
ศึกมหายุทธ์ ตอนที่ 1
ลมหนาวเริ่มโชยๆ อย่างนี้ ก็ขอชวนแฟนๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากเรื่องกินเรื่องช็อปในญี่ปุ่นมาฟังผมเคาะโต๊ะปังๆ เล่าโคดัง# : ศิลปะเล่าเรื่องแขนงหนึ่ง โดยมากจะหยิบยกประวัติศาสตร์มาเป็นแกนในการเล่าเนื้อหา) ให้ได้สดับโดยทั่วกัน
ขึ้นชื่อว่าสงครามผมเชื่อว่าในยุคนี้สมัยนี้คงมีคนไม่น้อยที่รู้สึกรังเกียจ และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก แต่กระนั้นสงครามเองก็มีผลต่อการพัฒนาการทั้งในเรื่องเทคโนโลยี และสังคม ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศหนึ่งที่สงครามมีบทบาทในการส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อย่างชัดเจน ดังนั้นผมจึงขอหยิบยกเอาสงครามในสมรภูมิที่สำคัญๆ อันเป็นที่จดจำของชาวญี่ปุ่น มานำเสนอต่อแฟนๆ เพื่อเป็นแนวทาง คล้ายกับเป็นประกายวาบแรกของไม้ขีดไฟ ที่จะนำไปจุดประทีปส่องทางการศึกษาประวัติศาสตร์จากสงคราม เพื่อให้ได้รู้เท่าทันสงคราม และไม่ให้สงครามได้สร้างความฉิบหายให้กับเราได้อีก
แล้วจึงขอประเดิมเริ่มต้นด้วย สมรภูมิทุ่งเซกิ $สงครามที่มีจำนวนทหารเข้าร่วมสมรภูมิเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติญี่ปุ่น และเป็นสงครามที่แตกหักกันอย่างรวดเร็วคือเพียงแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น
ชนวนเหตุ : ด้วยมรณกรรมของ โตโยโตมิ ฮิเดะโยชิ %ประธานองคมนตรีในฐานะผู้บริหารรัฐบาล(ผู้ซึ่งฝากความหวังสุดท้ายที่จะให้ ฮิเดะโยริ&บุตรชายวัย 6 ขวบ ได้สืบทอดอำนาจจากตน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการขัดแย้งระหว่าง อิชิดะ มิทซึนาริ'ผู้อภิรักษ์ตระกูลโตโยโทมิ กับโตกุกะวะ อิเอะยาสึ)ขุนพลอาวุโสผู้เป็นกำลังหลักของรัฐบาล ในการแย่งกันเป็นผู้ทำนุบำรุงดูแลฮิเดะโยริน้อย ซึ่งนั่นจะหมายถึงอำนาจในการ บริหารประเทศไปในตัวด้วย
มิทซึนาริในฐานะผู้จัดการรัฐบาลโตโยโทมิ ได้มีความหวาดระแวงในอำนาจอิเอะยาสึอยู่ไม่น้อย ถึงขนาดวางกับดักทางการเมืองให้กับอิเอะยาสึหลายต่อหลายครั้ง แต่ทว่าอิเอะยาสึไหวตัวทันยังให้บังเกิดความคับแค้นและชิงชังต่อมิทซึนาริเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งในงานเทศกาลปีใหม่ของปีเคย์โจที่ 5*อิเอะยาสึได้แสดงแสนยานุภาพโดยการพาขุนพลทหารจากหัวเมืองน้อยใหญ่ตบเท้าเข้าปราสาทโอซากา แล้วประกาศตนเป็นผู้ปกครองฮิเดะโยริต่อที่ประชุมกลางงานฉลองเทศกาลปีใหม่ในครั้งนั้น ซึ่งเท่ากับมีนัยว่านับต่อแต่นี้อิเอะยาสึจะเป็นผู้จัดการรัฐบาลเองทั้งหมด
ต่อมา อิเอะยาสึได้เคลื่อนกำลังทหารออกปราบปรามผู้ที่น่าสงสัยว่าจะเอาใจออกห่าง อุเอะสึงิ คาเงะคัตสึ+ขุนพลจากแคว้นไอสึ,แต่ทางมิทซึนาริได้ตลบหลังโดยออกประกาศว่าอิเอะยาสึเคลื่อนกำลังพลโดยพลการมีความเป็นกบฏ จึงได้แต่งตั้งให้ โมริ เทรุโมโตขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ในการกำราบอิเอะยาสึ นั้นคือช่วครามสมรภูมิทุ่งเซกิ ประมาณ 1 เดือนเศษ
เคลื่อนทัพ : วันแรกของเดือน 9 ปีเคย์โจที่ 5 อิเอะยาสึ นำทัพ 3.3 หมื่นนาย เคลื่อนออกจากเอโดะ.อีกส่วนให้บุตรชายนำทัพ 3.8 หมื่นนายตามมาสมทบและแปรกระบวนทัพวางแนวตั้งรับที่เนินแดงเหนือเขาหน้าแนวรบเซกิกาฮาระ/ในบ่ายวันที่ 14 เดือน 9 ค.ศ. 1600
ส่วนทางด้านมิทซึนาริ เคลื่อนทัพออกจากฐานที่ตั้ง วางตำแหน่งกองตั้งตี และแนวโอบกระชับ โดยมีทัพของโมริเป็นทัพขนาดใหญ่ปิดทางถอยของอิเอะยาสึ โดยจำนวนกำลังพลทั้งหมดของมิทซึนาริมีถึง 8.4 หมื่นนาย ซึ่งในลักษณะนี้เท่ากับว่าทัพของอิเอะยาสึถูกปิดล้อมโดยสิ้นเชิง
วันเปิดศึก : หกนาฬิกา เช้าวันที่ 15 เดือน 9 ปีเคย์โจที่ 5 หมอกหนาทึบ กระบวนของทั้งสองฝ่ายต่างเคลื่อนที่เข้าตำแหน่งประจันหน้า บรรยากาศอึมครึมเงียบเชียบ ณ ขณะนี้มีทหารอยู่ราวๆ 1.5 แสนนายอยู่ในทุ่งเซกิ ทั้งหมดรอเพียงสัญญาณ
แปดนาฬิกา เสียงหวูดแตรสัญญาณศึกดังขึ้นท่ามกลางหมอกที่หนาทึบ แล้วตามติดมาด้วยเสียงโห่ร้องที่อึงอล ทหารทั้งสองฝั่งสาดปืนไฟเข้าใส่กันชุดใหญ่ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปตะลุมบอน ทหารรายงานวิ่งเข้าออกค่ายบัญชาการกันขาขวิด
สามชั่วโมงผ่านไป แนวรับของทัพฝ่ายของอิเอะยาสึถอยร่นลงเข้าใกล้ทัพหลัก โชคดีที่แม่ทัพ โมริ เทรุโมโต เพื่อนเก่าสั่งตรึงกำลังทัพไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวใดๆ ที่น่าวิตกก็เพียงแต่ทัพของ โคบายากาวะ ฮิเดอะกิ (
ฌ‘ฉ์ GH) แม่ทัพหนุ่มน้อยวัย 19 ที่อยู่บนเนินเขามัตสึโอะ (ผ”๖R) ที่หากเข้าตีกระชับพื้นที่ ก็เห็นทีว่าอิเอะยาสึก็ยากที่จะต้านทานได้ขณะที่ทหารฝ่ายมิทซึนาริได้ใจกระหน่ำตีทหารฝ่ายอิเอะยาสึนั้น มิทซึนาริต้องการให้เกิดผลแตกหักโดยไว จึงส่งสัญญาณให้ทัพของฮิเดอะกิเข้าตีตัด แต่ทว่าใครเลยจะล่วงรู้จิตใจของฮิเดอะกิได้ ฮิเดอะกิลังเลอยู่ครึ่งค่อนชั่วโมงไม่สั่งการใดๆ ถึงแม้ว่าจะได้รับสัญญาณจากมิทซึนาริมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม ถึงขนาดทำให้อิเอะยาสึที่อยู่ท่ามกลางสนามรบรู้สึกเดือดดาลกับความลังเล สั่งการใหญ่ยิงปืนใหญ่ใส่ทัพของฮิเดอะกิ พลางตะโกนว่า
“เป็นซามูไรมันก็ต้องรบสิวะ”ลูกปืนใหญ่ของอิเอะยาสึปลุกฮิเดอะกิให้ถอนออกจากความลังเล ยกกุมไบ (
Rhz : พัดสัญญาณแม่ทัพ) โบกเข้าหาทัพของมิทซึนาริพลางตะโกนก้อง “ศัตรูของเราคือมิทซึนาริ” แล้วเคลื่อนทัพทั้งหมดเข้าโจมตีกองกำลังของโอทานิ โยชิซึงุ (eๅ’J gp) คนสนิทของมิทซึนาริด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ของฮิเดอะกิ ทำให้ฝ่ายทหารของอิเอะยาสึเกิดกำลังใจ เพิ่มความฮึกเหิมฮึดขึ้นสู้รุกตีโต้ทัพฝ่ายมิทซึนาริอย่างรุนแรง ตรงข้ามกับทหารฝ่ายมิทซึนาริที่เกิดความตกใจ ประกอบกับความไม่เชี่ยวการศึกของมิทซึนาริ ไม่สามารถคุมกระบวนทัพได้ ทหารหลายส่วนหนีทัพแตกกระสานซ่านเซ็นไม่เว้นแม้แต่ตัวมิทซึนาริที่หายไปจากสนามรบ อันเป็นการปิดฉากสมรภูมิทุ่งเซกิ
เสร็จศึก : มิทซึนาริผู้แตกทัพถูกจับส่งตัวมารับโทษประหารหลังจากวันเปิดศึกไม่นานนัก จากนั้นอิเอะยาสึก็ได้จัดตั้งคณะบริหารรัฐบาล มีการอวยยศ อวยรางวัลให้กับผู้ร่วมศึกมากมาย และท้ายที่สุด ก็ได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นที่เอโดะ และตั้งตนขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเซอิไทโชกุน สืบสานอำนาจบริหารรัฐบาลตระกูลโตกุกะวะต่อเนื่องไปอีกถึง 260 ปี







