังเล่นมานานถึง 20 ปีแล้ว






