posttoday
มอญในเมืองหมอก

มอญในเมืองหมอก

18 ธันวาคม 2553

ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตื่นเต้นอะไรไปกับชื่อเรื่องหรอกครับ เพราะมันเป็นแต่เพียงการตั้งชื่อการท่องเที่ยวเมืองสังขละบุรีในหน้าหนาวให้ดูดีเท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตื่นเต้นอะไรไปกับชื่อเรื่องหรอกครับ เพราะมันเป็นแต่เพียงการตั้งชื่อการท่องเที่ยวเมืองสังขละบุรีในหน้าหนาวให้ดูดีเท่านั้น

โดย...จำลอง บุญสอง

 

มอญในเมืองหมอก

ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตื่นเต้นอะไรไปกับชื่อเรื่องหรอกครับ เพราะมันเป็นแต่เพียงการตั้งชื่อการท่องเที่ยวเมืองสังขละบุรีในหน้าหนาวให้ดูดีเท่านั้น เพราะก่อนหน้านั้นหนังสือหลายเล่มเคยเขียนเรื่องหน้าร้อนกันไปแล้ว ที่เขียนกันมากในหน้าร้อนก็เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น้ำอ่างเขาแหลมลดลงจนเห็นวัดหลวงพ่ออุตตมะเก่าได้นั่นเอง

วัดหลวงพ่ออุตตมะเก่าไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากมายนัก แต่ที่น่าดูก็เพราะปกติมันจมอยู่ในน้ำ จะเห็นได้ก็เพียงแต่ช่วงหน้าแล้งที่มีน้ำแห้งมากๆ เท่านั้น ปกติน้ำในเขื่อนเขาแหลมนี้ไม่เคยได้แห้งนานแบบนี้ ปีก่อนๆ แล้งแล้วก็มีน้ำหลังจากฝนมา แต่ปีนี้คนสังขละรอฝนแล้วรอฝนเล่าฝนก็ไม่มาน้ำในอ่างเลยแห้งแหงแก๋ให้เราไปเที่ยวได้กันทั้งปีแม้กระทั่งหนาวนี้

ก่อนที่เขาจะให้น้ำท่วมจากการสร้างเขื่อน ที่นี่เขาไม่ได้ตัดไม้ต้นใหญ่ๆ กันหรอกครับ เพราะคิดไม่ถึงหลังจากน้ำท่วมแล้วเขาจึงสัมปทานตัดไม้ในเขื่อนกัน ช่วงน้ำแห้งในบางปีเราจึงเห็นต้นไม้โผล่กิ่งก้านขึ้นมาเหนือน้ำแบบเดียวกับที่เขื่อนบางลาง สวยเลยแหละครับเพราะมันเป็นป่าที่มีแต่กิ่งไม้ กิ่งไม้นั้นถูกประดับไปด้วยนกกระยางและนกกินปลาอื่นๆ ช่างภาพจึงถ่ายรูปกันเพลินไป แต่ถึงจะเพลินอย่างไรพวกเราก็ต้องจำกัดตัวเอง เพราะสมัยนั้นมีแต่ฟิล์ม ไม่ได้ถ่ายด้วยการ์ดแบบปัจจุบัน ถ่ายนานไปก็หมดฟิล์ม Delete ไม่ได้แบบการ์ด และฟิล์มสมัยนั้นหาซื้อก็ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกฟิล์มคุณภาพพวกสไลด์ 50 หรือ 100 ISO ถ่ายไปก็หยุดไป บางทีเจอภาพดีๆ ก็เสียโอกาสไปก็มี

การถ่ายภาพสังขละบุรีสมัย 2030 ปีโน้น ถ่ายหน้าหนาวดีกว่าเพราะนอกจากหมอกจะเยอะ อากาศเย็นกว่าสมัยนี้แล้ว สะพานมอญก็ดี การแต่งกายของชาวมอญก็ดี เป็นบ้านๆ ดูเป็นธรรมชาติมาก เสียดายฟิล์มที่ผมถ่ายเอาไว้ไปอยู่กับหนังสือพิมพ์เก่าที่ผมเคยสังกัดอยู่เสียสิ้น ไม่งั้นได้ดูรูปเปรียบเทียบ เด็กสังขละในยุคนี้ก็ไม่เคยได้มีโอกาสเห็นวิถีชีวิตและบรรยากาศที่รุ่นพ่อรุ่นแม่เขาเคยเห็นและประสบมา เพราะเดี๋ยวนี้ทุกคนเป็นคนไทยกันไปหมดแล้วตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย แต่ก่อนที่จะมาเป็นไทยพวกเขาก็ต้องเสียเงินเสียทองให้กับเจ้าหน้าที่มอญผู้ฉ้อฉลกันด้วยเงินจำนวนมากแทบจะทุกคน

