
ซาบซึ้งธรรมนำสุขใจ รู้ธรรมแจ้งโลก รู้โลกพบธรรม(๓)
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
ปุจฉา : ๑) กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพและนับถือ
กระผมได้ติดตาม “ธรรมส่องโลก” ทางหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และซาบซึ้งในธรรมะที่พระอาจารย์ได้เผยแผ่เป็นอย่างมาก พร้อมได้เคยขอหนังสือธรรมส่องโลกรวมเล่มมาทางอีเมล ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหนังสือแต่ประการใด จึงขอความเมตตาขอหนังสือพร้อมแผ่นซีดีธรรมะ จำนวน ๖ ชุด
นายศักดา จิรถาวรกุล
หมายเหตุ : หนังสือธรรมส่องโลกรวมเล่มที่ ๒ พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้สนใจติดต่อแจ้งความประสงค์ได้นับแต่บัดนี้
๒) เรียน พระอาจารย์อารยะวังโส
ได้ติดตามอ่านคอลัมน์ของพระอาจารย์มาได้ระยะหนึ่ง และสนใจอยากได้หนังสือรวมเล่มบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ของพระอาจารย์ เพื่อไว้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระศาสนา
ทั้งนี้จะได้แบ่งปันกับพี่น้องในครอบครัวที่สนใจในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากในขณะนี้ด้วยค่ะ
ขอขอบพระคุณพระอาจารย์อย่างสูงในการให้ความรู้กับพุทธศาสนิกชนอย่างพวกเราค่ะ
นภาพร เขมัษเฐียร
วิสัชนา : ความไม่ขัดแย้งกับโลก อยู่อย่างเข้าใจโลก โลกสมมติว่ากันอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น...จึงเป็นหลักการเรียนรู้ของพระพุทธศาสนาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ในสังคมยุคปัจจุบันในทางกลับกันอันเป็นปรมัตถธรรมได้แสดงให้เห็นความไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในโลก โดยพระพุทธศาสนาได้แสดงความจริงขั้นสุดยอด “อริยสัจ” ว่า โลกนี้มีสภาพไม่เที่ยง...ไม่ใช่ตัวตน เหตุปัจจัยมีอยู่ โลกนี้ก็ยังมีอยู่ เหตุปัจจัยสูญสิ้นไป โลกนี้ก็สูญสิ้นไปเป็นธรรมดา หากยึดถือจะพบกับความทุกข์ เพราะสภาพธรรมดังกล่าวเป็นไปตามกฎอนัตตา อันเป็นความรู้ขั้นรวบยอดในพระพุทธศาสนาที่มีต่อโลกดังประกาศกฎความจริงในวัฏสงสารว่าเป็นสังสารทุกข์ เพราะมีสภาพความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา ฉะนั้น ในหลักการความดำรงอยู่กับโลกอย่างไม่ขัดแย้งนั้น มิได้สั่งสอนให้สัตว์ทั้งหลายโอนอ่อนผ่อนตามโลกอย่างไร้หลักเกณฑ์ ขาดหลักการ ไม่มีหลักธรรม แต่ในขณะเดียวกันพระพุทธศาสนาได้วางรากฐานหลักศีลธรรมไว้ให้บุคคลระดับปุถุชนและสังคมอยู่กับโลกได้อย่างมีความเป็นปกติ ที่อาจจะเรียกว่า มีความสุขก็พอจะกล่าวเป็นสมมติกันได้ โดยลักษณะความสุขในโลกียวิสัยคือความสงบในขั้นกามคุณ เรียกว่า แม้จะดำรงชีวิตอย่างโลกียวิสัย แต่ก็ขอให้อยู่ในกรอบศีลธรรม ไม่ล้นกรอบดังกล่าว ก็น่าพึงใจแล้ว โดยมีคติของความสุขตามโลกสมมติเป็นที่หมาย อันหมายถึงความพรั่งพร้อมในสมบัติโลกียสุข ที่ตอบสนองให้สมหวังในความเพลิดเพลินยินดีนั้นๆ แม้จะไม่จีรัง ไม่เที่ยงแท้ และยังต้องขวนขวายเรียกร้องเรียกหา ทะยานอยากกันอยู่ตลอดเวลา หรือดิ้นรนกันไปไม่รู้จบก็ตามที
