posttoday
สีสัน เทคนิค และวัสดุที่แตกต่างสรรค์สร้างชิ้นงานรูปแบบใหม่ (1)

สีสัน เทคนิค และวัสดุที่แตกต่างสรรค์สร้างชิ้นงานรูปแบบใหม่ (1)

10 พฤศจิกายน 2553

...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ การหาเทคนิคใหม่ที่น่าสนใจมาผสมผสานใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ รวมถึงการสร้างสีสันให้กับเครื่องประดับ เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เนื่องจากการตัดสินใจซื้อของคนในปัจจุบันนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัว และความมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นของชิ้นงานที่จะสะท้อนบุคลิกภาพภายในของผู้สวมใส่เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อ การนำสิ่งเรียบง่ายแต่น่าสนใจเข้ามาผสมผสานกับชิ้นงานอย่างลงตัว เช่น การใช้ภาพสีบนกระดาษโฟโต กระจกสี ลูกปัดแก้ว วัสดุลงยา และวัสดุเคลือบสีสดใส จึงถูกนำมาใช้ และถือเป็นวัสดุแปลกใหม่ซึ่งผู้ผลิตทั่วโลกใช้เพิ่มสีสันและความทันสมัยให้กับเครื่องประดับเงิน

สร้างสีสันด้วยภาพบนกระดาษโฟโต

การใช้รูปภาพซึ่งพิมพ์ลงบนกระดาษโฟโตเป็นวิธีใหม่ในการให้สีสันความแตกต่างแก่เครื่องประดับเงิน หรือแม้กระทั่งเครื่องประดับโลหะต่างๆ การฝังรูปสีที่พิมพ์บนกระดาษโฟโตลงในเครื่องประดับแต่ละชิ้น ไม่ว่าจะเป็น จี้ ต่างหู หรือแหวน ล้วนทำให้ชิ้นงานมีความแปลกใหม่และน่าสนใจ ด้วยเทคนิคนี้จึงทำให้เครื่องประดับที่ฝังภาพนั้นได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ซึ่งภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ก็มีมากมาย แต่ส่วนมากจะเป็นรูปธงชาติ ธงสโมสรกีฬา ไปจนถึงตราสัญลักษณ์ต่างๆ รูปเคารพ เครื่องหมาย หรือแม้กระทั่งรูปตุ๊กตาที่แสนน่ารัก

กระจกสีและแก้วเพิ่มความทันสมัย

การใช้กระจกสีและแก้วที่โดดเด่นในเรื่องของการให้แสงและสีที่สวยงามมาผสมผสานกับเครื่องประดับนั้น จะทำให้เครื่องประดับโดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันการนำลูกปัดแก้วมาใช้ในชิ้นงานต่างได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องประดับที่ใช้แก้วไดโครอิก (Dichroic Glass) และแก้วมูราโน (Murano Glass) สีสันสวยงามจากเวนิสมาใช้กับชิ้นงานเครื่องประดับเงิน

การเล่นแสงของแก้วทั้งสองนี้เกิดขึ้นจากเทคนิคการผลิตที่แตกต่างกัน ทั้งนี้แก้วไดโครอิกนั้นสร้างขึ้นจากการผสมเหล็กออกไซด์ (Ferrous Oxide) ชนิดต่างๆ เข้าด้วยกันภายใต้อุณหภูมิที่มีการควบคุมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอุณภูมินั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการให้ประกายและแสงสีที่เป็นเอกลักษณ์ ชิ้นงานแก้วชนิดนี้จึงทำให้แก้วไดโครอิกมีความโดดเด่นแตกต่างจากแก้วชนิดอื่น เพราะมีความแวววาวและเปล่งประกายของแสงมากกว่า ซึ่งว่ากันว่าสีสันที่เปล่งประกายของแก้วไดโครอิกนี้เหมาะกับการใช้ผลิตเป็นชิ้นงานเครื่องประดับรูปผีเสื้อ แมลง หรือสัตว์อื่นๆ

ส่วนแก้วมูราโนนั้น เป็นลูกปัดสีสันสดใสที่มีชื่อเสียงมากด้วยฝีมือช่างจากเกาะมูราโน ในประเทศอิตาลี ลูกปัดมูราโนหรือแก้วมูราโนนี้มีมากมายถึง 1 แสนชนิด สิ่งที่ทำให้แก้วมูราโนต่างจากลูกปัดแก้วทั่วไป นั่นคือ กรรมวิธีการผลิต ซึ่งช่างจะต้องแกะลวดลายนูนลงบนลูกปัด จึงทำให้แก้วมูราโนนั้นสวยงามและมีลักษณะที่บ่งบอกถึงความหรูหราของชิ้นงานในตัวเอง แตกต่างจากแก้วชนิดอื่น เพราะแม้ว่าจะดูเรียบง่าย แต่ก็มีความน่าสนใจอยู่ในตัวเอง ดังนั้นจึงมีการนำลูกปัดแก้วมูราโนมาเพิ่มความน่าสนใจให้กับเครื่องประดับเงินพร้อมกับการใช้ผสมกับวัสดุอื่นๆ เช่น ลูกปัดอัญมณีรูปทรงต่างๆ หรือลูกปัดโลหะ ซึ่งนอกจากจะได้ความสวยงามที่หรูหราแล้ว ยังให้อารมณ์ที่สนุกสนานอีกด้วย

