posttoday
แสงธรรมในแสงเทียน ชีวิต...หลังกำแพง (๑)

แสงธรรมในแสงเทียน ชีวิต...หลังกำแพง (๑)

14 มกราคม 2553

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโสภิกขุ

กระผมนายสีจัน ตาเป้า ในนามชมรมแสงแห่งธรรม ขอกราบขอบพระคุณที่ให้การสนับสนุนสงเคราะห์ในเรื่องของหนังสือธรรมะ พวกผมชาวชมรมแสงแห่งธรรมได้รับหนังสือธรรมะจำนวนมากจากคณะศิษย์ของพระอาจารย์ พวกผมชาวชมรมแสงแห่งธรรมจะใช้หนังสือให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจะช่วยกันรักษาให้เป็นอย่างดี... หนังสือทั้งหมดจะเป็นสมบัติส่วนรวม ผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิที่จะมายืมอ่าน...สุดท้ายนี้ชมรมแสงแห่งธรรม ขอกราบพระคุณเป็นอย่างสูง...

กระผมนายสีจัน ตาเป้า มีคำถามจะถามพระอาจารย์เพื่อให้หายขัดข้องใจ ผมเริ่มปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังตั้งแต่เข้าพรรษา จนถึงทุกวันนี้รวมประมาณ ๕ เดือน ในช่วงเข้าพรรษาผมรักษาศีล ๘ และตอนนั้นผมได้อ่านหนังสือ รตฺนสีลํ ของพระอาจารย์ ผมรู้สึกว่าการรักษาศีล ๘ ของพระอาจารย์เคร่งมาก หนังสือบางเล่มไม่เคร่ง ถือศีล ๘ แบบง่ายๆ จนผมเกิดความลังเลสงสัย ตลอดเวลา ๓ เดือน ผมไม่รู้ว่าศีลของผมบริสุทธิ์จริงหรือเปล่า ตอนนี้ผมปฏิบัติแบบวิปัสสนา คือ ดูกายดูใจ คือ ผมไม่สามารถรู้อารมณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดเวลา รู้เป็นบางอารมณ์ บางครั้งรู้อารมณ์แล้วก็ไม่ดับ เหมือนมันค้างอยู่...บางครั้งดับแล้ว ก็เกิดขึ้นมาใหม่ บางทีมันเกิดดับ เกิดดับ อยู่นาน... อีกอย่างหนึ่ง คือ จิตที่เข้าไปรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้น จะมีตัวไปตัดมันทันที ผมพยายามจะตามดูอารมณ์ แต่ก็จะมีตัวตัดก่อนทุกที มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเห็นอารมณ์เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป ผมเห็นชัดเจนมาก แต่ผมเห็นเพียงครั้งเดียว และก็ไม่เห็นอีกเลย..

ผมไม่แน่ใจว่าผมมาถูกทางหรือเปล่า ผมอยากให้พระอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยว่าผมควรปฏิบัติต่อไปดีหรือไม่ ถ้าความรู้สึกของผมตอนนี้ ผมรู้สึกว่าผมมีสติดีขึ้น รู้ทันอารมณ์มากขึ้น เข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น ยอมรับสภาพได้ง่าย... ความโกรธน้อยลง แต่ยังแพ้ให้กับความอยากบางอย่าง กิเลสบางอย่างมันละเอียดมาก ทุกวันนี้พวกผมไม่มีอาจารย์คอยชี้แนะได้แต่อาศัยตำราเป็นอาจารย์ ตำราหลายๆ เล่มก็ไม่ตรงกันซะทีเดียว ไม่รู้ว่าพวกผมจะมีโอกาสได้ถึงพระอริยบุคคลหรือเปล่า... แต่ผมก็ยังหวังไว้ลึกๆ...

กราบนมัสการพระอาจารย์
สีจัน ตาเป้า
ชมรมแสงแห่งธรรม

วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อนอื่นต้องขออภัยที่เพิ่งตอบจดหมาย อุบาสกสีจัน จากหลังกำแพง (เรือนจำ) สมุทรสาคร เพราะมีจดหมายเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะต้องทยอยตอบ แต่ไม่เป็นไปตามลำดับ ทั้งนี้ เพราะเน้นความสำคัญที่สัมพันธ์กับสถานการณ์ ซึ่งควรรีบสะท้อนมุมมองทางธรรมในรูปวิสัชนาออกไปสู่สาธารณชน ผู้สนใจศึกษาพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ได้สนใจติดตามอ่าน “ธรรมส่องโลก” กันมากขึ้น ในโอกาสครบรอบ ๒ ปี จึงได้มีการรวบรวมธรรมส่องโลกเล่มที่ ๒ ขึ้น เพื่อแจกจ่ายเป็นธรรมทานแด่ผู้อ่าน รีบติดต่อแจ้งความต้องการมาได้ ผู้แจ้งความประสงค์เข้ามาก่อนได้รับก่อน กรุณาติดต่อเข้ามาด่วนมีจำนวนจำกัด จัดส่งให้ฟรี โดยเฉพาะผู้ติดตามอ่านธรรมส่องโลก ทุกๆ ท่าน

ก่อนจะตอบจดหมายของอุบาสกสีจัน ก็ต้องขอเจริญพรกับโยมเกศนี จิรวัฒน์วงศ์ ที่ได้เดินตามรอยบุญกุศลจัดส่งหนังสือและซีดีธรรมะจำนวนหนึ่งไปยังเรือนจำสมุทรสาคร โดยมีจดหมายแจ้งมาให้อาตมาทราบ โดยสรุปดังนี้

๑๕ ธ.ค. ๒๕๕๒
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์อารยะวังโส

จากธรรมที่ท่านพระอาจารย์แสดงในวิสัชนาตอบ นช.สีจัน ตาเป้า “อนุโมทนาเสียงธรรมจากหลังกำแพง” ซึ่งเป็นธรรมที่ท่านพระอาจารย์ได้แสดงความเมตตา และให้กำลังใจกับผู้ที่ต้องการโอกาสใหม่ของชีวิตอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญเป็นการกระตุ้นเตือนพวกเราที่แม้จะอยู่นอก “กำแพง” แต่ในความเป็นจริงนั้นเราต่างอยู่ใน “คุก” อันใหญ่ยิ่งกว่าคือวัฏสงสาร เผื่อจะได้หาทางเพียรปฏิบัติเพื่อพ้นจากคุกนี้

โยมได้อ่านแล้วได้ขอโอกาสเดินตามทำตามท่านพระอาจารย์จัดส่งหนังสือ ซีดีธรรมะ จำนวนหนึ่งส่งไปมอบกับคุณสีจัน ซึ่งได้รับและเขียนขอบคุณมา ตามสำเนาที่แนบมากราบเรียนท่านพระอาจารย์เพื่อทราบเจ้าค่ะ

โยมเกศนี จิรวัฒน์วงศ์

ขออนุโมทนากับโยมเกศนี เป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยกันเติมแสงธรรมลงไปในชีวิตของผู้ที่อยู่ในทุกข์สถาน ซึ่งต้องเผชิญกับความทุกข์มากกว่าปกติ ด้วยกรรมปัจจุบันส่งผลให้เสวยอย่างไม่อาจหลบหลีกได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือเป็นฝ่ายผิด บัดนี้ผลกรรมได้ให้ผลเสวยแห่งชีวิตของบุคคลเหล่านั้นแล้ว ซึ่งหลายๆ คนอาจจะติดคุกแต่กาย ส่วนใจนั้นไม่อาจจะมีใครมากักขังได้ หลายๆ คนอาจจะติดคุก ถูกจองจำทั้งกายทั้งใจ เผชิญกับความทุกข์ที่ทับถมความทุกข์ ส่งผลทวีความทุกข์ให้มากยิ่งขึ้น ส่วนจะถูกจองจำแต่กาย หรือจองจำทั้งกายทั้งจิต ก็ขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาความเข้าใจในหลักธรรม อันจะนำไปสู่อุบายวิธีในการดำรงชีวิตของแต่ละบุคคล ซึ่งจะต้องเผชิญกับความทุกข์ ตามคำกล่าวที่ว่า เราทั้งหลายเป็นสัตว์ทุกข์ จึงไม่ควรเพิ่มพูนความทุกข์ให้กับชีวิต หรือดังคำพูดที่ว่า อย่าสร้างความทุกข์ทับถมความทุกข์ จนจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ อย่างไม่รู้ว่าตนเองกำลังเสวยความทุกข์อยู่ทุกขณะจิต ที่เรียกว่า ลุ่มหลงจนลืมรู้ ปิดตาจนลืมเห็น ปิดหูจนลืมฟัง ซึ่งเป็นอาการของโมหจิต ให้มืดมนดุจคนตาบอด หูหนวก บ้าใบ้ ถึงแม้จะมีดวงตาปกติ มีสภาพร่างกายที่เพียบพร้อม

อ่านต่อฉบับหน้า

**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค