
โปรตุเกส 1 ลิสบอน แรงบันดาลใจสู่นักเดินทาง
การเดินทางได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้วก็ว่าได้ หากแต่ว่าในอดีตเมื่อราวศตวรรษที่ 15
การเดินทางได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้วก็ว่าได้ หากแต่ว่าในอดีตเมื่อราวศตวรรษที่ 15
โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา
การเดินทางได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้วก็ว่าได้ หากแต่ว่าในอดีตเมื่อราวศตวรรษที่ 15 การเดินทางสำรวจโลกของกองเรือโปรตุเกสได้เปิดโลกทัศน์และบุกเบิกเส้นทางเดินเรือ อีกทั้งสามารถพิสูจน์ได้ว่าโลกของเราไม่ได้แบนอย่างที่กล่าวกันไว้เช่นในอดีต ในยุคนั้นถือว่าการเดินทางรอบโลกและค้นพบดินแดนใหม่เป็นของขวัญอันล้ำค่ายิ่ง มากไปกว่านั้นบุคคลสำคัญของชาวโปรตุเกสที่ไม่อาจลืมได้ก็คือ เจ้าชายเฮนรี โอรสของกษัตริย์โจอัวที่ 1 ผู้ซึ่งส่งเสริมให้มีการสำรวจทางทะเลอย่างจริงจัง และเชื่อกันว่าพระองค์ทรงคิดค้นต้นแบบเรือใบสามเสา ที่ทำให้นักเดินเรือชาวโปรตุเกสรุ่นต่อมาได้สร้างตำนานการเดินทางสำรวจโลก จนพระองค์ได้รับสมญานามว่า เฮนรี เดอะ เนวิเกเตอร์ (Henry the Navigator)
การที่ได้สำรวจค้นพบโลกตะวันออก โดยการเดินเรือของวาสโก ดา กามา (Vasco da Gama) ที่อ้อมทวีปแอฟริกาไปจนถึงประเทศอินเดียและตะวันออกไกลได้สำเร็จ ได้มีการติดต่อค้าขาย โดยเฉพาะเครื่องเทศที่ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ของโลกตะวันตกในขณะนั้น ทำให้โปรตุเกสนอกจากจะเป็นนักล่าอาณานิคมแล้ว ยังมีการตั้งสถานีการค้าขึ้นอยู่หลายแห่ง ทั้งแอฟริกา เอเชีย และบราซิล เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้โปรตุเกสได้มีทรัพย์สมบัติมากมายจากการที่ล่าอาณานิคม และได้นำมาก่อสร้างอาคารในกรุงลิสบอน ที่เป็นหลักฐานจนถึงปัจจุบันนี้ก็คือ วิหารเจอโรนิโมส (Jeronimos Monastery) สะท้อนเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบโปรตุเกสได้อย่างเด่นชัด วิหารแห่งนี้เคยเป็นศาสนสถานเล็กๆ ที่สร้างอุทิศแด่เทพธิดาแห่งท้องทะเล วาสโก ดา กามา และลูกเรือของเขาเคยใช้เป็นสถานที่สวดมนต์ขอพรก่อนออกเดินทาง ต่อมาถูกก่อสร้างต่อเติมและถูกตกแต่งด้วยลวดลายวิจิตรของสถาปัตยกรรมมานูเอลไลน์ (Manueline) ในรัชสมัยของมานูเอลที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2044 เพื่อระลึกถึงความสำเร็จในการเดินเรือจากอินเดียและกลับสู่แผ่นดินโปรตุเกสของวาสโก ดา กามา นั่นเอง
สาธารณรัฐโปรตุเกส (Republic of Portugal) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกและประเทศสเปน เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่เพียง 92,391 ตารางกิโลเมตร กรุงลิสบอนหรือลิสบัว เป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน และมีความเก่าแก่มานานกว่า 800 ปี เคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อกว่า 250 ปีที่แล้ว แต่ก็ได้มีการบูรณะอาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมนีโอ คลาสสิก รูปแบบของสถาปัตยกรรมโปรตุเกสคือต้นแบบของอาคารที่เรียกกันว่า ชิโนโปรตุกีส ใน จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างอาคารแบบโปรตุเกส และการประดับประดาลวดลายตามคติแบบจีน โดยประยุกต์ให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่อย่างไทย
ปัจจุบันอาคารบ้านเรือนต่างๆ ในกรุงลิสบอนจะสังเกตเห็นการตกแต่งประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบ ที่ชาวโปรตุเกสเรียกว่า อะซูเลจูส (Azulejos) ซึ่งเป็นลักษณะของการเขียนกระเบื้องด้วยมือ หมึกที่ใช้จะเป็นสีน้ำเงิน โดยศิลปะแบบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะของแขกมัวร์ มีลวดลายคล้ายพรม และผสมผสานกับเรื่องราวของชาวโปรตุเกส อาทิ เรื่องราวของวิถีชีวิตชาวเรือและท้องทะเล เดิมทีเดียวกระเบื้องอะซูเลจูสถูกใช้ประดับตกแต่งตามพื้นและผนังของพระราชวัง รวมทั้งโบสถ์วิหาร จนถึงในช่วงศตวรรษที่ 18 จึงเริ่มมีการใช้อะซูเลจูสประดับตามอาคารบ้านเรือนทั้งภายนอกและภายใน จึงกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์การตกแต่งอาคารในแบบโปรตุเกส
ใครที่มากรุงลิสบอน ต้องมาให้ถึงใจกลางกรุงที่เรียกว่า ไบซา (Baixa) เป็นย่านการค้าและการปกครองที่สำคัญ แต่ถ้าจะไปย่านที่เก่าแก่ของกรุงลิสบอน ต้องที่อัลฟามา (Alfama) ซึ่งมีตรอกซอกซอยเล็กๆ ให้ได้เดินสัมผัสบรรยากาศความเก่าแก่หรือจะนั่งรถราง เป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้กันมานับร้อยปี ที่วิ่งให้บริการอยู่ทั่วเขตใจกลางเมือง หนึ่งในเอกลักษณ์ของกรุงลิสบอน
หลากอารมณ์จากห่วงลึกของนักเดินทางแห่งท้องทะเล ผู้ดั้งด้นค้นหาและทำความรู้จักดินแดนใหม่ เชื่อมโยงผู้คน และศิลปะอารยธรรมต่างๆ จากทุกภูมิภาคของโลกเข้าด้วยกัน ดินแดนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่หลายต่อหลายคน ติดตามชมประเทศโปรตุเกสได้ทางรายการ โลก 360 องศา วันเสาร์ เวลา 21.3022.00 น. ทาง ททบ. 5







