
โมซัมบิก 3 โอกาสธุรกิจในโมซัมบิก
โลก 360 องศา สัปดาห์นี้ เราอยู่ที่ประเทศโมซัมบิกเป็นตอนที่ 3 และเป็นตอนปิดท้ายสำหรับซีรีส์นี้
โลก 360 องศา สัปดาห์นี้ เราอยู่ที่ประเทศโมซัมบิกเป็นตอนที่ 3 และเป็นตอนปิดท้ายสำหรับซีรีส์นี้
โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา
โลก 360 องศา สัปดาห์นี้ เราอยู่ที่ประเทศโมซัมบิกเป็นตอนที่ 3 และเป็นตอนปิดท้ายสำหรับซีรีส์นี้
สัปดาห์นี้เรามาว่าด้วยเรื่องของโอกาสทางธุรกิจในประเทศโมซัมบิกกัน
ย้อนกลับไปดูลำดับความเป็นมาทางเศรษฐกิจของประเทศนี้ ไล่มาตั้งแต่เมื่อครั้งประกาศอิสรภาพจากโปรตุเกส ในช่วงเวลานั้น โมซัมบิกเองจัดว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ยากจนที่สุดในโลก ครั้นเมื่อเข้าสู่ยุคปกครองตนเองภายใต้ระบอบสังคมนิยมที่ล้มเหลว บวกกับต้องเผชิญปัญหาสงครามกลางเมืองที่รุนแรงและยืดเยื้อ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ของประเทศบอบช้ำหนักขึ้นไปอีก จนกระทั่งต่อมาเมื่อ โจอาคิม ชิสซาโน (Joaquim Chissano) ได้ขึ้นเป็นผู้นำประเทศแทนที่ ซาโมรา มาเชล ประธานาธิบดีคนแรกที่เสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก (อย่างมีเงื่อนงำ) เขาก็ได้ปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจจากมาร์กซิสม์ไปสู่เศรษฐกิจแบบเสรี อีกทั้งยังรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการเมืองที่เริ่มมีเสถียรภาพ ภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในปี 1994 ก็ทำให้ทิศทางของโมซัมบิกนั้นค่อยๆ ดีขึ้นมาเป็นลำดับ
ปัจจุบันโมซัมบิกได้เปลี่ยนสถานะจากภาวะรัฐล้มเหลว มาเป็นประเทศตัวอย่างของการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ปีละประมาณ 89% ต่อปีทุกปี
มากไปกว่านั้น โมซัมบิกยังเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศสมาชิกของ “กลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้” หรือ SADC (Southern African Development Community) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1992 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้จัดตั้งเป็นเขตการค้าเสรีไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีแผนที่จะรวมกันเป็นตลาดร่วมในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศโมซัมบิกได้เป็นอย่างดี
หากจะมองตามภาพรวมของลักษณะตลาดโลก หลายๆ ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้นี้ก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มของ Emerging Market กล่าวคือ เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศก็มีระดับความพร้อมที่แตกต่างกันไป ซึ่งโมซัมบิกเอง รวมถึงประเทศอย่างมอริเชียส แองโกลา นามิเบีย บอตสวานา สวาซิแลนด์ และเลโซโทนั้น ถือว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญรองลงมาจากตลาดยุทธศาสตร์หลักของภูมิภาคอันหมายถึงประเทศแอฟริกาใต้เลยทีเดียว
สำหรับนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลโมซัมบิกชุดปัจจุบันนั้น เน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยมุ่งหมายว่าหากสามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ในระดับที่กำหนดไว้ จะสามารถลดปัญหาความยากจนได้ ในส่วนของนโยบายด้านการคลัง รัฐบาลได้ใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นจำนวนมากในโครงการบรรเทาความยากจน นอกจากนี้นโยบายควบคุมปัญหาภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงการเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนให้เป็นที่น่าเชื่อถือและมีหลักประกัน ก็ส่งผลให้มีการขยายการลงทุนในประเทศเป็นจำนวนมากด้วย
จากการที่ประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกา ยังมีการผลิตไม่มากนัก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จำเป็นต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสำหรับโมซัมบิกเอง มีขนาดของตลาดที่ใหญ่เพียงพอ โดยมีประชากรประมาณ 20 ล้านคน ประชากรมีระดับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิดเป็นที่ต้องการ