การลงยารูปแบบใหม่

หากพูดถึงการลงยา อาจจะดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะเป็นสิ่งที่เห็นมานาน แต่การลงยารูปแบบใหม่นี้แตกต่างจากแบบดั้งเดิม เพราะการลงยาในลักษณะนี้เป็นการเพิ่มสีสันและมูลค่าให้แก่เครื่องประดับ ซึ่งการลงยาแบบนี้นั้นเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับชิ้นงานด้วยการสร้างผลงานที่ดูเหมือนอัญมณีมากที่สุด โดยเริ่มจากการผลิตเครื่องประดับที่มีลักษณะกลวงโดยการขึ้นรูปด้วยไฟฟ้าและเคลือบด้วยวัสดุลงยาสีดำ แล้วประดับด้วยใบไม้เงินชุบทองเพิ่มความโดดเด่นให้พื้นผิว และเคลือบผิวด้วยการลงยาแบบใส ซึ่งทำให้ผู้บริโภคกลับมาสนใจเครื่องประดับลงยาแบบใหม่นี้มากขึ้น

เรซินเพิ่มสีสันและความทันสมัย

การใช้เรซินเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้เพิ่มสีสันให้แก่ชุดเครื่องประดับเงิน เพราะนอกจากจะทำให้ชิ้นงานดูทันสมัยมากขึ้น และยังทำให้เครื่องประดับมีชิ้นใหญ่ขึ้น โดดเด่นและสะดุดตามากขึ้น และเมื่อตกแต่งด้วยการชุบทองหรือสีสันต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ชิ้นงานมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น

ตัวอย่างของชิ้นงานแบบใหม่นี้เห็นได้จากงานที่ผลิตในอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบลายประดิษฐ์ การผสมผสานเครื่องประดับด้วยเทคนิคใหม่ๆ ทั้งการใช้ลูกปัดแก้วมูราโนและชิ้นส่วนเงิน แต่วัสดุเงินที่นำมาใช้นั้นจะดูนำไปชุบให้มีสีสันต่างๆ ที่สวยงาม ซึ่งสีที่ขายดีได้แก่ สีดำ แดงเข้ม น้ำตาล และม่วง โดยเครื่องประดับเหล่านี้ได้รับการตกแต่งด้วยออนิกซ์ดำหรือแอเมทิสต์

การกลับมาของงานแกะสลัก

งานแกะสลักแบบคามิโอ (Cameo) คือการแกะสลักภาพนูนต่ำลงบนชิ้นงานเพื่อเพิ่มมิติให้กับชิ้นงาน ซึ่งปัจจุบันการนำเทคนิคการแกะสลักแบบคามิโอก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่นำมาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งแทนที่จะเกาะสลักในรูปแบบคลาสสิกดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ที่นิยมใช้หินลาวา หรือเปลือกหอยต่างๆ มาเป็นโลหะที่น่าสนใจ เช่น การใช้โลหะเงิน เป็นต้น กระแสความนิยมคามิโอจึงเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะการแกะสลักคามิโอเป็นรูปสัตว์ต่างๆ หรือรูปสัญลักษณ์ต่างๆ แม้ว่าการใช้วัสดุสำหรับทำชิ้นงานคามิโอจะเปลี่ยนไป แต่วัสดุดั้งเดิมอย่างเปลือกหอยหรือหินก็ยังคงมีการใช้อยู่บ้าง แต่เปลี่ยนแปลงภาพที่ใช้ในการแกะสลักจากรูปเทพนิยายกรีกโรมัน เป็นภาพปัจจุบันมากขึ้น นอกจากนี้ก็มีการใช้วัสดุใหม่ เช่น เปลือกหอยลายเสือจากแคริบเบียน มาใช้ในการแกะสลักด้วย แต่เนื่องจากเปลือกหอยชนิดนี้บางและมีความหนาน้อย ช่างจะต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการแกะสลักเพื่อให้ชั้นสีต่างๆ ในเปลือกหอยปรากฏออกมา ซึ่งสีก็มีตั้งแต่สีน้ำตาลไปจนถึงสีม่วง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย