
ภัย(คน)น้ำท่วม
เรื่อง : ปู โลกเบี้ยว
กลับบ้านกันไม่ถูกเลยล่ะ เพราะน้ำมันท่วมถนนกันหมดแล้ว ไม่รู้ว่าตรงไหนถนน ตรงไหนเป็นป่าเขาลำธาร ก็บ้านเมืองเรากลายเป็น Water World ไปแล้ว
ตอนนี้น้ำทางอีสานกลางเริ่มทรงตัวแล้ว คือ มันไม่กระดิกเลยอยู่นิ่งจนเริ่มเน่านะซิ ในขณะที่ทางใต้พายุเข้าฝนตกหนักน้ำเริ่มออกอาละวาดแล้ว ผู้คนที่โดนภัยธรรมชาติก็เครียดไปกันใหญ่ ถึงขนาดขอยานอนหลับคลายเครียดกันเลยล่ะ
ที่รู้ก็เพราะมีความประสงค์ขอความช่วยเหลือมาที่พฤกษาคลินิก คลินิกที่ปูรักษาสิวอยู่เป็นประจำ ช่วยกันบรรจุยาแก้น้ำกัดเท้า ยากลากเกลื้อน ยาสามัญประจำบ้าน แก้ปวดทั้งหลาย รวมไปถึงยาคลายเครียดด้วย ก็ส่งไปช่วยชาวบ้าน จะไม่ให้เครียดได้ยังไง น้ำท่วมจนไม่มีที่จะนอน พอน้ำลดก็ไม่ต้องพูดกันหรอก มันพูดไม่ออก จะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้านกันล่ะ จะเอาข้าวของเครื่องใช้มาจากไหน หนี้สินรุงรังจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากรึป่าวก็ไม่รู้
ทั้งรถทั้งสัตว์ ก็ต้องเอาขึ้นไปอยู่กันบนถนนสูงๆ ถ้าน้ำมาถึงรถก็ต้องจมอยู่ใต้น้ำเพราะหมดหนทาง พวกรถทั้งหลายที่จมเสียหายครั้นจะเอากลับมาขับให้ได้เหมือนเดิมก็คงลำบาก
ปูดูข่าว เขาว่าพวกประกันรถยนต์จะชดใช้ให้เฉพาะพวกที่ทำประกันชั้นหนึ่งไว้เท่านั้น และรถก็ต้องเสียหายเกิน 70% ด้วยนะถึงจะจ่าย ใครอยากรู้รายละเอียดเรื่องประกันภัยก็ให้ต่อสายด่วนไปที่ 1186
แต่น้ำใจของคนไทยช่างมากมายซะเหลือเกิน ช่วยกันคนละไม้ละมือ ใครมีทรัพย์มากก็บริจาคกันไปเป็นเงินเป็นทอง ข้าวของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้ง ผ้าอนามัย ส้วมกระดาษ กะละมัง ฯลฯ ใครไม่มีทรัพย์ก็เอาแรงงานมาช่วยกันบรรจุข้าวของอุปกรณ์ยังชีพ และช่วยกันขนส่งไปยังเพื่อนร่วมชาติผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปูยังได้มีโอกาสไปร่วมด้วยช่วยกันเลยยย
คนที่คิดจะช่วยก็ช่วยจริงๆ ที่หาโอกาสและผลประโยชน์ก็เยอะ ยังคงมีผู้คนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือก็แยะอยู่นะ
ก็ตอนที่เราเอาข้าวของไปแจกพวกผู้ประสบภัยน้ำท่วมกันอ่ะ พอไปถึงแต่ละหมู่บ้านเขาจะมีเรือน้อยลำมาก บางที่ก็มีแค่สองลำเอง เป็นปัญหาในการขนย้ายถุงยังชีพและข้าวปลาอาหารที่จะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ด้านในๆ ลึกๆ ลึกในที่นี้หมายถึงน้ำลึกมากค่ะคุณณณ พวกชาวบ้านเหล่านั้นไม่สามารถจะตะเกียกตะกายฝ่าน้ำที่ลึกและไหลแรงออกมารับของได้ ครั้นพวกเราจะขนข้าวของเข้าไปก็มีปัญหา คือ มีการแย่งชิงเรือกันซิคะท่าน