และนี่จึงเป็นที่มาของภารกิจโฟกัสกรุ๊ป หรือโครงการส่งเสริมตลาดใหม่ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้และตะวันตกของกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้
คุณอภิชาติ ชินวรรโณ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้นำคณะโฟกัสกรุ๊ปในการเยือนประเทศโมซัมบิกในครั้งนี้ กล่าวว่า
“สำหรับคณะโฟกัสกรุ๊ปของกระทรวงการต่างประเทศที่ไปโมซัมบิกครั้งนี้ ก็เพื่อไปสำรวจลู่ทางช่องทางโอกาสให้กับประเทศไทย เราเข้าไปศึกษาศักยภาพ เข้าไปสร้างเครือข่ายทั้งภาครัฐภาคเอกชน ที่ผมไปก็ได้มีโอกาสพบกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเขา ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเหมืองแร่ รวมทั้งรัฐมนตรีทางด้านการเกษตร นอกจากนั้นแล้วภาคเอกชนของเราก็ได้มีโอกาสจัดประชุมสัมมนากับทางภาคเอกชนของโมซัมบิก และก็ได้มีการจับคู่ทางธุรกิจ ทำให้เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร เขาต้องการสินค้าไทยประเภทไหน ซึ่งสามารถที่จะสร้างช่องทางติดต่อสำหรับทำธุรกิจการค้าในโอกาสต่อไปได้”
ขณะที่ คุณสราวุธ จันทร์ขาว ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วยนั้น กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคบางประการในประเทศโมซัมบิก ว่า
“จริงๆ การเข้ามาทำธุรกิจการค้าในโมซัมบิกนั้น เราจะเห็นว่ามันมีแง่บวกมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ความปลอดภัย หรือเศรษฐกิจที่กำลังเจริญเติบโต แต่ปัญหาอุปสรรคก็อาจจะมีบ้างในเรื่องของการเจรจาการค้า เช่นทางด้านภาษา เนื่องจากส่วนใหญ่เขาจะใช้ภาษาโปรตุกีส แต่ตรงนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอุปสรรคมากนัก เพราะสามารถที่จะใช้ล่ามหรือว่าหาพาร์ตเนอร์ชิปที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษากลางได้ สำหรับปัญหาอุปสรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินก็สามารถที่จะโอนเงินหรือเปิดแอลซีได้ การขนส่งก็สะดวก เนื่องจากในโมซัมบิกมีเมืองท่าที่สำคัญๆ หลายแห่ง สามารถส่งตรงจากประเทศไทยไปยังเมืองท่าของโมซัมบิกได้เลย นี่ก็เป็นโอกาสที่ไทยเราจะเข้าไปดำเนินธุรกิจหรือลงทุนในประเทศโมซัมบิกได้อย่างไม่มีปัญหาอุปสรรค”
จากการลงพื้นที่ของทีมงานโลก 360 องศา ก็ทำให้พบว่า ในปัจจุบันมีคนจากชาติต่างๆ เข้ามาค้าขายหรือว่าประกอบธุรกิจที่นี่กันเป็นจำนวนมาก ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเลยก็คือชาวจีนนั่นเอง
และไม่เพียงแต่โอกาสในการค้าขายอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่เรื่องของตลาดแรงงานที่มีความสามารถในสาขาอาชีพต่างๆ ก็เป็นที่ต้องการอย่างมากทีเดียว เหมือนกับที่ชาวฟิลิปปินส์กลุ่มหนึ่งเล่าให้เราฟังว่า ที่นี่มีชาวฟิลิปปินส์เข้ามาประกอบอาชีพอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วเป็นครูสอนหนังสือ รองลงมาก็วิศวกร และอื่นๆ พวกเขาบอกว่า การใช้ชีวิตที่นี่สงบสุข ปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตร รายได้ก็ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่บางคนอยู่มาเป็นสิบปีแล้ว
คำถามตั้งขึ้นมาว่า ที่นี่มีคนไทยอยู่กี่คน
ในเมืองหลวงนั้นมีประมาณ 10 คนเห็นจะได้ ส่วนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศรวมๆ แล้วน่าจะประมาณ 100 คน
ณ ปัจจุบัน โมซัมบิกและทวีปแอฟริกาอาจจะเป็นโกลเดนแลนด์ แต่แน่นอนล่ะว่า ผู้ที่เห็นโอกาสทองนี้ย่อมมิใช่มีแต่เพียงเราเท่านั้น หากเราเข้าไปช้ากว่านี้อาจจะไม่มีพื้นที่ให้เราอีกแล้วก็ได้
ติดตามเนื้อหาสาระเกี่ยวกับโอกาสธุรกิจในโมซัมบิกได้ในรายการโลก 360 องศา วันเสาร์นี้เวลา 21.20 ทาง ททบ.5







