posttoday
ศึกษาร่องรอยธรรมพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป(ตอนที่ ๖)

ศึกษาร่องรอยธรรมพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป(ตอนที่ ๖)

28 ธันวาคม 2553

ต่อมาด้วยความสัมพันธ์ที่มีมากขึ้นกับชาวพุทธในอินเดีย ซึ่งให้ความเคารพเรียกขานอาตมาว่า “กูรูยี” จึงทำให้อาตมาต้องแวะเวียนเดินทางไปเทศนาธรรมให้ชาวพุทธในอินเดียบ่อยขึ้น จนถึงขั้นแนะนำให้ก่อตั้งองค์กรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปขึ้น และสืบเนื่องต่อมาจนถึงล่าสุด ระหว่างที่ ๔–๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา

ต่อมาด้วยความสัมพันธ์ที่มีมากขึ้นกับชาวพุทธในอินเดีย ซึ่งให้ความเคารพเรียกขานอาตมาว่า “กูรูยี” จึงทำให้อาตมาต้องแวะเวียนเดินทางไปเทศนาธรรมให้ชาวพุทธในอินเดียบ่อยขึ้น จนถึงขั้นแนะนำให้ก่อตั้งองค์กรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปขึ้น และสืบเนื่องต่อมาจนถึงล่าสุด ระหว่างที่ ๔–๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ต่อมาด้วยความสัมพันธ์ที่มีมากขึ้นกับชาวพุทธในอินเดีย ซึ่งให้ความเคารพเรียกขานอาตมาว่า “กูรูยี” จึงทำให้อาตมาต้องแวะเวียนเดินทางไปเทศนาธรรมให้ชาวพุทธในอินเดียบ่อยขึ้น จนถึงขั้นแนะนำให้ก่อตั้งองค์กรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปขึ้น และสืบเนื่องต่อมาจนถึงล่าสุด ระหว่างที่ ๔–๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ซึ่งอาตมาได้รับนิมนต์ไปเทศนาธรรมในเมืองใหญ่ๆ หลายเมือง อาทิ มุมไบ นาคปุระ อมราวตี และออรังกาบาด ในรัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นเหตุให้พบกับผู้นำชาวพุทธในอินเดียระดับสูง แม้แต่กูรูจีโคเอ็นก้าซึ่งมีความรู้ขั้นอาจารย์ใหญ่ในการสอนภาคปฏิบัติด้านวิปัสสนาญาณ มีศูนย์ฝึกปฏิบัติมากกว่า ๑๖๐ ศูนย์ ทั่วโลกก็ยังได้พบกัน และได้รับคำมั่นสัญญาว่า “จะขอสนับสนุนแผนการทำงานฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป (อินเดีย) อย่างเต็มกำลังความสามารถ” ดังคำกล่าวภาษาอังกฤษที่ว่า “Goenka Guruji has extended full support to this historic mission and asked Buddhist leaders in India to fully plunge into it [Reform Buddhism in India]”

ต้องยอมรับว่า ในปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา เป็นปีแห่งความเคลื่อนไหวของพระพุทธศาสนาในเวทีโลกที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่จะย่างเข้าสู่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งชาวพุทธในอินเดียและจากทั่วโลก โดยมีแกนนำคือมหาโพธิสมาคมในอินเดีย กำลังเตรียมการจัดเฉลิมฉลองครบรอบ ๒,๖๐๐ ปี ของการตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งชาวพุทธทั่วโลกคงจะพร้อมใจกันจัดงานมหาบูชาอันยิ่งใหญ่ เนื่องในความสำคัญดังกล่าวสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของชาวพุทธในอินเดีย ที่มีมากกว่า ๑๐ ล้านคนในปัจจุบัน กำลังเตรียมจัดงานมาฆบูชาโลกประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ภายใต้การนำของพระสงฆ์ไทยธรรมยุติกนิกายรูปหนึ่ง ซึ่งมีฐานะทางจิตใจ โดยเป็นกูรูจีของพวกเขา (ได้แก่ อาตมา) กำลังดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้คืนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในชมพูทวีป ซึ่งช่างตรงกับมโณปณิธานของ ดร.บี อาร์ อัมเบ็ดก้าร์ อดีตผู้นำชาวพุทธในอินเดียที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งตั้งความหวังอย่างเชื่อมั่นว่า “ศาสนาพุทธจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในชมพูทวีปอย่างแน่นอน...”

