posttoday
แง่งามของวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทย

แง่งามของวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทย

01 ธันวาคม 2553

แม้ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่จะพัดพรากเอาชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องชาวไทยนับล้านไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความพินาศย่อยยับ คราบน้ำตา และจิตใจอันบอบช้ำให้ต้องเยียวยาฟื้นฟูกันต่อไป

แม้ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่จะพัดพรากเอาชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องชาวไทยนับล้านไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความพินาศย่อยยับ คราบน้ำตา และจิตใจอันบอบช้ำให้ต้องเยียวยาฟื้นฟูกันต่อไป

 โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

 

แง่งามของวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทย

แม้ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่จะพัดพรากเอาชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องชาวไทยนับล้านไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความพินาศย่อยยับ คราบน้ำตา และจิตใจอันบอบช้ำให้ต้องเยียวยาฟื้นฟูกันต่อไป

แต่อีกด้านหนึ่งเบื้องหลังความโหดร้ายของธรรมชาติ วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้เผยให้เห็นถึงน้ำใจยิ่งใหญ่ของคนไทยที่หลั่งไหลเข้าช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นความประทับใจที่ตราตรึงและจะไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำ

“สายน้ำบางครั้งก็สงบนิ่ง พลิ้วไหวระยิบระยับ บางครั้งก็เชี่ยวไหลดุดัน และบางครั้งก็พลันกราดเกรี้ยวโหดร้าย”

เป็นคำกล่าวสั้นๆ ของ ศิริพล แสนจันทร์ ศิลปินหนุ่ม เจ้าของผลงานนิทรรศการศิลปะชื่อ “ชีวิตหลังสายน้ำ (PostFlooding of Life) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของมนุษย์ที่ผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นภาพวิถีชีวิตการเป็นอยู่ทำมาหากินของผู้คนริมฝั่งแม่น้ำ บ้านเรือนทอดยาวบนสองฟากฝั่งกลางร่มไม้เขียวขจี เรือลำน้อยลอยล่องอ้อยอิ่งใต้แสงตะวันยามเย็น ตลอดจนเรือนแพหลายหลังที่ผูกติดกระจัดกระจายคล้ายดั่งชุมชนเล็กๆ อันอบอุ่นบนเวิ้งน้ำกว้างใหญ่

“วิถีชีวิตคนไทยผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่โบราณ ผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำลำคลองต่างพึ่งพาสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย วิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ ใครๆ ก็พากันโทษธรรมชาติ แต่หารู้ไม่ว่าสาเหตุสำคัญมาจากฝีมือมนุษย์นั่นแหละ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการดำเนินชีวิตของพวกเราดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจดูแลธรรมชาติ จนเมื่อสายน้ำที่เคยนิ่งสงบจู่ๆก็พลันกราดเกรี้ยว กลายเป็นภัยพิบัติน้ำท่วมทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า”

 

แง่งามของวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทย

แต่ท่ามกลางความโหดร้ายดุดันของสายน้ำเชี่ยวกรากและเสียงกรีดร้องร่ำไห้ด้วยความทุกข์ระทมของผู้ประสบภัยก็ยังมีเรื่องดีงามเกิดขึ้นเสมอ ดังที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ นั่นก็คือภาพความมีน้ำใจของคนไทยที่หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ

“ผมเชื่อว่าในความมืดมิดยังคงมีแสงสว่าง อย่างที่เราเห็นน้ำใจความช่วยเหลือของพี่น้องชาวไทย มันเป็นด้านบวก ด้านสว่างดีงาม คุณเห็นไหมว่าพอหลังจากภัยพิบัติน้ำท่วมสงบลง สายน้ำก็กลับมานิ่งสงบ งดงามเช่นเดิม” ศิริพล เจ้าของผลงานบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ผลงานภาพเขียนสีอะครีลิกบนผืนผ้าใบทั้ง 13 ชิ้น ศิลปินเลือกที่จะถ่ายทอดแง่มุมความงดงามของวิถีชีวิตมนุษย์กับสายน้ำมากกว่าจะพูดถึงความโหดร้ายของธรรมชาติ ดังจะเห็นได้จากภาพเรือบ้านลำน้อยลอยอยู่กลางสายน้ำนิ่งสงบใต้แสงตะวันแดงสาดส่อง ภาพเรือนแพกระจัดกระจายคล้ายเป็นชุมชนเล็กๆ ที่อาศัยใช้ชีวิตกลางน้ำ ภาพบ้านไม้ชนบทวางตัวเงียบเชียบใต้ร่มไม้ครึ้มริมฝั่งแม่น้ำ ทุกภาพล้วนงดงามจับใจ ให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่ายและงดงาม

“ขออุทิศผลงานจิตรกรรมชุดนี้ เป็นกำลังใจสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกและความทรงจำจากใจของคนไทยผู้หนึ่งต่อวิกฤตการณ์น้ำท่วมในบ้านเมืองขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเรือนของหลายครอบครัวที่ต้องจมอยู่ในสายน้ำ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต้องเดือดร้อนไร้ที่อยู่ที่ทำกิน แต่กระนั้นชาวไทยทั่วประเทศก็มิได้นิ่งดูดายในหายนะดังกล่าว อาสาระดมน้ำใจด้วยปัจจัยสิ่งของเครื่องใช้อันจำเป็นเข้าช่วยเหลือทุกชีวิตทุกครัวเรือน ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักและรับรู้ได้ว่า รากฐานของวิถีชีวิตคนไทยเรานั้น ยืนอยู่บนวิถีที่ผูกพันเข้าถึงจิตใจที่เอื้ออาทรต่อกันและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดด้วยความสงบ”

ประโยคข้างบนเป็นถ้อยแถลงถึงเจตนารมณ์ของศิลปินที่อุทิศผลงานแก่ภัยพิบัติน้ำท่วมไทยที่เกิดขึ้นครั้งนี้

นิทรรศการ “ชีวิตหลังสายน้ำ (PostFlooding of Life” โดยศิริพล แสนจันทร์ จะจัดแสดงให้ชมในวันพฤหัสบดีที่ 9 ธ.ค.นี้ ถึงวันที่ 10 ม.ค. 2554 ณ อาร์ทเทอรี่ แกลเลอรี่ อาคารสีลมแกลเลอเรีย ซอยสีลม 19 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-630-3006

 

แง่งามของวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แง่งามของวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