สมัยโน้นคนมอญอพยพมาอยู่กันอย่างลำบากเพราะทางราชการไทยไม่ได้ให้สัญชาติ จะไปอยู่ไหนนอกพื้นที่ก็ไม่ได้ จะทำมาหากินอย่างไรก็ไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย พวกเขาต้องอยู่กันอย่างยากจนปลูกผักปลูกหญ้าหาปลากันไป จะข้ามมายังฝั่งไทยก็ไม่ปลอดภัย เพราะถูกดูถูกดูหมิ่น ผมเองเคยไปช่วยต่อสู้ให้กับพวกเขาในบางเรื่องบางราวที่คนฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ไทยไปรังแก แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ผ่านไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอามาคิดคำนึงกันให้เป็นเรื่องกันอีก

 

มอญในเมืองหมอก

วันเข้าพรรษาออกพรรษาของวัดหลวงพ่ออุตตมะซึ่งเป็นมอญจากมุเดิง ประเทศพม่านั้น สวยและดูขลังมาก เวลาเข้าพรรษาฝนจะตกหมอกก็จะเยอะ แต่เป็นหมอกฝน หมอกฝนนั้นสวยและมีชีวิตชีวากว่าหมอกหนาวเพราะมันไหลได้ดูแล้วเพลิน หมอกหนาวจะนิ่งกว่าแต่สมัยโน้นถ้าได้ลงไปถ่ายในอ่างเขื่อนเขาแหลมในหน้าหนาวจะดูสวย เพราะจะเห็นเงาตะคุ่มๆ ของต้นไม้ยืนต้นที่ปราศจากใบตั้งสะท้อนน้ำอย่างสวยงาม โดยมีนกยางบ้างนกกินปลาอื่นๆ บ้างเกาะคอยกินเหยื่ออยู่บนคาคบไม้ นกเหล่านี้จะบินหนีจากต้นก็ต่อเมื่อเรือของพวกเราแล่นใกล้เข้าไป ใครมีเลนส์ยาวก็ถ่ายตอนมันถลาบินออกไปได้อย่างสวยงาม

แม่น้ำบีคลี่ที่เราต้องนั่งเรือไปยังกองบัญชาการของมอญที่อยู่เข้าไปในพม่านั้นสวยงามเหลือเกินในยามเช้าของหน้าหนาว ที่งามก็เพราะตอนเช้าน้ำนิ่งมาก เวลาพระอาทิตย์สาดแสงทแยงลงมา เราจะเห็นต้นไม้เป็นสองต้น ต้นหนึ่งขึ้นไปบนฟ้า อีกต้นหนึ่งสะท้อนเงาอยู่ในน้ำ ท่านคิดดูเอาเองว่าสมัยโน้น เงาไม้สะท้อนน้ำอย่างนั้นผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต และวันนี้ก็ไม่ได้เห็นภาพอย่างนั้นอีกแล้ว เพราะต้นไม้ที่อยู่ในน้ำถูกตัดเอาใช้ทำฟืนหรือไม่ก็ร่วงโรยไปหมดตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

อ้อ...กล้วยไม้ที่มีนับพันนับหมื่นต้นบนคาคบไม้ในสมัยโน้นก็หายไปด้วยครับ!

หนาวนี้แม้จะไม่หนาวและมีบรรยากาศดีเท่าสมัยที่ผมไปอยู่ แต่ก็น่าดูน่าชมสำหรับคนเมืองกรุงที่อยู่ในป่าคอนกรีตนะครับ ตอนเช้าของฝั่งมอญจะมีหมอกอวลอยู่ทั่วไป (ที่ไหนมีน้ำก็มักจะมีหมอกในหน้าหนาว) พระมอญจะออกมาบิณฑบาตแต่เช้า พวกลูกศิษย์จะมารอดักพระอยู่ข้างทางอยู่ตรงหน้าโรงเรียนวัด เพื่อถือปิ่นโต พวกเด็กเหล่านี้ไม่ใช่ลูกหลานของคนฝั่งมอญที่เป็นคนไทยไปแล้ว แต่เป็นเด็กมอญที่อพยพมาจากฝั่งพม่าหรือในชนบทที่ห่างไกลออกไป แม้เสื้อผ้าขะมุกขะมอม แต่ก็ใสนะครับ ถ้าใครเป็นช่างภาพหรืออยากได้ภาพงามๆ ก็ตื่นแต่เช้าหน่อยแล้วไปรอพระอยู่ตรงหน้าโรงเรียนวัด เดี๋ยวพระก็เดินออกมาเป็นแถว ลูกศิษย์ก็เดินตามไปเป็นแถวบ้างไม่เป็นแถวบ้างแต่ก็เป็นธรรมชาติดี เวลาถ่ายถ้าไม่ใช้ขาตั้งก็ต้องตั้ง ISO ให้สูง แสงสว่างจากดวงไฟบนถนนไม่พอหรอกครับ เวลาถ่ายก็ปรับ White Balance แก้แสงกันหน่อย ถ่ายแล้วสวยดีครับโดยเฉพาะตามโค้งตามมุมที่มีคนมอญรอพระมากๆ เวลาเขากราบพระก่อนที่จะใส่บาตรเขาจะนั่งไหว้ลงบนพื้นถนนนั่นแหละครับ (สมัยก่อนก็คือดินดีๆ นี่เอง) เห็นแล้วทึ่งในความศรัทธา พระในกรุงเทพฯ ไม่ได้รับการไหว้แบบนั้นแน่เพราะอยู่กันคนละมิติ คนไทยไหว้พระน้อยลงเพราะพระกรุงมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสายตาคนเมือง (ความจริงขึ้นอยู่กับระบอบเผด็จการและพัฒนาการของสังคมที่คิดแบบวัตถุโดยไม่ได้มองถึงจิตคือไม่ได้มองทั้งระบบ)

