posttoday
จีแม็ค...ผู้ดับรัศมี วูดส์-เวสต์วูด

จีแม็ค...ผู้ดับรัศมี วูดส์-เวสต์วูด

19 ธันวาคม 2553

จีแม็ค โชว์ฟอร์มเฉียบไม่เลิกแบบนี้ เอาไปเลย ตำแหน่งโปรยอดเยี่ยมจากทุกสำนักแบบไร้ข้อกังขา....

จีแม็ค โชว์ฟอร์มเฉียบไม่เลิกแบบนี้ เอาไปเลย ตำแหน่งโปรยอดเยี่ยมจากทุกสำนักแบบไร้ข้อกังขา....

โดย....SK'92

ในรอบปี 2010 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงในวงการกอล์ฟโลกมากมาย โดยเฉพาะชีวิตครอบครัวของ “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ ที่ต้องถึงคราวแตกสลาย โดนเมียฟ้องหย่า เนื่องจากเสพเซ็กซ์เกินความจำเป็นด้วยการมั่วกิ๊กนับร้อย แถมยังส่งผลให้ฟอร์มรูดมหาราชจนไร้แชมป์ติดมือเป็นปีแรกนับแต่เทิร์นโปรมาตั้งแต่ปี 1996

และที่สำคัญคือ ยอดโปรสหรัฐยังต้องเสียบัลลังก์กอล์ฟชายโลกที่ครองมาติดต่อกันมาถึง 5 ปีกว่า (281 สัปดาห์) ให้แก่ ลี เวสต์วูด จากอังกฤษ อีกด้วย

จีแม็ค...ผู้ดับรัศมี วูดส์-เวสต์วูด แม็คดาวล์-วูดส์

แต่ยังมีโปรอีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย นั่นคือ “จีแม็ค” แกรม แม็คดาวล์ ชาวไอร์แลนด์เหนือ เนื่องจากเขาคือผู้ที่โดดเด่นสุดๆ ในฤดูกาล 2010 เพราะไม่เพียงผงาดคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ “ยูเอส โอเพน” ยังเป็นฮีโร่ช่วยเก็บแต้มสำคัญให้ทีมยุโรปเอาชนะทีมสหรัฐ 14.5-13.5  ในศึกแห่งศักดิ์ศรี “ไรเดอร์ คัพ” ที่เซลติก แมเนอร์ ประเทศเวลส์ ด้วย

จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม จีแม็ค ถึงโด่งดังกว่า เวสต์วูด ที่สามารถแย่งมือ 1 โลกมาจาก วูดส์ ได้เป็นไหนๆ ซึ่งสาเหตุหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ เวสต์วูด ยังไม่มีแชมป์เมเจอร์มาประดับบารมีเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ยัง...ยังไม่พอ ในรายการ เชฟรอน เวิลด์ ชาลเลนจ์ ซึ่งมี วูดส์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พร้อมกับหมายมั่นปั้นมืออย่างมากที่จะจัดเองแชมป์เอง เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายในการลุ้นชูโทรฟีครั้งแรกในปีนี้ และก็เกือบจะทำสำเร็จอยู่แล้ว โดยออกนำตั้งแต่วันแรกจนจบรอบ 3 แต่ในที่สุดแห้วสนิท ก็เพราะดันมี แม็คดาวล์ ร่วมแข่งด้วย โดยไล่ตามมาทันเมื่อเล่นครบ 72 หลุม แล้วก็เฉือน วูดส์ ในการดวลเพลย์ออฟไปแบบเจ็บแสบที่สุด

จีแม็ค โชว์ฟอร์มเฉียบไม่เลิกแบบนี้ เอาไปเลย ตำแหน่งโปรยอดเยี่ยมจากทุกสำนักแบบไร้ข้อกังขา

ปีทองของ...แม็คดาวล์

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เชื่อว่าชื่อของ “จีแม็ค” แกรม แม็คดาวล์ คงไม่เป็นที่คุ้นหู และภาพของเขาก็ยังไม่เป็นที่คุ้นตาของบรรดาแฟนกีฬาวงสวิงมากนัก นอกจากจะเป็นแฟนกอล์ฟพันธุ์แท้จริงๆ แต่ในปีนี้โปรชาวไอร์แลนด์เหนือฟอร์มพุ่งกระฉูดซะเหลือเกิน จนทำให้เขาสามารถกวาดรางวัลมากมายจากหลายสำนักเลยทีเดียว

ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม็คดาวล์ คว้ารางวัลโปรยอดเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมนักข่าวกอล์ฟของสหรัฐ จากการโหวตของบรรดาคอลัมนิสต์วงการกอล์ฟ ทั้งที่ในถิ่นมะกันนั้นเต็มไปด้วยดาวดังเพียบ โดยเป็นจอมสวิงจากยุโรปคนแรกในรอบ 40 ปี ที่ได้ครองรางวัลอันทรงเกียรตินี้