เรือน้อยลำของพวกพี่ๆ เขาบอกกับเราว่า ถ้าจะเอาของเข้าไปแจกต้องหาเรือมาเอง เพราะลำนี้มีคนจ้างเอาไว้แล้ว นั่นไง...น้ำใจไม่รู้จัก รู้จักแต่น้ำเงินเท่านั้นในเพลานี้ ปูเห็นในข่าวมีพวกเจ็ตสกีเข้าไปช่วยขนของ ดีใจแทบน้ำตาไหล เพราะอย่างน้อยก็ยังสามารถเข้าถึงบ้านที่อยู่ไกลๆ โดนน้ำลึกๆ ได้ โดยไม่ต้องไปพึ่งเรือของพวกหาโอกาส
เราเอาของแจกไปไว้ที่วัดซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน ก็น่าจะเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านตาดำๆ ได้บ้าง แต่คิดผิดค่ะ เพราะพวกผู้นำทั้งหลายต่างก็เผื่อแผ่ให้ญาติตัวเองก่อนล่ะ พวกมีอำนาจอิทธิพลก็ต่างมาเอาหน้ากันเฉพาะที่มีกล้อง หรือช่างภาพมาด้วย จากนั้นก็ไม่รู้หายหน้าไปไหนซิท่าน
คนที่มารับของบริจาคก็เป็นพวกที่อยู่ด้านนอกที่สามารถเดินลุยน้ำมาได้ เวียนมารับหลายครั้ง พูดประชดถากถางก็แล้วก็ทำเป็นหูตึงซะงั้น แต่ที่เ_วสุดๆ ก็คือพวกเนี้ย เชื่อมั้ยคะว่าเขามีรายได้เป็นพันหมื่น จากการที่เอาของบริจาคไปจำหน่ายให้ร้านขายของชำที่รับซื้อในราคาถูก เช่น ข้าวสารถุงหนึ่งประมาณ 190 บาท ร้านรับซื้อในราคา 100 บาท เนี่ยยกตัวอย่างเฉพาะข้าวสารนะ และอื่นๆ อีกล่ะ วันหนึ่งเวียนมารับบริจาคตั้งหลายที ได้ไปเท่าไรล่ะ
ที่รู้แล้วมาระบายให้อ่าน ก็เพราะว่าพวกชาวบ้านกันเองนั่นแหละแย่งกันเล่าให้ฟัง ส่วนพวกที่ติดอยู่น้ำลึกๆ ถึงกับต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาออกมาไม่ได้ รอคอยความช่วยเหลือที่เหลือๆ น่ะ มักจะไม่ค่อยโลภมาก ให้อะไรก็ต้องรับไว้ มีคุณยายคนหนึ่งอยู่บนหลังคา มีหมอนกับที่นอนเน่าๆ และมุ้ง ยกมือไหว้บอก
“ขอข้าวยายแค่กล่องเดียวพอลูก เอาไว้ให้คนอื่นเขาเถอะ” ดูซิคะ... ในขณะที่ข้างนอกเขาแย่งกันยังกะแร้งลง แล้วมุ้งเนี่ยยายบอกชาวบ้านมีน้ำใจเอามาให้จากการบริจาคคิดดูว่าคุณยายอยู่บนหลังคาที่เป็นจั่วสามเหลี่ยมอ่ะ นอนก็ไม่ได้ ต้องนั่งนอน กลางวันแดดร้อน กลางคืนตากยุง เพราะมุ้งจะกางยังไง จะไปแขวนหรือผูกกับอะไรอ่ะ คนที่เอามาเผื่อก็มีน้ำใจนะ แต่คงเหลือจากที่ตัวเองไม่ได้ใช้แล้ว อันนี้ปูคิดอกุศลเลยล่ะ เพราะเห็นพฤติกรรมของคนด้านนอกแล้วมันอดคิดไม่ได้น่ะซิ
แต่ปูว่าเราก็ยังดีกว่าอินโดนีเซียนะที่ภูเขาไฟระเบิด ต้องวิ่งหนีฝุ่นขี้เถ้าคลุ้งหัวขาวกันเชียว ร้อนก็ร้อน ต้องวิ่งหลบสะเก็ดไฟที่ลอยมา หรือไม่ก็ต้องใส่เสื้อฝนกันไว้ อึดอัดแย่งกันหายใจ หายใจก็ไม่ออก ถึงแม้ภัยของเราจะหนาวเย็นน้ำเยอะ แต่ก็ยังหายใจได้สะดวกกว่าพวกเขาเยอะเลยยยย