 

มอญในเมืองหมอก

สะพานไม้มอญถ้าถ่ายไปจากสะพานปูน ก็สวยดีนะครับ ผมกดชัตเตอร์ได้ไม่กี่ช็อตก็ต้องไปแล้ว เพราะว่าอยากจะไปถ่ายภาพบริเวณเจดีย์สามองค์ตอนเช้า ที่มีคนงานพรูออกมาจากฝั่งพม่าแทนกองกำลังทหารพม่าเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เจดีย์สามองค์ตอนนี้เปลี่ยนไปมากครับ เพราะหลังจากพม่าปิดด่านไปแล้ว ร้านค้าฝั่งพม่าเข้ามาขายอยู่ฝั่งไทยในรูปต่างๆ ถ้าไปเช้าวันศุก์เราจะเห็นตลาดนัดที่วัดมีคนงานพม่าเข้ามาซื้อของบ้านเราเต็มไปหมด

วันนี้พม่าอนุญาตให้คนไทยข้ามเข้าไปซื้อของได้แล้วอย่างไม่เป็นทางการหลังจากปิดตายมาเป็นเวลา 3 ปี ที่เขาปิดทั้งๆ ที่ไทยอยากจะให้เปิดก็เพราะมีช่วงหนึ่งที่กองกำลังดีเคบีเอ หรือพวกกะเหรี่ยงพุทธ จับตัวนายทหารไทยไปจนมีเรื่องมีราวกันใหญ่โต ผมไม่ได้โทษพวกดีเคบีเอหรอกครับ คิดดูแล้วกันว่า “คนรู้จักกัน” ถ้าไม่มีเรื่องบางเรื่องจะจับตัวกันไปทำไม

หลังจากดีเคบีเอก่อเรื่องยึดพื้นที่บางส่วนของเมียวดีและพญาตองซูช่วงเลือกตั้ง และถูกพม่าจัดการแล้ว (ตอนนี้ออฟฟิศของดีเคบีเอร้าง เพราะหนีกันไปหมดหรือไม่ก็มอบตัว) สภาพการณ์ก็กลับมาเหมือนเดิม

พวกดีเคบีเอตอนนี้ถูกบังคับสภาพให้มีสถานภาพเป็นเพียงคนธรรมดาหรือไม่ก็เป็น อส.ให้พม่า ไม่มีสิทธิถือปืนกันอีกต่อไป มีแต่เพียงพวกเคเอ็นยูเท่านั้นที่อยู่นอกกรอบได้ เพราะไม่ได้เข้าร่วมกับการอยู่ร่วมกันแบบว้าหรือมอญ

จะเขียนเรื่องเที่ยวเมืองมอญสังขละในหน้าหนาวก็เลยยืดยาดพาดพิงไปเรื่องอื่นแบบน้ำท่วมทุ่งเสีย เอาเป็นว่าหน้าหนาวนี้เราไปเที่ยวเมืองมอญในหมอกที่สังขละบุรี เมืองกาญจน์กันดีกว่า นั่งเรือดูวัดหลวงพ่ออุตตมะเก่า ดูเส้นทางรถไฟในน้ำที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นแล้ว ก็ไปเที่ยวฝั่งพม่าได้ ก่อนจะไปก็จ่ายเงินกันหน่อย ผมไม่รู้ว่า ตม.ฝั่งไทยเก็บค่าเข้าไปหรือไม่ แต่ฝั่งพม่าคงเก็บแล้วแต่ไม่รู้จำนวนเท่าใด (ผมเข้าฟรีเลยไม่รู้) ไปตอนเช้าก็ดีจะได้ไปดูตลาดเช้าในพม่า ผมไม่แน่ใจว่าเขาให้เอากล้องเข้าไปด้วยหรือเปล่า สมัยก่อนเขาให้เอาเข้าไปได้ครับ

โชคดีสำหรับการเที่ยวหน้าหนาวนี้นะครับ

ปล. ถึงแม้ด่านพม่าจะเปิดแต่ก็ไม่ได้เป็นทางการ โอกาสปิดก็มี ดังนั้นสอบถามเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยก่อนก็ดีนะครับ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