ประกายธรรมจากความเชื่อที่เชื่อมโยงถึงกัน จึงช่วยให้ก่อเกิดกำลังผลักดันอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อแกนนำชาวพุทธในอินเดีย ได้มีมติร่วมกันจัดงานมาฆบูชาโลกอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งที่ดิคชาภูมี นครนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ ในวันที่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๔ และระหว่างวันที่ ๑๖๑๘ ก.พ. ๒๕๕๔ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร พระนครราชคฤห์ แคว้นมคธในอดีต (รัฐพิหารในปัจจุบัน) ทั้งนี้ได้มีการประสานงานกับคณะสงฆ์ และองค์กรชาวพุทธหลายประเทศเพื่อเชิญชวนชาวพุทธทั่วโลกไปร่วมเฉลิมฉลองเปิดวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดหรือมหาวิหารแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่จอมกษัตริย์พิมพิสารแห่งมคธชนบทได้น้อมถวาย

การจัดงานมาฆบูชาโลกครั้งที่ ๒ ในปีนี้ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากชาวพุทธทั่วโลกมากกว่าปีแรก โดยเฉพาะแรงสนับสนุนจากศรัทธาสาธุชนชาวไทย ซึ่งจะพร้อมใจกันเดินทางไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองมาฆบูชาโลกในปีครบรอบ ๒,๖๐๐ Years Enlightenment Day of Lord Buddha

อาตมาขอประชาสัมพันธ์งานมาฆบูชาโลก ปี ๒๕๕๔ ณ เวฬุวันมหาวิหาร เพื่อสาธุชนชาวไทยจะได้พร้อมกันใจร่วมอนุโมทนา ใครมีกำลังไปร่วมงานได้ ก็ขอเชิญ... เป็นการรวมพลังชาวพุทธ เป็นการร่วมแรง... ร่วมใจสู่ความเป็นหนึ่ง เพื่อช่วยกันสืบอายุพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบต่อไป และเพื่อร่วมกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้คืนกลับสู่แผ่นดินเกิดในชมพูทวีปอย่างสมฐานะ แม้จะเป็นงานที่ยากแต่ก็ไม่เกินกำลังของชาวพุทธที่เปี่ยมพร้อมด้วยพลังแห่งศรัทธา

เมื่อมาถึงตรงนี้ก็คงจะต้องวกกลับเข้าหาความหมายที่ว่า “ทำไมอาตมาจึงให้ความสำคัญกับวันมาฆบูชามาก และดูเหมือนจะมากกว่าวันอื่นๆ ที่เป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา...”

ก็ต้องขอตอบว่า จริงๆ แล้วมิได้ลำดับจัดความสำคัญว่า “วันใดมีคุณค่ามากกว่ากัน... เพราะล้วนแล้วแต่มีความสำคัญตามความหมายที่มีอยู่ในตัว (รูปศัพท์) อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันมาฆบูชา หรือวันวิสาขบูชา ตลอดจนวันพระใหญ่ วันพระน้อยทั้งหลาย ในรอบเดือนที่ผ่านไป ซึ่งมีความหมายโยงใยเกี่ยวเนื่องกับความหมายธรรมอันแปรรูปไปสู่ศาสนกิจในพระพุทธศาสนา

แต่เมื่อได้ศึกษาร่องรอยธรรมอันปรากฏมีอยู่ในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา หรือในพุทธประวัติอันสืบเนื่องส่งต่อกันมาในร่องรอยกงล้อแห่งธรรมของพระพุทธศาสนา ก็จะพบความจริงอันหนึ่งว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมุ่งเน้นความมั่นคงอย่างสืบเนื่อง เพื่อประโยชน์แห่งสัตว์ทั้งหลาย และเพื่อความอนุเคราะห์โลก ในกาลภายหลังที่พระองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว จึงได้ทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์แด่คณะสงฆ์เพื่อประโยชน์แห่งหมู่สงฆ์ที่จะได้ประพฤติปฏิบัติอย่างถูกต้อง เสมอกันด้วยศีลสามัญญตา และทิฏฐิสามัญญตา ตั้งอยู่ในความเมตตาต่อกัน มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน เพื่อความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประพฤติปฏิบัติถูกต้องชอบโดยธรรมเสมอกัน อันจะนำไปสู่ประโยชน์สุขของหมู่คณะและสังคมโลก” ดังพระบาลีที่ว่า “สุขา สังฆัสสะ สามัคคี” หมายความถึง ความสามัคคีในหมู่สงฆ์ย่อมนำความสุขมาให้... ตามที่กล่าวจริงๆ

(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69