posttoday
22 ปี ของการต่อสู้ 'สมรสเท่าเทียม’ บนเวทีการเมืองไทย

22 ปี ของการต่อสู้ 'สมรสเท่าเทียม’ บนเวทีการเมืองไทย

23 พฤษภาคม 2566

ย้อนไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์การต่อสู้บนเส้นทางสีรุ้ง สู่วัน ‘เท่าเทียม’ ที่ รอคอย 22 ปีที่ภาคประชาสังคมและการเมืองฝ่าฟัน ขับเคลื่อน ต่อต้าน และต่อสู้ เพื่อสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ สู่วันที่ MOU ของพรรคฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลบรรจุ 'สมรสเท่าเทียม' ให้เป็นภารกิจ

วันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 16:30 น. เมื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลอย่าง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ประกาศ  MOU ร่วมกันของฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรค .. ทวิตเตอร์พร้อมใจกัน #สมรสเท่าเทียม บางคนออกมาโพสต์ภาพตัวเองร้องไห้ขณะนั่งดูข่าวนี้ บางคนแคปภาพหน้าจอมือถือมาลงแม้ภาพและคำพูดจะวนซ้ำกับของคนอื่น ... แม้การประกาศครั้งนี้จะยังไม่เป็น Action อย่างที่นักข่าวต่างประเทศถามถึง ‘How’ ของ MOU ที่ทั้ง 8 พรรคร่างขึ้น

 

แต่สำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ .. นี่คือหนึ่งในวันประวัติศาสตร์ที่พวกเขารอคอย

 

22 ปี ของการต่อสู้ 'สมรสเท่าเทียม’ บนเวทีการเมืองไทย

 

 

เมื่อมองย้อนกลับไปดูตลอดเส้นทางการต่อสู้บนถนนสีรุ้ง .. ‘การยอมรับ’ เรื่อง ‘สมรสเท่าเทียม’ ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มาได้ง่ายๆ เพราะมีการต่อสู้ในเวทีการเมืองมากว่า 22 ปี

ปี 2544     

รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลยุคทักษิณ ชินวัตร แต่กระแสสังคมไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง (ช่วงนั้นเพลงประเทืองยังดังอยู่ เพศหลากหลายยังถูกล้อเลียนและเป็นเรื่องตลก) รัฐบาลมองเห็นว่าสังคมไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้จึงตกไป

 

ปี 2555       

มีคู่รักเพศหลากหลายต้องการจดทะเบียนสมรสแต่ถูกปฏิเสธ จึงได้มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่ เกี่ยวข้อง และนำไปสู่การร่างกฎหมาย

 

ปี  2556   

เกิดร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ในสมัยอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  แต่ไม่ได้ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการบางอย่างเช่นคู่รักชาย-หญิง  .. อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าวต่างประเทศก็มีกฎหมายที่คล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.คู่ชีวิต คือ Civil Partnership ที่ไม่ได้ครอบคลุมสิทธิทั้งหมดเช่นกัน เนื่องจากยุคสมัยดังกล่าวกระแสของ Equality ยังไม่ได้รับการตระหนักถึงเท่าปัจจุบัน

 

ปี  2557  

เกิดรัฐประหาร การผลักดันร่าง พ.ร.บ. จึงยุติลง เพราะภาคสังคมมองว่ารัฐบาลในยุคที่มาจากการรัฐประหารไม่อาจเข้าใจสิทธิมนุษยชนได้

 

ปี  2563    

ในรัฐบาลของนายประยุทธ์ จันทน์โอชา  เริ่มมีการเคลื่อนไหวภาคประชาชนเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมเช่นเดียวกับกระแสทั่วโลกที่พัฒนาเรื่อง ‘สมรสเท่าเทียม’ และมีแนวโน้มจะแก้ไข Civil partnership เป็นพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งให้สิทธิที่เท่าเทียมกับคู่รักชาย-หญิง

 

มิ.ย. 2563

พรรคก้าวไกลยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมต่อสภาและถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภาเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน

 

ปี 2563 - 2566 ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด   

มีการยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เพื่อให้ผ่านการพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎร โดยสามารถผ่านวาระที่หนึ่งไปแล้วในวันที่ 15 มิถุนายน 2565 แต่ด้วย สภาล่มบ่อยครั้ง จึงไม่สามารถพิจารณาได้ครบ 3 วาระ ทำให้ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมตกไปตามรัฐธรรมนูญ   อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายจะถูกพิจารณาต่อได้ด้วย ครม.ชุดที่มาจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งสามารถหยิบร่างกฏหมายที่ตกไปมาพิจารณาต่อ แต่ต้องทำภายใน 60 วันนับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

 

พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมสามารถผ่านวาระที่หนึ่งไปแล้วในวันที่ 15 มิถุนายน 2565

 

22 พ.ค. 2566

MOU ที่ร่างขึ้นโดยฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลของการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ยืนยันร่วมกันถึงภารกิจของรัฐบาลที่ต้องผลักดันร่วมกัน โดยมีเนื้อหา 23 ข้อ และอีก 5 ประเด็นที่ทุกพรรคเห็นพ้องกันว่าจะร่วมกันบริหารประเทศด้วยแนวทางปฏิบัติดังกล่าว ซึ่ง 1 ใน 23 ข้อนั้นคือกฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’ โดยมีเนื้อหาใจความว่า

 

‘ ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ’

 

22 ปี ของการต่อสู้ 'สมรสเท่าเทียม’ บนเวทีการเมืองไทย

 

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คงไม่เกินไปนักที่จะพูดว่านี่คือเส้นทางสู่ชัยชนะ ของการต่อสู้และเรียกร้องสิทธิอัน ‘เท่าเทียม’ ที่รอมานานกว่า 22 ปีบนเวทีการเมือง.

ข่าวล่าสุด

รู้ทันกลโกง แอปดูดเงินผ่าน QR Code เสี่ยงเงินหายเกลี้ยงบัญชี

รู้ทันกลโกง แอปดูดเงินผ่าน QR Code เสี่ยงเงินหายเกลี้ยงบัญชี