ในขณะเดียวกันพระพุทธศาสนาได้วางหลักธรรมขั้นสูงให้กับอริยชน เพื่อก้าวสู่ความเป็นอริยบุคคล ด้วยการประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมขั้นสูง ที่เรียกว่า อริยธรรม อันจะนำไปสู่โลกุตตรธรรม ซึ่งในขั้นนี้ จะสอนสั่งชี้ชัดแสดงเหตุแสดงผลให้เห็นถึงโทษและภัยของโลกอย่างแท้จริง เรียกว่า ให้เห็นโทษของโลกส่วนเดียว (อาทีนว) เพื่อให้เกิดความเบื่อหน่าย (นิพพิทา) คลายออกจากความยึดติดในโลกอย่างสิ้นเชิง (ละอุปาทานในขันธ์ ๕)
อย่างไรก็ตาม หลักธรรมในพระพุทธศาสนา แม้จะมุ่งเน้นจุดสูงสุด คือการก้าวออกจากความยึดถือ ยึดเหนี่ยวในโลก ก็หาได้สั่งสอนให้สร้างความขัดแย้งกับโลกไม่ กล่าวคือไม่ได้สอนให้ยินดีในโลก และไม่ได้สอนให้ยินร้ายในโลก หมายถึงการอบรมจิตจิตให้รู้จักละออกมาจากการยึดถือในสองส่วนสุดดังกล่าว โดยให้ดำรงตนอย่างรู้เท่ารู้ทัน คือมีสติปัญญา เพื่อความรู้แจ้งในโลก ทั้งนี้ จะต้องเพียรเพ่งเผากิเลส (อาตาปี) มีสติสัมปชัญญะ คุ้มครองกายใจ อยู่ตลอดเวลา มีการจัดวางชีวิตไว้ในกรอบศีลธรรมเป็นขั้นพื้นฐานของความเป็นสัตว์ประเสริฐ ไม่ประพฤติตนให้ล้นออกไปนอกกรอบเรียกว่า เพื่อการก้าวไปสู่อิสรภาพ อย่างมีกติกา หรือมีวินัย เพื่อการสร้างสัมพันธภาพที่ดี อันเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นหรือสังคม
จึงควรอย่างยิ่งที่เราทั้งหลายพึงชักชวนกันประพฤติธรรมอย่างมีแบบแผน และแบบแผนนั้นจะถูกจะต้องตรงตามคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างแท้จริง อย่านึกคิดเอาเองว่าอย่างนั้นถูกอย่างนี้ผิด สร้างทฤษฎีใหม่ ลัทธิใหม่เกิดขึ้นทับซ้อนลงไปในพระพุทธศาสนา เหมือนเจ้ากูบางพวกบางคน ที่ชักชวนสาวกสานุศิษย์ของตนประพฤติตามกันอย่างผิดเพี้ยนจากพระธรรมวินัย โดยนำพากล่าวสั่งสอนกันว่า “อย่างนี้ถูก อย่างนั้นไม่ถูก” บรรลุธรรมตามความรู้สึกนึกคิดของตน เผลอๆ นึกว่า ตนเป็นพระอรหันต์...แต่งตั้งสาวกเป็นพระอริยบุคคลกันให้เกลื่อนสำนัก และนำพาให้สาธุชนเชื่อกันผิดๆ เกิดความลุ่มหลงเมาบุญ บ้าบุญ วิบัติการกระทำ หน้ามืดตามัว หูอื้อ จมูกบี้ ลิ้นหนา กายหยาบ จิตเศร้าหมอง จนยากจะรู้รสธรรม ดุจจวักที่ไม่สามารถรู้รสแกง จึงทุ่มเทลาภสักการะ กำลังกาย กำลังใจ บูชากันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู หน้ามืดตามัว หวังว่าจะได้โภคสมบัติ บริวารสมบัติ หรืออริยสมบัติ จนถึงนิพพานสมบัติ โดยไม่ได้เรียนรู้พระสัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน และมิได้เข้าใจเลยว่า แท้จริงพระพุทธศาสนามีหลักพระธรรม คำสั่งสอนในการนำไปปฏิบัติมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้ในพระพุทธศาสนา เพื่อต้องการให้ถึงผลสัมฤทธิ์อะไร การปฏิบัติผิดๆ เพี้ยนๆ ไปจากหลักธรรมการสื่อสาร ความคิดผิดๆ ปลอมปนเข้าไปในพระพุทธศาสนา จึงมีมาโดยตลอดในทุกกาลสมัย
อ่านต่อฉบับหน้า
**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132







