
ก้าวสู่ชีวิตใหม่ในปีใหม่ ด้วยการศึกษาปัจจัยสัมพันธ์แห่งธรรม(๑)
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
ปุจฉา : จะดำเนินชีวิตอย่างไร เนื่องในโอกาสที่จะย่างเข้าสู่ปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๓ เพื่อจะได้ถึงซึ่งประโยชน์สุขตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ใคร่ขอความเมตตาช่วยแนะนำสั่งสอนแก่ชาวไทยด้วย ... เทอญ
กราบนมัสการด้วยความเคารพ
อารีย์ เตชะหรูวิจิตร
วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา พึงถึงซึ่งความสุขความเจริญโดยธรรม
คำว่า “ถึงซึ่งความสุข ความเจริญ โดยธรรม” น่าจะเป็นคำตอบชัดเจนอยู่ในตัวว่า วิถีของการดำเนินชีวิต เพื่อต้องการให้ถึงความสุข ความเจริญ นั้น ต้องพึ่งธรรม คือพระพุทธพจน์ที่กล่าวว่า “จงมีตนเป็นที่พึ่ง มีตนเป็นเกาะ ... จงมีธรรมเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นสรณะ อย่ามีอย่างอื่นเป็นที่พึ่ง”
ถ้าเราตั้งคำถามกับตนเองหรือผู้อื่นว่า “จุดสูงสุดของชีวิตคืออะไร” ก็คงจะมีคำตอบอันเดียวกันว่า “การได้รับสิ่งที่ดีที่สุดซึ่งคงได้แก่ ความสุข ความเจริญ นั่นแหละ คือจุดสูงสุดที่ต้องการ” อย่างไรก็ตามในพุทธศาสนาของเรานั้น คงจะต้องยึดหลักความสุขความชอบ ความเจริญโดยธรรม สมควรแก่ธรรมและเป็นไปตามธรรม เป็นเครื่องค้ำชู ดังพระพุทธพจน์ที่กล่าวว่า ให้พึ่งตนเองและมีธรรมเป็นที่พึ่ง
ดังนั้น “ธรรม” ซึ่งควรเป็นจุดสูงสุดของชีวิตที่แท้จริงซึ่งการจะเข้าถึงนั้น ต้องศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยจะต้องพัฒนาการให้มีสติปัญญา เพื่อรู้จักการคิดพิจารณาแยกแยะ เห็นความถูก รู้ความผิด เพื่อละความผิด คงไว้ซึ่งความถูก พิจารณาความถูกต้องให้เป็นความดียิ่ง และถึงพร้อมด้วยคุณค่าของธรรมที่กล่าวเรียกว่า “คุณธรรม” อันเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด ดีที่สุด ที่มนุษย์พึงต้องการและตั้งจุดมุ่งหมายไว้ ซึ่งต้องมีแบบแผนและรูปแบบในการศึกษาเพื่อปฏิบัติ เพื่อการเข้าถึงคุณธรรมที่สามารถให้ผลเป็นความสุข ความเจริญ ต่อชีวิตซึ่งไม่เจือปนด้วยโทษภัยใดๆ เลย ทั้งนี้ ด้วยอำนาจคุณธรรมที่คุ้มครองรักษา อันเกิดจากการประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของผู้มีพระภาคเจ้าที่ได้ทรงตรัสแจกแจงไว้ดีแล้ว แยกแยะหมวดหมู่ไว้ชัดเจนว่า “สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ เพื่อการเข้าถึงคุณธรรมอันเป็นไปเพื่อความสุข ความเจริญ ของผู้ปฏิบัติ ...”
จากภาษาบาลีที่ว่า “ทานํเทติ สีลํรกฺขติ ภเวนํภเวตวา” ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา ซึ่งเป็นรูปแบบการศึกษาและปฏิบัติของสาธุชน เพื่อการเข้าถึงคุณธรรมตามจุดมุ่งหมายในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ ในระดับเบื้องต้นจะต้องรู้จักการทำบุญให้ทาน อันมีวิธีการของการให้ทานต่างๆ หลายประเภท เช่น
อามิสทาน คือ การใช้วัตถุสิ่งของเป็นทาน
ธรรมทาน หรือ วิทยาทาน คือการให้ความรู้เป็นทาน ถ้าเป็นทางโลกที่ให้ศิลปวิทยาการเรียกว่า วิทยาทาน ส่วนการสอนให้มีศีลธรรม รู้จักประพฤติธรรม ละชั่ว ทำดี เรียกว่า ธรรมทาน ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นทานอันสูงสุดเหนือการให้ทานทั้งปวง (อามิสทาน)
อภัยทาน คือการให้อภัย การออกมาจากการจองเวร สละอารมณ์โกรธพยาบาท ฯลฯ ซึ่งเป็นทานที่ให้ได้ยากที่สุด
วันนี้สังคมชาวไทยเรียกร้องเรียกหากันมากในเรื่องของอภัยทาน ทั้งนี้ เพราะคนในสังคมมีความขัดแย้งกันสูงมาก จนนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นกลุ่มเสื้อสีต่างๆ ดังที่ปรากฏอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งควรนำมาศึกษาพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักการศาสนา นักการศึกษา พระสงฆ์ผู้ทรงความรู้ นักเทศน์ นักธรรม ทั้งหลายที่มีความรู้กันมากมาย น่าจะตั้งคณะทำการศึกษาปัญหาดังกล่าวว่า “ทำไมพฤติกรรมของชาวไทยจึงไม่เป็นไปตามวิถีพุทธ” ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นเมืองพระพุทธศาสนาได้รับการยอมรับจากประเทศภาคีพุทธศาสนา ว่ามีพุทธศาสนิกชนที่เข้มแข็ง และมีประชากรที่เป็นพุทธศาสนิกชนเกือบทั้งประเทศ แต่บัดนี้จากข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลก ได้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นของกลุ่มคนในสังคมไทย เหตุการณ์ทางการเมืองที่อ่อนแอ สภาวะการก่อการร้ายที่ยังปรากฏอยู่ใน ๕ จังหวัดภาคใต้ และสถิติอาชญากรเด็กหรือยุวอาชญากร ตลอดจนปัญหาคอร์รัปชันและการโกงกินในระบบของสังคม ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความอ่อนแอของโครงสร้างศีลธรรมในสังคม ดังผลพวงของปัญหาตามที่กล่าวมา ซึ่งเป็นคนละเรื่องหรือสวนกระแสคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการเกิดความแตกแยกของคนในชาติไทยที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
สภาพธรรมของสังคมตามที่กล่าวโดยสังเขปปรากฏให้เห็นความเสื่อมโทรม ผุพัง ของศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม ในสังคมดังที่ปรากฏอยู่ และมีการขยายผลพร้อมแปรสภาพเป็นปัญหาต่างๆ อย่างเป็นดอกเป็นผล ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมไทยควรตระหนักและควรนำมาศึกษาเพื่อค้นหาเหตุปัจจัยของเรื่อง เพื่อสืบสาวค้นหาเค้ามูลอันเป็นเหตุปัจจัย ที่ส่งผลสืบเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยนำสภาพธรรมที่ปรากฏอยู่นั่นแหละมาศึกษาพิจารณา เพื่อการเข้าถึงปัญหา รู้ถึงสภาพปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหานั้น เพื่อจะได้เข้าสู่การสลายเงื่อนไขที่สร้างเหตุปัจจัยดังกล่าวให้สิ้น เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้เป็นไปตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา โดยการเร่งแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เข้าสู่ความมีศีลธรรมเพื่อการฟื้นคืนกลับจริยธรรมและคุณธรรม ซึ่งต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วน ทั้งนี้เพราะต้นตอปัญหาของสังคมอยู่ที่คนในสังคมนั้นเอง ที่ส่งผลจนแปรสภาพไปในรูปลักษณ์ต่างๆ ของสังคม
อ่านต่อฉบับหน้า
**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132