จีแม็ค ดีกรีมือ 7 โลก ได้คะแนนเสียงถึง 87 โหวต (43%) ทิ้งห่าง “โปรเจ้าถิ่น” จิม ฟิวริก มือ 5 โลก 61 โหใต (32%) และ มาร์ติน เคย์ มือ 3 โลกจากเยอรมนี 51 โหวต (25%) เจ้าของแชมป์เมเจอร์ “พีจีเอ แชมเปียนชิพ”

ก่อนหน้านี้ แม็คดาวล์ เพิ่งได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของ ยูโรเปียน ทัวร์ ร่วมกับ เคย์เมอร์ รวมทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นยอดโปรแห่งปีของ สมาคมนักข่าวกอล์ฟของ สหราชอาณาจักร  พร้อมคว้ารางวัล “กอล์ฟ ไรเตอร์ส โทรฟี  2010” มาแล้ว

“หากมองย้อนหลังกลับไปสัก 11-12 เดือนที่แล้ว คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่า ผมจะทำผลงานในปี 2010 ได้ถึงขนาดนี้ มันเหมือนกับฝันไปเลยทีเดียว เพราะทุกอย่างนั้นเกินกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้มาก แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจอย่างมากกับสิ่งที่ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง” แม็คดาวล์ กล่าว

โดดเด่นทั้งในสหรัฐ-ยุโรป

จีแม็ค วัย 31 ปี โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมและคงเส้นคงวามาตลอดปี 2010 ด้วยการกวาด 2 แชมป์ ยูโรเปียน ทัวร์ คือ เวลส์ โอเพน (เวลส์) และ อันดาลูเชีย มาสเตอร์ส (สเปน), 1 แชมป์ พีจีเอ ทัวร์ ในรายการ เชฟรอน เวิลด์ ชาลเลนจ์ ซึ่งมี ไทเกอร์ วูดส์ เป็นผู้จัด

แต่ที่ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์ พีซ ที่ทั่วโลกต้องจดจำเขาไปอีกนาน นั่นคือ การคว้าแชมป์เมเจอร์สำเร็จเป็นครั้งแรกในศึกยูเอส โอเพน และการเก็บคะแนนชี้ขาดช่วยทีมยุโรปคว้าแชมป์ ไรเดอร์ คัพ ที่เวลส์ ด้วยการเบียดเอาชนะทีม “แชมป์เก่า” สหรัฐ 14.5-13.5

ผลงานเกียรติประวัติของ แม็คดาวล์ หลังเทิร์นโปรปี 2002

4 ส.ค. 2002 – แชมป์วอลโว่ สแกนดิเนเวียน มาสเตอร์ส ด้วยสกอร์ 14 อันเดอร์พาร์ 270 ชนะ 1 สโตรก

2 พ.ค. 2004 – แชมป์เทเลคอม อิตาเลีย โอเพน 19 อันเดอร์พาร์ 197 ด้วยการดวลเพลย์ออฟชนะ โธมัส เลอเวต์ (ฝรั่งเศส)

16 มี.ค. 2008 – แชมป์บัลแลนไทน์ส  แชมเปียนชิพ 24 อันเดอร์พาร์ 264 โดยชนะเพลย์ออฟ จีฟ มิลกา ซิงห์ (อินเดีย)

13 ก.ค. 2008 – แชมป์บาร์เคลย์ส สกอตติช โอเพน 13 อันเดอร์พาร์ 271 ทิ้ง 2 ช็อต

6 มิ.ย. 2010 – แชมป์เซลติก แมเนอร์ เวลส์ โอเพน 15 อันเดอร์พาร์ 269 ทิ้ง 3 สโตรก

20 มิ.ย. 2010 – แชมป์ยูเอส โอเพน ด้วยอีเวนพาร์ 284 เฉือนชนะ 1 สโตรก

3 ต.ค. 2010 – แชมป์ไรเดอร์ คัพ ร่วมกับทีมยุโรป หลังชนะทีมสหรัฐ 14.5-13.5

31 ต.ค. 2010 – แชมป์อันดาลูเชีย วัลเดอร์รามา มาสเตอร์ส 3 อันเดอร์พาร์ 281 ทิ้ง 2 ช็อต

5 ธ.ค. 2010 – แชมป์เชฟรอน เวิลด์ ชาลเลนจ์ 16 อันเดอร์พาร์ 272 ดวลเพลย์ออฟชนะ ไทเกอร์ วูดส์

เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สวิงรุ่นใหม่

ด้วยบุคคลิกที่สุภาพนุ่มนวลทั้งในและนอกสนามของ แม็คดาวล์ และยังไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยให้ได้ยิน รวมทั้งไม่เคยอื้อฉาวจนตกเป็นข่าว โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง แต่ที่โดนเมาธ์กันมาก ก็คือ รักแม่มากจนไร้เมีย เอ้ยไม่ใช่ ยังไม่ยอมมีแฟน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายซักหน่อย เงินมีเยอะแยะ จะหามาเคียงกายสักคนเมื่อไรก็ได้ (หากไม่ได้เป็นเกย์นะ...ล้อเล่น)

จีแม็ค...ผู้ดับรัศมี วูดส์-เวสต์วูด แม็คดาวล์

จีแม็ค นั้น มีทั้งโปรด้วยกันรวมไปจนถึงแฟนกอล์ฟปลื้มกันมากมาย แต่ที่ออกมายอมรับชื่นชมสุดๆ น่าจะเป็น เดวิส เลิฟ เดอะ เธิร์ด สวิงจอมเก๋าชาวสหรัฐ

“เขา (แม็คดาวล์) เป็นนักกอล์ฟที่โปรรุ่นใหม่ๆ ควรดูเป็นแบบอย่าง เพราะมีความมุมานะตั้งใจไม่ท้อถอย จนประสบความสำเร็จในการสวิงอาชีพ เวลาที่เขาเดินขึ้นแท่นทีออฟ ท่าทางของเขาเห็นได้ชัดเลยว่าพร้อมที่จะงัดฟอร์มสุดยอดออกมา ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แถมไม่มีอาการประหม่าเลยแม้แต่น้อย นักกอล์ฟหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสชัยชนะ ต้องพยายามให้ถึงที่สุดเหมือนกับเขา แล้วจะประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ” เลิฟ วัย 46 ปี กล่าวกับ ปาล์ม บีช โพสต์

นอกจากนี้ “มอนตี” โคลิน มอนต์โกเมอรี กัปตันทีมแชมป์ไรเดอร์ คัพ ล่าสุด หรือหัวหน้าทีมของ จีแม็ค ก็ออกมาสรรเสริญยกย่องเช่นกันว่า แม็คดาวล์ ช่วยทำให้วงการกอล์ฟยุโรปแกร่งขึ้นกว่าเดิม

“หากดูผลงานของ แกรม ในปีนี้ ผมเชื่อว่าเขาโชว์ฟอร์มได้ดีสม่ำเสมอ และสมควรที่จะได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปีมากกว่าใครๆ ทั้งนั้น เพราะไม่ใช่แค่เป็นนักกอล์ฟที่คว้าชัยชนะได้เท่านั้น แต่การครองแชมป์ยูเอส โอเพน ที่เป็นระดับเมเจอร์ของกีฬากอล์ฟ มันบอกได้เลยว่า เขาสุดยอดแค่ไหน และเขาน่าจะมีส่วนผลักดันให้ ยูโรเปียน ทัวร์ มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ” มอนตี ดีกรีมือ 1 ยุโรป 8 สมัย แต่ไม่เคยสัมผัสแชมป์เมเจอร์ กล่าว

ปีหน้ามีสิทธิ์เขย่าบัลลังก์โลกแน่

จีแม็ค เป็นคนที่สมาธิดีอย่างมาก เรียกว่ามีความมุ่งมั่นในเกมสูงสุดๆ ยากที่ใครจะทำให้เขาหวั่นไหวได้ (แต่ไม่รู้ว่าถ้ามีแฟนแล้วจะกลายเป็นว่อกแว่กรึเปล่า) ในยามที่ลงเล่นนั้น ไม่เคยเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น

ดูได้จากการดวลเพลย์ออฟกับ ไทเกอร์ ที่ใครๆ ก็บอกว่า เล่นด้วยแล้วหนาวๆ ร้อนๆ จนสั่นไปหมดราวกับจับไข้เลยทีเดียว แถมยังเป็นรายการของ ไทเกอร์ เองด้วย ในศึกเชฟรอน เวิลด์ ชาลเลนจ์ ที่แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐ แต่ แม็คดาวล์ กลับเอาชนะไปได้ ด้วยการพัตต์ทำเบอร์ดี้ระยะไกลกว่า ไทเกอร์ เสียอีก

ลองนึกดูก็แล้วกัน หาก แม็คดาวล์ เริ่มเก็บแชมป์ได้ตั้งแต่ต้นปี 2011 แล้วสามารถเดินหน้าซิวโทรฟีระดับเมเจอร์เพิ่มได้อีก เชื่อเหอะ มือ 1 โลกไม่ไปไหนหรอก นอกจากจะไปไอร์แลนด์เหนือเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน