posttoday
คุณค่าแห่งพระวินัย...ที่ชาวพุทธควรเข้าใจ (ตอน๓)

คุณค่าแห่งพระวินัย...ที่ชาวพุทธควรเข้าใจ (ตอน๓)

02 ธันวาคม 2553

ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ได้อ่านธรรมส่องโลก ในเรื่องที่เกี่ยวกับการบัญญัติวินัย ว่าด้วยเรื่องการลักทรัพย์ ถึงขั้นปาราชิก คือขาดจากความเป็นพระสงฆ์ และท่านอาจารย์เทียบเคียงให้เห็นคุณประโยชน์ ของการบัญญัติวินัยหรือศีลไว้อย่างแข็งแรงของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการไม่ปล่อยให้พระสงฆ์ประพฤติออกนอกกรอบความเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า อ่านแล้วได้สาระความรู้อย่างยิ่งในสิกขาบทที่ ๒ จากจำนวน ๔ สิกขาบทของโทษปาราชิก

จึงใคร่ขอให้ท่านอาจารย์แสดงความสำคัญในเนื้อหาสาระอีก ๓ สิกขาบท ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร มีสาระที่จะนำมาใช้ประโยชน์กับการบริหารประเทศอย่างไรบ้าง หากไม่เป็นการรบกวน ขอพระอาจารย์ช่วยเขียนตอบให้ด้วย ผ่านคอลัมน์ธรรมส่องโลก เพื่อการศึกษาของชาวพุทธที่ควรรู้

นมัสการด้วยความเคารพยิ่ง

ศรัทธาธรรมส่องโลก

วิสัชนา : สำหรับศีลอีกระดับหนึ่งนั้น ได้แก่ ระดับวินัย หรือระดับที่เป็นวินัย ซึ่งได้แก่ ข้อบังคับที่บัญญัติขึ้น เพื่อกำกับความประพฤติ การกระทำของมวลสมาชิก ในฐานะสัตว์สังคมที่ประเสริฐ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างดีงาม มีความสงบสุขในหมู่คณะ ที่ถือปฏิบัติตามตัวบทกฎระเบียบ หรือกฎหมายนั้นๆ ซึ่งสมาชิกในสังคมผู้ใดล่วงละเมิดกฎระเบียบดังกล่าว ก็ย่อมจะมีความผิดที่ถูกตราไว้ในระเบียบการนั้น ซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เพิ่มเติมจากผลที่จะต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ที่ไม่มีใครจะหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้ ดังพระบาลีที่กล่าวไว้ว่า

ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ

กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ

แปลความว่า บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น

ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว

จึงมีการจัดความสัมพันธ์สืบเนื่องส่งต่อกันไว้อย่างดี ทั้งในระดับธรรมขั้นศีล สู่ศีลขั้นวินัย อันเป็นการปฏิรูปอย่างละเอียดประณีตจากรากฐานเดิมที่ชาวโลกที่มีอารยธรรมก่อนพุทธศาสนาได้ถือปฏิบัติกันอยู่ในรูปคุรุธรรม ซึ่งมีข้อฝึกหัดความประพฤติ ๕ อย่าง โดยเชื่อมั่นตามกฎแห่งกรรม อันสอดคล้องกับบัญญัติที่ไม่มีสัตว์ใดปฏิเสธได้ ที่นิยมเรียกว่า ศีล ๕ ซึ่งพระพุทธศาสนาได้นำมาวางเป็นพื้นฐานและขยายความประณีต เพื่อประโยชน์ของผู้ถือปฏิบัติสู่ความเป็น “ศีลในกรรมบถ” ตามที่กล่าวมาในเบื้องต้น อันปรากฏอยู่ในรูปกรรมบถ ๑๐ ซึ่งมีลักษณะศีลอยู่ ๗ ข้อ และขยายความสู่รูปศีลในองค์มรรค ที่ปรากฏอยู่ในองค์แห่งมรรคที่ ๔, ๕, ๖

ได้แก่ สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว ซึ่งวางไว้ตามฐานะที่เป็นธรรม และจะปรับสภาพสู่ความเป็นพระวินัย มีสิกขาบทน้อยใหญ่มากมาย รวมอยู่ในพระจตุรปริสุทธิศีลของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นอนาคาริยวินัย ได้แก่ ปาฏิโมกข์สังวรศีล อินทรีย์สังวรศีล ปัจจยสัตนิสิตศีล และอาชีวปริสุทธิศีล ซึ่งจะลุ่มลึกละเอียดประณีต และจัดวางอยู่ในกรอบ อันเป็นไปตามองค์ธรรมที่ปรากฏอยู่ในพระโอวาทปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธองค์ทรงประทานแด่พระภิกษุสงฆ์สาวกของพระองค์ เมื่อวันมาฆบูชาก่อนเข้าสู่พรรษาที่ ๒ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ชมพูทวีปในอดีต โดยมีสาระธรรมว่า

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